ข่าวในประเทศ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์
1. 'DIP' จับมือ 'เครือซีพี' ดันทรัพย์สินทางปัญญา-นวัตกรรม (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569)
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประชุมหารือกับผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) นำโดย ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะ ผู้บริหารด้านความยั่งยืนองค์กรและการพัฒนากลยุทธ์ และดร.ปิยาภรณ์ ภาสกานนท์ หัวหน้าสายงานด้านกลยุทธ์นวัตกรรมองค์กร เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ และกรอบความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา และการผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนฐานนวัตกรรมมูลค่าสูง ทั้งนี้ กรมฯ มุ่งมั่นยกระดับบทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาสู่กลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเสริมแกร่งภาคธุรกิจไทยผ่านการส่งเสริมการคุ้มครองและใช้กลยุทธ์ทรัพย์สินทางปัญญาขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่เพียงแต่ในมิติของการคุ้มครองสิทธิเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการบริหารจัดการ การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง กรมฯและเครือ CP นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงกลไกภาครัฐและศักยภาพของภาคเอกชนขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม ในการหารือครั้งนี้ได้มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 2 หน่วยงาน เพื่อผลักดันการนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะร่วมกันในการพัฒนากลไกเสริมสร้างศักยภาพด้านทรัพย์สินทางปัญญา ในภาคธุรกิจอย่างเป็นระบบ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) ของ 2 หน่วยงาน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่อง ไปจนถึงการสนับสนุนการนำผลงานวิจัย และนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมจริง เพื่อลดช่องว่างระหว่างงานวิจัย เทคโนโลยี และการต่อยอดเชิงธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในการลงนาม MOU ดังกล่าวจะมีขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
2. พาณิชย์เดินหน้า DEmark 2026 ดันดีไซน์ไทยสู่เวทีโลก เชิญกูรูญี่ปุ่น-เยอรมนีร่วมตัดสิน (ที่มา: มติชนออนไลน์, ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569)
นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รางวัล DEmark เป็นรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมระดับ ประเทศ ที่มอบให้แก่สินค้า บริการ นักออกแบบ และผู้ประกอบการไทย เพื่อรับรองมาตรฐานด้านการออกแบบ พร้อมทำหน้าที่เป็น เครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้สินค้าไทย สามารถแข่งขันและได้รับการยอมรับในตลาดสากล ถือเป็นหนึ่งโครงการที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาศักยภาพนักออกแบบและผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2551-2568 มีผลงานได้รับรางวัล DEmark รวมทั้งสิ้น 1,320 รายการ โดยในปี 2568 มีผลงานได้รับรางวัล DEmark 2025 จำนวน 95 รายการ จาก 82 บริษัท สะท้อนบทบาทของรางวัลในฐานะกลไกขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย จากเดิมที่มุ่งเน้นงานออกแบบสินค้าและแฟชั่น สู่การเปิดพื้นที่ให้นักสร้างสรรค์สาขาใหม่ๆ ที่ผสานนวัตกรรมและเทคโนโลยี อาทิ industrial designer, digital creator, animator และ content creator เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจสร้างสรรค์ไทยในเวทีโลก โดยในปี 2569 กรมฯ ตั้งเป้ามีผลงานสมัครเข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 500 รายการ และมีผลงานได้รับรางวัลไม่น้อยกว่า 100 รายการ โดยความพิเศษของปีนี้ DITP ได้รับความร่วมมือจากองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ Japan Institute of Design Promotion (JDP) ในการสนับสนุนผู้แทนจากรางวัล GOOD DESIGN AWARD (G-Mark Award) ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงผู้แทนจากรางวัลการออกแบบชั้นนำของเยอรมนี เช่น Red Dot Design Award, iF DESIGN AWARD และ German Design Award ร่วมเป็นกรรมการตัดสิน เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกวดให้สอดคล้องกับเกณฑ์สากล พร้อมให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน สังคม และวัฒนธรรม
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัล DEmark จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย อาทิ การใช้ตรา DEmark เพื่อส่งเสริมการขายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และได้สิทธิ์เข้ารอบสองของการประกวด G-Mark Award ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงโอกาสต่อยอดทางการตลาดผ่านกิจกรรมและนิทรรศการ DEmark Concept Store และการจัดแสดงผลงานในงาน Ambiente ณ เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี ปี 2570 เพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจและสร้างการรับรู้ผลงานออกแบบไทยในระดับนานาชาติ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
3. "เอกนิติ" นำทัพไทยสู่ WEF Davos 2026 ปักแผนที่ลงทุนโลก (ที่มา: ทันหุ้น, ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 19 - 23 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้นำคณะทีมไทยแลนด์ประกอบด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยเลขาธิการบีโอไอ และผู้บริหารภาคเอกชน อาทิ บริษัท เอสซีจี, ปตท., เครือเจริญโภคภัณฑ์, ไทยเบฟเวอเรจ, บางจาก, ธนาคารกรุงเทพ, บิทคับ และ KBTG เข้าร่วมประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2026 พร้อมทั้งหารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำระดับโลก ณ เมืองดาวอส ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ สำหรับสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum WEF) ที่เมืองดาวอส เป็นเวทีสำคัญระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นงานที่ผู้นำประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ผู้นำทางความคิด และซีอีโอ บริษัทชั้นนำจะมารวมตัวกัน เพื่อพูดคุยทิศทางเศรษฐกิจโลก การแก้ไขวิกฤติสำคัญของโลก และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาพร้อมกับความเสี่ยงและโอกาส โดยการประชุมประจำปีของ WEF ครั้งนี้ จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "A Spirit of Dialogue" เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำจากทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมงานดังกล่าวจึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างพื้นที่ให้กับประเทศไทยในเวทีโลก โดยเฉพาะในด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งทีมไทยแลนด์จะสามารถสื่อสารนโยบาย ทิศทางเศรษฐกิจไทย ศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย รวมทั้งมาตรการต่างๆ ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย การดึงดูดบุคลากรทักษะสูงเข้าสู่ประเทศไทย การสนับสนุนอุตสาหกรรมสีเขียว การเดินหน้าปลดล็อกข้อจำกัดด้านกฎหมายและอุปสรรคการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนในช่วงการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย
ข่าวต่างประเทศ
4. แบงก์ชาติเกาหลีใต้คงดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 5 หวังสกัดเงินวอนอ่อนค่า (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 15 มกราคม 2569)
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.50% ในการประชุมวันที่ 15 มกราคม 2569 นี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 5 นับตั้งแต่การประชุมในเดือนกรกฎาคม 2568 เนื่องจากการอ่อนค่าของเงินวอนและความวิตกกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้จำกัดโอกาสในการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมของ BOK ซึ่งการตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เกิดขึ้นแม้ว่า BOK ยังคงอยู่ในวงจรการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 คณะกรรมการ BOK ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายรวมทั้งสิ้น 1% จากระดับ 3.5% โดยมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า BOK จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมวันนี้ เพื่อพยุงค่าเงินวอนที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และลดความผันผวนในตลาดอสังหาริมทรัพย์
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)