ข่าวประจำวันที่ 11 พ.ค. 2565

ข่าวในประเทศ

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)

 

1. ปั้น 25 โครงการปิโตรเคมี (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2565)

นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีระยะที่ 4 ว่า กระทรวงพลังงานได้ขับเคลื่อนแผนงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ในรูปแบบคณะกรรมการร่วมการพัฒนาการลงทุนฯ ที่มีปลัดกระทรวงพลังงานเป็นประธานร่วมกับเลขาธิการ สกพอ. และมีกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แผนดำเนินงาน 5 ปี (ปี 65-67)  มีทั้งหมด 25 โครงการ ประมาณการเม็ดเงินลงทุนรวม 3.9-4 แสนล้านบาท ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มอย่างน้อย 2,231 อัตรา สำหรับ 25 โครงการ ประกอบด้วยประเภทการลงทุน อุตสาหกรรมปิโตรเคมี รวม 12 โครงการ วงเงินลงทุนประมาณ 338,364 ล้านบาท เกิดการจ้างงาน 1,661 อัตรา, อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการรีไซเคิลและพลาสติกชีวภาพ 3 โครงการ วงเงินลงทุน 22,500 เกิดการจ้างงาน 300 อัตรา, การปรับปรุงกระบวนการผลิต 5 โครงการ เงินลงทุน 8,270 ล้านบาท, การวิจัยและพัฒนา 2 โครงการ วงเงินลงทุน 4,000 ล้านบาท การจ้างงาน 20 อัตรา และโครงสร้างพื้นฐาน 3 โครงการ ลงทุน 18,500 ล้านบาท จ้างงาน 250 อัตรา

อย่างไรก็ตาม สำหรับการขับเคลื่อนแผนงานหลักๆ ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ในการดำเนินการตามมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ที่มีในปัจจุบัน สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามคุณค่าของโครงการ ด้านการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน มาตรการส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่อีอีซี มาตรการส่งเสริมการลงทุนเศรษฐกิจฐานราก และมาตรการกระตุ้นการลงทุนในปี 2565 เพื่อที่จะเป็นแรงจูงใจในการดึงการลงทุนจากภาคเอกชน เช่นเดียวกับอัตราค่าเช่าของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ที่ได้มีมติขึ้นค่าเช่าเหลือ 2% ต่อปีจากเดิมที่อัตราค่าเช่าที่หมดอายุต้องปรับขึ้น 10% ทุก 3 ปี

 

นายนรินทร์ กัลยาณมิตร

ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

2. นิคมฯ Smart Park เดินหน้า มุ่งสู่ความเป็นกลางคาร์บอน (ที่มา: สยามรัฐ, ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2565)

นายนรินทร์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดให้ต้องบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 ผ่านการดำเนินกิจกรรมด้านเศรษฐกิจชีวภาพเศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวหรือ BCG Economy การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการพัฒนาและบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม มุ่งมั่นที่จะสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว ด้วยการยกระดับมาตรฐานการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม โดยเป็นผู้นำในการลดก๊าซเรือนกระจก สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในหลายมิติ เช่น การส่งเสริมการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดทำมาตรการหรือสิทธิประโยชน์เพื่อสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจแก่ผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ตาม การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม Smart Park ในพื้นที่มาบตาพุด ซึ่งถือเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ จะก้าวข้ามการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นฐานเดิม เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง หรือ New S-Curve เสริมสร้างความเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศที่ทันสมัย ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ภายใต้แนวคิดนิคมอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน มุ่งเน้นความเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลจากการเผาเพื่อผลิตความร้อน และไม่อนุญาตให้มีปล่องระบายมลพิษทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการ Carrying Capacity ที่ไม่อนุญาตให้มีการระบายมลพิษทางอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่มาบตาพุด รวมทั้งลดการปล่อยมลพิษทางการจราจรและขนส่ง

 

นายธนวรรธน์ พลวิชัย

อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ

 

3. เอกชนผวาน้ำมันแพงเผาเศรษฐกิจวอด (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2565)

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2565 ว่า อยู่ที่ระดับ 40.7 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เนื่องจากผู้บริโภคกังวลปัญหาค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงจากสินค้ามีราคาแพง ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาสงครามรัสเซียและยูเครน ขณะความเชื่อมั่นในอนาคตก็ตกลงมากถึง 1.5 จุด ทั้งนี้ สำหรับราคาน้ำมันที่แพงเพิ่มแรงกดดันการฟื้นตัวของระบบเศรษฐกิจโลกให้ชะลอลง และอาจส่งผลกระทบทำให้การส่งออกไทยมีความเสี่ยงอาจเติบโตไม่ได้ตามเป้าหมายส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ดังนั้นในเดือนมิถุนายน 2565 นี้ รัฐบาลควรเร่งโครงการคนละครึ่งเฟส 5 คนไทยเที่ยวด้วยกัน และเร่งเปิดธุรกิจกลางคืน หากทำได้จะมีเม็ดเงินราว 1 แสนล้านบาท เข้ามาในระบบเศรษฐกิจ มีการจ้างงานเพิ่มอย่างน้อย 1 ล้านคน สามารถช่วยประคองเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้เติบโตได้ 3.5% สำหรับภาคธุรกิจอยากให้รัฐบาลออกมาตรการดูแลค่าครองชีพและภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงภาคธุรกิจในการดำเนินกิจการรวมทั้งดูแลนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศจากการปรับเปลี่ยนมาตรการในการเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลควรต่ออายุมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง 3 บาทต่อลิตร ออกไปอีก 1 เดือน จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 เพื่อรักษาราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 35 บาทต่อลิตร หากรัฐบาลมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตอาจทำให้ดีเซลปรับขึ้นไปอยู่ที่ 38-40 บาทต่อลิตร ซึ่งจะกระทบฉุดให้เศรษฐกิจไทยปีนี้โตต่ำกว่า 2%

อย่างไรก็ตาม สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนเมษายน 2565 เกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม พบว่า อยู่ที่ระดับ 42.6 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า ส่วนอีก 6 เดือนข้างหน้า คาดว่าจะแย่ลงมากถึง 47% ส่วนการลงทุนการท่องเที่ยว และภาวะเกษตรและอุตสาหกรรม ตอบว่าแย่ลงในสัดส่วนที่สูง เนื่องจากราคาน้ำมันแพงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินการ หลายธุรกิจเริ่มมีการปรับขึ้นราคาสินค้า และในอนาคตอาจมีความเสี่ยงต่อการปลดคนงาน

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. ญี่ปุ่นยอมรับต้องใช้เวลาอีกนาน เพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานรัสเซีย (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2565)

นายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ กล่าวถึงมติกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง หรือ "จี 7" วาระพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีมติยุติการใช้น้ำมันจากรัสเซีย "เป็นการถาวรภายในระยะเวลาที่เหมาะสม" เพื่อตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน สำหรับประเทศที่ยังคงต้องใช้พลังงานจากการนำเข้าเป็นหลัก มาตรการดังกล่าวถือเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก ท่ามกลางช่วงเวลาลักษณะนี้ หนึ่งในนั้น คือ ญี่ปุ่น ซึ่งจะต้องดำเนินการ "อย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นขั้นตอน" โดยตั้งอยู่บนหลักการ "อันเป็นพื้นฐานของความจริง" ทั้งนี้ ทางด้านรัฐบาลญี่ปุ่น และผู้สันทัดกรณีล้วนกล่าวไปในทางเดียวกันว่า ยังเป็นเรื่องยาก ที่ญี่ปุ่นจะตัดขาดจากพลังงานของรัสเซียอย่างถาวร โดยญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย 33 ล้านบาร์เรล เมื่อปี 2564 คิดเป็น 4% ของน้ำมันทั้งหมดที่ญี่ปุ่นนำเข้าจากต่างประเทศ อยู่ในอันดับ  ที่ 5 เช่นเดียวกับการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)

อย่างไรก็ตาม ขณะที่นับตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2565 ที่ผ่านมา ไม่มีเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย จอดเทียบท่าเรือในญี่ปุ่นแม้แต่ลำเดียว และปริมาณการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียโดยญี่ปุ่น ตลอดช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ประมาณ 1.9 ล้านบาร์เรล ลดลง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า ทั้งนี้ ญี่ปุ่นจะยุติการพึ่งพิงถ่านหินจากรัสเซียเช่นกัน แต่ยังไม่มีมาตรการออกมาอย่างเป็นรูปธรรมมากนัก และจะยังคงร่วมลงทุนในโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ "ซาคาลิน-2" ต่อไปด้วย

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

 

ADDRESS

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 75/6 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

CALL US NOW
800-123-4567
FOLLOW US