ข่าวประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2568

ข่าวในประเทศ

A person in a suit sitting at a table

AI-generated content may be incorrect.

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

 

1. หวั่นปัญหาค้าชายแดนกระทบส่งออกเหตุ 2 ตลาดใหญ่ทรุด (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2568)

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีที่เมียนมาปิดสะพานไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทยแน่นอน เพราะทำให้ไทยไม่สามารถส่งสินค้าข้ามไปได้ โดยถือเป็นประเทศการค้าชายแดนแห่งที่ 2 ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเมียนมาเป็นหนึ่งประเทศที่มีขนาด หรือมูลค่าการค้าขนาดใหญ่ โดยมีผลทำให้การส่งออกชายแดนได้รับผลกระทบเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากปัญหาไทย-กัมพูชา และปัจจุบันภาคเอกชนกำลังหารือกันถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากระบบการเมืองในเมียนมา ซึ่งชนกลุ่มน้อยที่ปิดสะพานอาจจะต้องการกดดันรัฐบาลเมียนมาเพื่อทำให้ประชาชนเดือดร้อนจากการไม่มีสินค้า โดยเป็นการเมืองภายในของเมียนมา แต่กระทบไทย สำหรับมูลค่าระหว่างไทยกับกัมพูชาและเมียนมา ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 รวมกันอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยที่การค้าในช่วงครึ่งปีแรกระหว่างไทย-กัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 9.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นไทยนำเข้าประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และไทยส่งออกไปประมาณ 7.2 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา มูลค่าการค้า ชายแดนไทย-กัมพูชาลดลงไปประมาณ 30% ในช่วงเวลาที่มีเหตุปะทะของทหาร ทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างไทย- เมียนมา ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 1.06 แสนล้านบาท แบ่งเป็นไทยนำเข้าประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท แต่ไทยส่งออกไปประมาณ 6.3 หมื่นล้านบาท ทำให้ไทยได้ดุลการค้าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท สินค้าที่ไทยส่งออกไปเมียนมา คือ สินค้าเกษตรอุตสาหกรรม เครื่องดื่ม น้ำมันดีเซล ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้า คือ ก๊าซธรรมชาติ สินแร่ โลหะภัณฑ์ และธัญพืช ซึ่งมองว่ามูลค่าการค้าของไทย-เมียนมาจะมีมูลค่าสูงกว่ากัมพูชาเล็กน้อย

อย่างไรก็ตาม หากให้ประเมินผลกระทบจากการปิดด่านของเมียนมาดังกล่าว คงจะเร็วเกินไปในเวลานี้ อีกทั้งยังเป็นเพียงแค่จุดผ่านแดนแห่งเดียวที่ปิด แต่ก็ถือเป็นจุดสำคัญ ซึ่งต้องดูว่าจะกระทบเท่าไหร่ และปิดนานแค่ไหน ขณะที่ไทยจะมีเส้นทางขนส่งสินค้าอื่นที่สามารถส่งออกไปเมียนมาได้อีกหรือไม่ และอาจจะต้องมีต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

A person standing at a podium with a microphone

AI-generated content may be incorrect.

นายวุฒิชัย ประชาพร

ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

 

2. ดีพร้อม ปั้น 20 ผู้ประกอบการเครื่องแต่งกายมุสลิมแบรนด์ไทยสู่ตลาดแฟชั่นสากล (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2568)

นายวุฒิชัย ประชาพร ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้แทนอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ได้มองเห็นโอกาสในความท้าทายที่จะยกระดับศักยภาพและขีดความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแฟชั่นสาขาเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทยสู่ตลาดแฟชั่นมุสลิม ภายใต้นโยบาย "ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้" ตามนโยบาย 4 ให้ 1 ปฏิรูป ให้ทักษะใหม่ให้เครื่องมือที่ ทันสมัย ให้โอกาสโตไกล ให้ธุรกิจไทยที่ดีคู่ชุมชน และปฏิรูปดีพร้อมสู่องค์กร ที่ทันสมัย ของนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการใน ทุกด้านอย่างตรงจุดผ่าน "กิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายมุสลิมให้ เป็น Premium สู่สากล (Muslim Fashion to Global)" ภายใต้แนวคิด "Our Culture Muslims" ทั้งนี้ มุ่งเน้นส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการแฟชั่นมุสลิมไทยให้สามารถแข่งขันในระดับสากล ผ่านการพัฒนาสินค้าเชิงวัฒนธรรมให้เป็นผลิตภัณฑ์แฟชั่นระดับพรีเมียม จากการฝึกอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้และการให้คำปรึกษาแนะนำเชิงลึก ทั้งในด้านการออกแบบลวดลายและการวางแพทเทิร์น การตัดเย็บ การยกระดับกระบวนการผลิตสู่มาตรฐานพรีเมียม การวางแผนธุรกิจ การตลาด และการสร้างแบรนด์ การเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ และการเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร รวมถึงสนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรม ท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้าทั้งด้านมาตรฐานและดีไซน์ให้ทันสมัย โดดเด่น แตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวมีการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ อาทิ สไตล์มุสลิมวิถีแห่งความงามและศรัทธา การออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าให้สินค้า น่าสนใจแบบมืออาชีพ ความรู้พื้นฐานด้านการควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้ากลุ่มแฟชั่นมุสลิม เทคนิคการทอและการย้อมสีธรรมชาติจากพืชท้องถิ่น พร้อมทั้งกิจกรรม Workshop ในหัวข้อ กลยุทธ์การตลาดและโอกาสการขยายธุรกิจ แนวโน้มการออกแบบ/ตัดเย็บสินค้าแฟชั่นมุสลิม และการทำแพทเทิร์นเสื้อผ้าแฟชั่นมุสลิม โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านต่างๆ สำหรับกิจกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายมุสลิมให้เป็น Premium สู่สากล (Muslim Fashion to Global) นี้ มีผู้ประกอบการที่สนใจสมัครเข้าร่วมกว่า 26 กิจการ และมี ผู้ประกอบการผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 กิจการ เกิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบใหม่จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทั้งแฟชั่นมุสลิมชายและหญิง ที่สะท้อนพลังสร้างสรรค์ของ "แฟชั่นมุสลิมไทย" ให้มีความพร้อมก้าวสู่ระดับสากลและสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน

 

A person in a suit and tie

AI-generated content may be incorrect.

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

3. ดันไทยชิงตลาดชิป-PCB โลก (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 21 สิงหาคม 2568)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้จัดเวทีใหญ่ BOI Forum ในงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2025 (THECA 2025) ที่ไบเทค ภายใต้หัวข้อ "Building the Future : Investment Policies Shaping Thailand's Advanced Electronics and Semiconductor Ecosystem" เพื่อแสดงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยสู่ฐานการผลิตระดับภูมิภาค ทั้งนี้ บีโอไอได้นำเสนอในหัวข้อ "Vision for Thailand : Becoming a Regional Hub for Smart Electronics Production" ว่า คลื่นการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2565 – มิถุนายน 2568 มีการลงทุนรวมกว่า 500 โครงการ มูลค่าลงทุน 700,000 ล้านบาท เฉพาะกลุ่มแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board : PCB) มี 180 โครงการ มูลค่าลงทุน 200,000 ล้านบาท นับเป็นคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่ของ PCB ที่ผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกให้ความเชื่อมั่นและตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตใหญ่ในประเทศไทยทำให้เกิดเป็นคลัสเตอร์อุตสาหกรรมใหม่ที่จะสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีจุดแข็งหลายด้านที่สามารถเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมทั้ง PCB ได้ อาทิ โครงสร้างพื้นฐานทั้งน้ำไฟฟ้าที่มีความเสถียร พลังงานสะอาด นิคมอุตสาหกรรมระบบโลจิสติกส์ และวงจรการผลิตครอบคลุมต้นน้ำถึงปลายน้ำและการสนับสนุนจากภาครัฐ ทำให้ไทยกลายเป็นแหล่งลงทุนที่โดดเด่นในภูมิภาค และมีศักยภาพที่จะเป็นฐานผลิตอันดับต้นๆ ของโลก

 

ข่าวต่างประเทศ

A red circle on a white background

AI-generated content may be incorrect.

 

4. เงินเฟ้อญี่ปุ่นเดือนก.ค.ยังสูงกว่าเป้าหมาย BOJ คาดหนุนขึ้นดอกเบี้ยอีกปีนี้ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 22 สิงหาคม 2568)

กระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ไม่รวมอาหารสด ปรับตัวขึ้น 3.1% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากที่เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากราคาพลังงานชะลอตัวลง ทั้งนี้ ดัชนี CPI พื้นฐานเดือนกรกฎาคม ยังคงสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น 3% และสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำหนดไว้ที่ระดับ 2% ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการคาดการณ์ที่ว่า BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ ส่วนดัชนี Core-core CPI ซึ่งไม่รวมทั้งราคาพลังงานและอาหารสด ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนกรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้ มีขึ้นหนึ่งสัปดาห์หลังจากสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ แสดงความเห็นว่า BOJ ดำเนินการล่าช้าในการรับมือกับเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นการแสดงความเห็นที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก และทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)