ข่าวประจำวันที่ 13 ม.ค. 2564

ข่าวในประเทศ

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

1. ครม.จัดงบ 1.47 พันล้านช่วยผู้เลี้ยงโคนม ธุรกิจผลิตภัณฑ์นม (ที่มา: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ , ประจำวันที่ 13 มกราคม 2564)

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปี 2563 ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมผลิตอาหารนมไทย  เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม ผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมและแรงงานในอุตสาหกรรมโคนมกว่า 1.2 แสนราย ยอดขายผลิตภัณฑ์นมในตลาดลดลงประมาณร้อยละ 30  เกษตรกรจึงได้แก้ปัญหาเบื้องต้นโดยการนำน้ำนมดิบไปแปรรูปเป็นนมยูเอชที ด้วยการบรรจุในกล่องนมโรงเรียน ประมาณ 200 ล้านกล่อง แต่ก็ไม่สามารถนำออกขายได้ เพราะมีเกษตรกรและผู้ประกอบการในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียนจำหน่ายอยู่แล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม

อย่างไรก็ตาม ครม. จึงมีมติอนุมัติงบกลาง ประจำปีงบประมาณ 2564 จำนวน 1,477 ล้านบาท   สำหรับดำเนินโครงการเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นม พลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคการเลี้ยงโคนมและผลิตภัณฑ์นม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับจัดซื้อนมโรงเรียนชนิดยูเอชที จัดสรรให้กับเด็กนักเรียนกว่า 7.03 ล้านคน ได้ดื่มนมเพิ่มขึ้นคนละ 30 กล่อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเสริมสร้างความแข็งแรงของนักเรียน ช่วยลดค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากให้มีการจ้างงานต่อเนื่อง โดยจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดซื้อโรงเรียน ประกอบด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1,098 ล้านบาท และกระทรวงศึกษาธิการ  จำนวน 326 ล้านบาท

 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

2. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เปิดแผนกู้ชีพ SMEs สู้วิกฤติ (ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ , ประจำวันที่ 13 มกราคม 2564)

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถปรับตัวได้ หลังจากแนวโน้มโลกได้เปลี่ยนไปจากโควิด-19 โดยได้สนับสนุนให้มีการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ มาใช้ในกระบวนการผลิตในทุกๆด้าน และในปีนี้ได้ตั้งเป้าช่วยเหลือ และส่งเสริม SMEs ทั่วประเทศ ผ่านโครงการต่างๆ ให้ได้รวม 3,356 กิจการ ที่จะทำให้เกิดการ พัฒนาทักษะกับบุคลากรภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ SMEs รวม 13,375 คน, ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (OTOP) จำนวน 177 กลุ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพเพิ่มขึ้น 982 ผลิตภัณฑ์ ที่จะทำให้เกิดการยกระดับเศรษฐกิจในประเทศไทย ให้มีความเข้มแข็ง ด้วยงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 8,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นายสุริยะกล่าวว่า ปัญหาโควิด-19 ในปีนี้ที่ยังมีความรุนแรง ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถคาดหวัง และพึ่งพารายได้จากการส่งออก การท่องเที่ยว ที่ต้องพึ่งพาต่างชาติได้เหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการ จะต้องหันกลับไปพึ่งพารายได้ที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะเกษตรอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทั้งนี้ กสอ. มีแผนพัฒนาบุคลากร SMEs เพื่อให้สามารถสร้างธุรกิจใหม่ๆ ให้กับตนเองบนพื้นฐานที่มีความเชี่ยวชาญหลังจากผ่านการอบรมจากโครงการต่างๆของ กสอ. เช่น พนักงานที่ทำงานธนาคาร พนักงานในโรงงานอุตสาหกรรม พนักงานด้านการท่องเที่ยว ให้มีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์ การค้าออนไลน์ และการบริหารจัดการระดับสูง เพื่อให้สามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่นๆได้ไม่ยาก รวมทั้งให้มีทักษะในการปรับใช้เครื่องมือทางการค้าผ่านช่องทางใหม่ๆ ขณะเดียวกัน กสอ.จะกระจายการจัดตั้งศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) ไปในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายการออกแบบ การทำบรรจุภัณฑ์ และการปรับปรุงเทคนิคการแปรรูปในทุกๆ จังหวัด เพื่อให้ความรู้คำปรึกษาที่เหมาะสม รวมทั้งเร่งทำมาร์เกตเพลสที่เป็นแพลตฟอร์มที่ได้มาตรฐานสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมออกบูธแสดงสินค้ากับ กสอ. เพราะที่ผ่านมามีผู้ประกอบการ SMEs จำนวนมากที่เข้าร่วมงานแฟร์ แต่หลังจากจบงานลูกค้าไม่รู้จะติดต่อซื้อสินค้าต่อได้ทีใด และยังมีผู้ประกอบการบางส่วนที่ยังทำการออนไลน์ไม่เป็น

 

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

3. วีรศักดิ์ สั่ง กรมเจรจาฯ ปรับแผนหนุนเกษตรกร SME ใช้ FTA ควบคู่ค้าขายออนไลน์ (ที่มา: acnews.net , ประจำวันที่ 13 มกราคม 2564) 

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ปรับกลยุทธ์การทำงาน ปี 2564 แก้เกมโควิด-19 ระบาดระลอกใหม่ โดยให้เน้นการใช้เทคโนโลยีออนไลน์สำหรับกิจกรรมฝึกอบรมเสริมสร้างองค์ความรู้ เพื่อติดอาวุธให้กับกลุ่มเกษตรกร SMEs สหกรณ์ และวิสาหกิจชุมชน พร้อมใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้สามารถจับคู่ธุรกิจ เพิ่มยอดขาย และบุกตลาดต่างประเทศได้จริง

อย่างไรก็ดี นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า สำหรับโครงการสำคัญที่กรมฯ จะดำเนินการ ในปี 2564 และจะเพิ่มการนำเทคโนโลยีออนไลน์มาใช้ในการจับคู่ธุรกิจ ตามนโยบายของ รมช.พาณิชย์ ได้แก่ โครงจัดทัพโคนมไทย บุกตลาดต่างประเทศด้วย FTA ซึ่งเน้นขยายตลาดส่งออกไปอาเซียนและจีน โครงการจับมือผู้ประกอบการใน 4 จังหวัดชายแดนใต้ เพิ่มการส่งออกต่างประเทศด้วย FTA ร่วมกับ ศอ.บต. โครงการเพิ่มศักยภาพเกษตรกรไทยให้สามารถเพิ่มการส่งออกโดยใช้ประโยชน์จาก FTA ร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ โครงการพัฒนาความพร้อมทางการค้าสหกรณ์ไทยสู่โลกการค้าเสรี และโครงการยกระดับผู้ประกอบการไทยผ่านโลกการค้าเสรี ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยมีความตกลง FTA จำนวน 14 ฉบับ (รวม RCEP) กับ 18 ประเทศ  ได้แก่ สมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เปรู ชิลี และฮ่องกง โดยในปี 2562 การค้าของไทยกับประเทศคู่ FTA 18 ประเทศ มีมูลค่ารวม 302,991 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 ใน 3 (สัดส่วน 63% ของมูลค่าการค้าไทย กับโลก) โดยส่งออกไปประเทศคู่ FTA มูลค่า 150,933 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 152,639 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับในช่วงเดือน มกราคม – พฤศจิกายน 2563 การค้าของไทยกับประเทศคู่ FTA มีมูลค่า 250,721.76 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเป็นการส่งออกมูลค่า 128,221.19 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้ามูลค่า 122,500.57 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งประเทศคู่ FTA ที่เป็นคู่ค้าสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อาเซียน จีน และญี่ปุ่น
 

ข่าวต่างประเทศ

4. ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงวอชิงตัน ส่งทหารสกัดม็อบติดอาวุธ (ที่มา: เว็บไซต์แนวหน้า , ประจำวันที่ 13 มกราคม 2564)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงวอชิงตันตั้งแต่วันที่ 11-24 มกราคมนี้ โดยการประกาศภาวะฉุกเฉินดังกล่าวได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการคุมเข้มรักษาความปลอดภัย หลังจากมีคำเตือนจากหลายหน่วยงานของทางการว่าอาจจะมีเหตุการณ์ที่พึงไม่ประสงค์เกิดขึ้นจากการกระทำของกลุ่มผู้ชุมนุมในช่วงที่มีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหนงประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน ในสัปดาห์หน้า

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า วันนี้ กรุงวอชิงตัน ยังคงอยู่ในสภาวะของการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงก่อนที่จะมีพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายโจ ไบเดน ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 20 มกราคม ซึ่งสำหรับพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้ มีข่าวว่า จะจัดให้เล็กลง ไม่ยิ่งใหญ่อลังการเหมือนครั้งก่อนๆ ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ยังมีการระบาดของโควิด-19 อีกทั้งข่าวระบุว่า กองกำลังพิทักษ์ชาติ หรือ National Guard ของสหรัฐ ได้รับอนุมัติเมื่อวันจันทร์ให้ส่งกำลังทหารกว่า 15,000 นาย ขณะที่นักท่องเที่ยวถูกกันไม่ให้เข้าไปยังบริเวณอนุสาวรีย์วอชิงตันเนื่องจากมีคำเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงจากกลุ่มผู้สนับสนุนนายทรัมป์ ขึ้นอีก ขณะเดียวกัน เอฟบีไอ เตือนว่า มีผู้วางแผนจะก่อการประท้วงแบบมีอาวุธในกรุงวอชิงตันและอีก 50 เมืองเอกของ 50 รัฐ ก่อนจะถึงวันพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของนายไบเดน ทั้งนี้ ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ พบกันที่ทำเนียบขาวเมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าทั้งสองยังมีจุดยืนร่วมกัน ในขณะที่พรรคเดโมแครตพยายามกดดันให้รองประธานาธิบดีเดินหน้าปลดประธาธิบดีออกจากตำแหน่งเนื่องจากไม่มีความสามารถในการบริหารประเทศ พร้อม อนุมัติการประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงวอชิงตันตั้งแต่วันที่ 11-24 มกราคมนี้

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)

ADDRESS

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม 75/6 ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

CALL US NOW
800-123-4567
FOLLOW US