ข่าวประจำวันที่ 17 ส.ค. 2565

ข่าวในประเทศ

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

 

 

1. ส.อ.ท. ดึงเทคโนโลยีนวัตกรรมยกระดับอุตฯ เกษตรท่องเที่ยวและบริการ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2565)  

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลงจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น ผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ยังคงอยู่ รวมถึง Supply Chain Disruption และความตึงเครียดจากสหรัฐฯ-จีน-ไต้หวัน ดังนั้น ส.อ.ท. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนตาม 17 เป้าหมาย SDG เพื่อให้การดำเนินงานของ ส.อ.ท. บรรลุเป้าหมายในการช่วยเหลือ ผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างยั่งยืน ซึ่งประกอบด้วย 1. ด้านสิ่งแวดล้อม ได้มีการส่งเสริม BCG Model จัดตั้งสถาบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการให้คำปรึกษาการทวนสอบ Carbon Footprint และ Carbon Credit Exchange เป็นต้น 2. ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม อาทิ การส่งเสริมอุตสาหกรรม S-Curve, Supply Chain Security การจัดตั้งมูลนิธิกองทุนนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรม การเปิดโครงการระบบรับรองสินค้า Made in Thailand (MiT) การส่งเสริม SME (Go Digital, Go Innovation, Go Global) การ ส่งเสริม Industry 4.0 และ Digital Transformation เป็นต้น 3. ด้านคนและสังคม อาทิ ได้จัดตั้งกองทุน ส.อ.ท.ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19) โรงพยาบาลสนาม ส.อ.ท. การตั้งระบบรับรองมาตรฐานด้านสุขอนามัย (IPHA) การจัดหาวัคซีนทางเลือกร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์การจัดทำ Health Box และจัดหา ATK และอุปกรณ์บริจาค เป็นต้นนอกจากนี้ ในระดับสากล ส.อ.ท. ขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมผ่านหุ้นส่วนความร่วมมือ ABAC 2022 เพื่อไปสู่เป้าหมาย SDG ต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อเป็นการยกระดับผู้ประกอบการ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจแก่ผู้ประกอบการ ส.อ.ท. ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดโครงการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ประกอบการเกษตร ท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการภาคใต้ เพื่อประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจผ่านมาตรการ depa mini Transformation Voucher และเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยโครงการดังกล่าวจะยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจแก่ ผู้ประกอบการเกษตรท่องเที่ยว 150 ราย และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ 125 ราย คาดว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่า 8 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายกิจก้อง ตันติจรัสวโรดม รองประธานส.อ.ท.ในฐานะประธานกิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง และนำเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นมาประยุกต์ใช้เพื่อลดต้นทุน สร้างโอกาส และรายได้ในภาวะเศรษฐกิจหลังสถานการณ์ โควิด-19 คลี่คลาย โดยสภาอุตสาหกรรมในพื้นที่ภาคใต้มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการในกลุ่มเกษตรท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการภาคใต้ อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดกลไกหมุนเวียนในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

 

นายคณิศ แสงสุพรรณ

เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี

 

2. เงินลงทุน EEC 2.2 ลล. ดันจีดีพีตั้งแต่ปี 67 เติบโตระดับ 5% (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2565)

นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีอีซี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ครั้งที่ 4/2565 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกพอ. เป็นประธานประชุม ว่า ที่ประชุมฯ ได้รับทราบความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของอีอีซี ในช่วง 4 ปีแรก (2561-2565) เกิดการเติบโตที่ดีครบทุกมิติ ผลประโยชน์ตรงถึงประชาชนดังนี้ 1. เกิดการอนุมัติงบลงทุนสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมาย 1.7 ล้านล้านบาท ใน 5 ปีที่เป็นแผนแรกของอีอีซี 2. สามารถดึงเทคโนโลยีใหม่ผ่านการลงทุนโดย 4 ปีที่ผ่านมา การอนุมัติการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 S-curve มีสัดส่วน 70% ของการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด และ 5 New S-Curve มีสัดส่วนการลงทุน 36% และเพิ่มขึ้นเป็น 49%ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 นี้ 3. สร้างระบบการพัฒนาบุคลากรตามความต้องการของตลาด (Demand Driven) แก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากรที่ทำงานกับนวัตกรรมใหม่ อบรมไปได้แล้ว 16,114 คน สิ้นปี 2566 จะดำเนินการได้ 100,000 คน และ 4. ผลประโยชน์ตกถึงประชาชน และมีระบบดูแล     อย่างยั่งยืนโดยมีโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ระบบสาธารณสุขทันสมัย สาธารณูปโภค (น้ำ ไฟฟ้า ขยะ)ทันสมัยเพียงพอ มีโอกาสมีงานทำรายได้ดี การยกระดับคุณภาพชีวิต บูรณาการการลงทุนใชุมชน ผ่านแผนเกษตร แผนพัฒนาเชิงพื้นที่ Neo Pattaya-บ้านฉาง-บ้านอำเภอ-มาบตาพุด-ระยอง โครงการสินเชื่อพ่อค้า-แม่ขาย และ SMEs หลังสถานการณ์โควิด กับ 9 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (ปล่อยไปแล้ว 51,420 ราย เป็นสินเชื่อ 34,548 ล้านบาท) ทั้งนี้ ใน 5 ปีข้างหน้า (2566-2570) อีอีซีจะมี 5G ของไทยเร็วที่สุด ครอบคลุมมากที่สุดในอาเซียน นำหน้าประเทศอื่นๆประมาณ 2 ปี ทำให้บริษัทชั้นนำด้านดิจิทัล หันมาลงทุนในอีอีซีอนาคตจะเป็นธุรกิจไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งนโยบาย EV ของรัฐบาลไทยนำหน้าประเทศอื่นๆ ในอาเซียน แสดงให้เห็นว่าประเทศไทย ตั้งใจจะเป็น Hub การผลิตของอาเซียนต่อไปทำให้บริษัทรถยนต์ที่ตั้งใจจะผลิต EV เข้ามาลงทุนใน EEC รวมทั้งธุรกิจแบตเตอรี่ ระบบไฟฟ้าและชิ้นส่วนรถ EV

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของอีอีซี ในช่วง 5 ปีต่อไป (2566-2570) ได้ตั้งเป้าหมายการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาท(2566-2570) โดยจะมีเงินลงทุนประมาณปีละ 400,000-500,000 ล้านบาท และคาดว่า อีอีซีน่าจะขยายตัวได้ 7-9%   ต่อปี ทำให้ประเทศไทยขยายตัวได้ประมาณ 5% ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป

 

นายภราดร จุลชาต

ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.)

 

3. อุตฯ ไทยปรับ mindset ใหม่ สู่เป้าหมาย “คาร์บอนศูนย์” (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2565)

นายภราดร จุลชาต ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมหากจะเปลี่ยนบทบาทเพื่อช่วยลดโลกร้อนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก สามารถเริ่มได้จากการปรับใช้พลังาน เพราะอุตสาหกรรม เช่น กลุ่มพลาสติก มีการใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง และหากจะถามต่อไป ว่าพลังงานไฟฟ้านั้นๆ มาจากไหนก็พบว่ายังเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลอยู่ ดังนั้น การปรับที่พลังงานจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีและเร็ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานซึ่งเป็นการดำเนินงานปกติของภาคอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าหากรัฐต้องการพลักดันสู่การลดปล่อยคาร์บอนไม่ว่าจะเป็นแค่สร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน หรือ คาร์บอนศูนย์ เงื่อนไขและกลไกต่างๆของภาครัฐต้องมีความเหมาะสมและสมดุล คือ ต้องไม่เข้มข้นและเร็วเกินไปจนเป็นการลดขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะเดียวกัน หากไม่ตระหนักในเรื่องสภาพแวดล้อมเลย หรือดำเนินการช้าไป ก็อาจเป็นอุปสรรคทางธุรกิจได้ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีสัดส่วนการทำการค้าระหว่างประเทศที่สูงมาก ทั้งนี้ กลไกที่จะช่วยให้รายเล็กและรายใหญ่สามารถบรรลุเป้าหมายคาร์บอนศูนย์ได้ นอกจากการดึงกันไปตามกลไกซัพพลายเชนที่รายเล็ก  จะเป็นห่วงโซ่อุปทานให้รายใหญ่อยู่แล้ว การนำรูปแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเริ่มจากผู้บริโภคที่ปรับตัวคำนึงถึงการบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดขยะ ไม่ว่าจะเป็นการปฎิเสธการบริโภคที่เกิดจำเป็น การลดการบริโภคให้น้อยลง หรือคำนึงถึงวัตถุดิบที่นำมาผลิตสินค้า

อย่างไรก็ตาม สำหรับมาตรการสนับสนุน อาจเป็นในรูปแบบการใช้กฎหมายบังคับ เช่น การกำหนดสัดส่วนสินค้าจาก Bio based เพิ่มขึ้นเพื่อให้ผู้ผลิตมีช่องทางตลาดเพิ่ม หรือจะกำหนดมาตรการทางภาษีเช่นให้เข้าถึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือ เพิ่มขีดความสามารถการคิดค้นนวัตกรรม เป็นต้น ทั้งนี้ ในเรื่องของ Climate Change หากประเทศไทยไม่ปรับตัวทั้งที่ต้องค้าขายกับสังคมโลก ก็จะถูกกฎหมายกฎระเบียบโลกบีบให้ประเทศไทยต้องปรับตัวให้เข้ากับกฎหมายในที่สุด หากปล่อยจนถึงเวลานั้น Climate Change ก็อาจเป็นความเสี่ยงและอุปสรรคของไทยแทนที่จะเป็นโอกาส

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. "หลี่ เค่อเฉียง" นายกฯจีนประกาศเตรียมออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2565)

นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีของจีน เปิดเผยว่า จีนจะเพิ่มการสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจมหภาค หลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวเกินคาดในเดือนกรกฎาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยเศรษฐกิจจีนฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในเดือนกรกฎาคม แต่เกิดความผันผวนเล็กน้อย ทั้งนี้ ทางการจีนจะใช้มาตรการเชิงนโยบายที่เผยแพร่ในเดือนพฤษภาคม ด้วยความละเอียดรอบคอบ และจะเพิ่มความเอาจริงเอาจังในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เพื่อรักษากิจกรรมทางเศรษฐกิจไว้ในกรอบที่เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายแบบไม่คาดคิดในวันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2565 ที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูอุปสงค์ หลังข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงในเดือนกรกฎาคม โดยกิจกรรมภาคการผลิตและค้าปลีกถูกกดดันจากนโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)