ข่าวในประเทศ
นายภาสกร ชัยรัตน์
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
1. ดัชนีการผลิตอุตสาหกรรมหดตัว (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568)
นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ไตรมาส 2 ของไทยขยายตัว 0.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาขณะที่อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 1.70% ส่วนภาพรวม 7 เดือนของปีนี้ (มกราคม - กรกฎาคม 2568) ดัชนีเอ็มพีไอหดตัว 0.70% ทั้งนี้ สศอ.ได้ประมาณการดัชนีเอ็มพีไอตลอดทั้งปีขยายตัว 0-0.5% ลดลงจากเดิมคาดไว้ที่ 0-1% แต่คงประมาณการจีดีพีอุตสาหกรรมที่ 0.5-1.5% สำหรับดัชนีเอ็มพีไอเดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 93.34% หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.98% เนื่องจากรับแรงกดดันจากการผลิตรถยนต์หดตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันอัตราการใช้กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 57.37% ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์กลับมาหดตัวอีกครั้ง และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 1 ราย หยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนประจำปี
อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลต่อยอดขายสินค้าภาคอุตสาหกรรมรวมถึงความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมลดลง อีกทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศชะลอตัว ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหารแช่แข็ง ไส้กรอกกระเป๋าเดินทาง รองเท้ากีฬา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ดังนั้น เดือนสิงหาคมต้องเฝ้าระวังปัจจัยในประเทศส่งสัญญาณชะลอตัวจากผลของกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว
นายพรชัย ฐีระเวช
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)
2. สศค.จับตาส่งออก-การผลิต หลังภาษีทรัมป์เริ่มมีผล หวั่นกระทบศก. (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568)
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทย เดือนกรกฎาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 โดยมีมูลค่าการส่งออกสินค้ารวม อยู่ที่ 2.85 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ แผงวงจรไฟฟ้า และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง น้ำตาลทราย และไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ขณะที่การส่งออก ยางพารา ข้าว และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ปรับตัวลดลง โดยตลาดคู่ค้าหลักของไทยอย่างสหรัฐฯ จีน และและญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สอดคล้องกับการบริโภคในหมวดสินค้าคงทนที่ปรับตัวดีขึ้น ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนกรกฎาคม 2568 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 51.7 จากระดับ 52.7 ในเดือนก่อนหน้า เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพรวมถึงความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่นเดียวกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริงที่ลดลง 4.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการลงทุนในหมวดเครื่องจักร เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวต่างชาติที่มีสัญญาณชะลอตัวลงด้วย โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 2.61 ล้านคน ลดลง 15.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศ อยู่ที่ 21.8 ล้านคน ลดลง 0.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องติดตามทิศทางการส่งออกสินค้าในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 และการผลิตอุตสาหกรรม ภายหลังมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ของสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์
3. ดัชนีราคาส่งออกเพิ่ม 0.5% จากการเร่งสต็อกสินค้าของชาติคู่ค้า (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568)
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกเดือนกรกฎาคม 2568 เท่ากับ 111.2 เพิ่มขึ้น 0.5% จากการความต้องการนำเข้าสินค้าเพื่อเพิ่มสต๊อกก่อนการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ จะเริ่มบังคับใช้ เพื่อลดความเสี่ยงด้านราคาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และความต้องการสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น และดัชนีราคานำเข้าเท่ากับ 115.7 เพิ่มขึ้น 2.3% จากการนำเข้าเพื่อนำมาผลิตเป็นสินค้าส่งออก และรองรับการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น สำหรับรายละเอียดดัชนีราคาส่งออกเดือนกรกฎาคม 2568 ที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของหมวดสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่ม 1.7% หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่ม 1.3% ส่วนหมวดสินค้าที่ดัชนีราคาส่งออกลดลง ประกอบด้วย หมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง ลด 11.8% และหมวดสินค้าเกษตรกรรม ลด 5.0% ด้านดัชนีราคานำเข้าเดือนกรกฎาคม 2568 ที่เพิ่มขึ้น มาจากการเพิ่มขึ้นของหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่ม 7.8% หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่ม 5.4% หมวดสินค้าทุน เพิ่ม 5.1% และหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่ม 1.3% สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2568 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่อง โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ดัชนีขยายตัว มาจากอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้ที่สหรัฐฯ ประกาศใช้กับไทยที่ 19% ยังอยู่ในระดับที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน ความต้องการบริโภคสินค้าเกษตรแปรรูป และอาหารในตลาดโลกยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง สินค้าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และ Data Center ยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วโลก และต้นทุนการผลิตมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวังได้แก่การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหลักความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้จะผ่อนคลายแต่ยังมีแนวโน้มยืดเยื้อในหลายภูมิภาค ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าและภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายของหลายประเทศที่มุ่งสนับสนุนอุตสาหกรรมภายในประเทศมากขึ้น ตลอดจนมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ ราคาสินค้าเกษตรสำคัญบางกลุ่มเผชิญกับปัญหาอุปทานส่วนเกิน และการแข่งขันทางด้านราคา และเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งเป็นข้อจำกัดของภาคการส่งออกไทย
ข่าวต่างประเทศ
4. สหรัฐเผย GDP ขยายตัว 3.3% ใน Q2/68 สูงกว่าคาดการณ์ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 29 สิงหาคม 2568)
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2568 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 3.3% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 3.0% และดีกว่ามาก เมื่อเทียบกับการหดตัว 0.5% ในไตรมาส 1/2568 ซึ่งเป็นการหดตัวครั้งแรกในรอบ 3 ปี สำหรับการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 2/2568 ได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง และการปรับตัวดีขึ้นของดุลการค้าสหรัฐ ทั้งนี้ การหดตัวของเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2568 มีสาเหตุจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น เนื่องจากภาคธุรกิจต่างพากันรีบนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ก่อนที่มาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีผลบังคับใช้
อย่างไรก็ตาม การนำเข้าลดลงถึง 29.8% ในไตรมาส 2/2568 และเป็นปัจจัยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสดังกล่าว
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)