ข่าวในประเทศ
นายณัฐพล รังสิตพล
ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
1. ก.อุตฯ จับมือวายเอ็นทู-เทค ยกระดับภาคการเกษตรไทย (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 26 มกราคม 2569)
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เยี่ยมชมบริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี นายเรียวตะ นาคามูระ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ ให้การต้อนรับ ณ นิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD Industrial Estate) อำเภอบางปะกง โดยบริษัท วายเอ็นทู-เทค (ประเทศไทย) เป็นบริษัทในเครือนาคามูระ คิโคะ (ประเทศไทย) ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก และจัดจำหน่ายเครื่องจักรอุตสาหกรรม เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ การฉีดขึ้นรูปด้วยเรซิ่น อุปกรณ์ในงานอุตสาหกรรม (Jig) ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักคือกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่นในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่อยู่ในประเทศไทย สำหรับในการเยี่ยมชมครั้งนี้ นายเรียวตะ นาคามูระ พร้อมคณะผู้บริหารของบริษัท ได้นำชมเทคโนโลยีการ แปรรูปผลิตผลทางการเกษตรด้วยเครื่องจักรที่บริษัทได้พัฒนาขึ้น เช่น เครื่อง Screw Press ที่สามารถสกัดน้ำสับปะรดพร้อมแยกกากได้ในครั้งเดียวโดยใช้เทคโนโลยีหัวฉีด (Nozzle) และตะแกรงกรองกากที่ถูกออกแบบมาพิเศษ เครื่อง Spray Dried ที่มีเทคโนโลยีหัวพ่นความละเอียดสูงคล้ายไอน้ำ ซึ่งจะช่วยรักษาคุณค่าของวัตถุดิบจากกระบวนการแปรรูปที่ใช้ ความร้อนสูง เป็นต้น พร้อมทั้งนำเสนอแนวคิดการลดของเสียในกระบวนการผลิต หรือ ECO FEED: Recycle Food Waste into Feed โดยการนำเศษอาหารที่เหลือจากกระบวนการผลิตมาทำการคัดแยกและแปรรูปด้วยวิธีที่เหมาะสม เพื่อนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง รวมทั้งแนวทางการเพิ่มมูลค่าให้กับของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร โดยนำวัสดุเหลือใช้ เช่น เศษวัตถุดิบทางการเกษตร หรือของเสียจากกระบวนการแปรรูปอาหาร (ตัวอย่างเช่น กากสับปะรด) มาพัฒนาเป็น ไบโอพลาสติก (Bioplastics) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้ได้ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความร่วมมือผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน โดยมีแผนงานสำคัญ ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง การนำเครื่องจักรต้นแบบมาทดลองใช้งานจริงใน DIPROM Center เพื่อหาแนวทางปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมการผลิตของไทย ไปสู่ยุค "เกษตรอุตสาหกรรม" ที่ทันสมัย และ "นวัตกรรมการแพทย์" ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเต็มตัว โดยมี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ซึ่งมีบทบาทในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรตลอด Supply Chain ด้วยการนำเครื่องจักร หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ(Robotics and Automation) รวมถึงเทคโนโลยีการผลิตจากประเทศญี่ปุ่นและเครือข่ายพันธมิตรของดีพร้อม มาช่วยยกระดับวัตถุดิบต้นน้ำในอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป เช่น ข้าว พืชหัว และผลไม้ ให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง
นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)
2. กรอ.แจงยิบ 3 ข้อร้องเรียน ลั่นฟันไม่เลี้ยงรง.ผิด 'ขยะพิษ-ฝุ่นแดง' (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 26 มกราคม 2569)
นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ประชุมร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อชี้แจงเรื่องร้องเรียนเลขดำ ที่ 2637/2568 กรณีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายกับผู้นำเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งต้องสงสัยว่าจะมีการผสมขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขยะพลาสติก และฝุ่นแดง เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่ดำเนินการกับผู้ประกอบการในเขตปลอดอากรที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งกรมฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีประชาชนร้องเรียนคดีเลขดำ ที่ 2637/2568 ดังนี้ 1. ประเด็นแรก : ขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) และขยะพลาสติก ภายหลังได้รับแจ้งเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายที่มีต้นทางจากสหรัฐอเมริกา และระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤศจิกายน 2568 จำนวน 10 ครั้ง รวม 566 ตู้คอนเทนเนอร์นั้น กรมฯได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการความร่วมมือเข้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ผลการตรวจสอบ พบว่า มีสินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่เป็นของเสียเคมีวัตถุ และเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด จึงให้ส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯประเด็นที่ 2 : ฝุ่นแดง จากการนำเข้าฝุ่นแดงของบริษัท ในจังหวัดปทุมธานี 36 ตู้คอนเทนเนอร์ ตรวจพบองค์ประกอบของโลหะหนักที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 และเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซลฯ สินค้าดังกล่าวต้องส่งกลับประเทศต้นทาง ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินคดีของกรมศุลกากร ขณะที่กรณีตรวจพบโรงงานผลิตเหล็กเส้นของบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.ระยอง จัดเก็บฝุ่นจากเตาหลอมเหล็กและระบบบำบัดมลพิษทางอากาศในโรงงานปริมาณสูงมาก บริษัทไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาและปริมาณที่แท้จริงได้ชัดเจน จึงต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายครอบครองวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต และแจ้งข้อมูลเท็จ กรมฯได้นำส่งเรื่องให้ DSI สืบสวนเป็นคดีพิเศษ
อย่างไรก็ตาม สำหรับประเด็นที่ 3 : เขตปลอดอากร (Free Zone) ในการประกอบกิจการที่ตั้งอยู่ในเขตปลอดอากรที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็น "โรงงาน" ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน จะต้องอยู่ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยโรงงานโดยไม่มีข้อยกเว้น หากพบการกระทำที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ความเสียหาย จะออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมด หรือบางส่วนชั่วคราว เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขภายระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ดำเนินการจะมีคำสั่งปิดโรงงาน ซึ่งในกรณีที่เป็นโรงงานจำพวกที่ 3 คำสั่งปิดโรงงานจะมีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานด้วย
นางบัญชุสา พุทธพรมงคล
กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรองประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ
3. อุตสาหกรรมรายภาคน่าห่วง (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 26 มกราคม 2569)
นางบัญชุสา พุทธพรมงคล กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และรองประธานสายงานเศรษฐกิจและวิชาการ เปิดเผยว่า ได้สำรวจแนวโน้มอุตสาหกรรมในระดับภูมิภาคปี 2569 จากกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งหมด 48 กลุ่ม พบว่า มีเพียงอุตสาหกรรมในภาคเหนือที่คาดว่ามีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้ คาดว่า มีแนวโน้มหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความกังวลต่อปัจจัยทางเศรษฐกิจในปีนี้ที่ยังผันผวน และไม่แน่นอนจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งนี้ ปัจจัยที่คาดว่าส่งผลต่อภาคระดับภูมิภาคอุตสาหกรรมไทย มีทั้งปัจจัยสนับสนุน และปัจจัยกังวลทั้งในและต่างประเทศ โดยปัจจัยกังวลภายในประเทศ เช่น ระดับหนี้ภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูงและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ต้นทุนการผลิตที่ทรงตัวในระดับสูง ปัญหาสินค้านำเข้าราคาถูกที่เข้ามาทุ่มตลาด การเชื่อมโยงซัพพลายเชนกับการลงทุนต่างประเทศ ยังมีข้อจำกัด ความเสี่ยงจากความล่าช้าในการพิจารณาจัดทำกรอบงบประมาณปี 70 ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ปัจจัยกังวลจากต่างประเทศ เช่น ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา มาตรการที่ไม่ใช่ภาษี การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย ความเสี่ยงจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ความไม่แน่นอนบริเวณชายแดน ค่าเงินบาทที่แข็งค่าและความผันผวนสูงซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ภาคการส่งออก
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัจจัยสนับสนุนภายในประเทศ เช่น การฟื้นตัวของกำลังซื้อและการขยายตัวของภาคการท่องเที่ยว การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐที่เป็นไปตามเป้าหมายและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เอื้อต่อการเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ ปรับใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้านปัจจัยสนับสนุนจากต่างประเทศ เช่น ความต้องการสินค้าในบางประเทศคู่ค้าที่ปรับตัวดีขึ้น การบรรลุความตกลงการค้าเสรี ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้า แนวทางการปรับตัวในปี 2569 เสนอให้ภาคอุตสาหกรรมเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มศักยภาพ
ข่าวต่างประเทศ
4. EU เล็งยกระดับสัมพันธ์เวียดนาม กระจายความเสี่ยงการค้าโลก (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 23 มกราคม 2569)
สหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่า ได้เตรียมยกระดับความสัมพันธ์กับเวียดนาม ระหว่างการเยือนกรุงฮานอยของอันโตนิโอ คอสตา ประธานคณะมนตรียุโรป (EC) ในวันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม 2569 นี้ ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการขยายเครือข่ายพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยรายงานระบุว่า การเยือนครั้งนี้มีขึ้นไม่นานหลังจากโต เลิม ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต่ออีกหนึ่งสมัยเป็นเวลา 5 ปี จากคณะกรรมการกลางพรรคเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งอาจทำให้คอสตาเป็นผู้นำจากมหาอำนาจรายแรกที่เข้าหารือกับผู้นำเวียดนามในวาระใหม่
อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าหน้าที่ EU กล่าวว่า แผนยกระดับความสัมพันธ์ระหว่าง EU กับเวียดนามสู่ระดับ "หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์รอบด้าน" ซึ่งถือเป็นระดับความสัมพันธ์สูงสุดของเวียดนาม ได้มีการเตรียมการมานานหลายเดือน แต่ต้องเลื่อนออกไปจากข้อจำกัดด้านตารางงาน โดยการยกระดับสถานะดังกล่าวจะทำให้ EU อยู่ในระดับเดียวกับจีน สหรัฐฯ และรัสเซีย ในฐานะหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูงของเวียดนาม สอดคล้องกับนโยบายของเวียดนามที่มุ่งรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับมหาอำนาจโลก
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)