ข่าวประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวในประเทศ

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. ปั้นไทย 'ฮับเซมิคอนดักเตอร์' ก.อุตฯ-ส.THSIA ปักหมุดยุทธศาสตร์ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้การต้อนรับคณะกรรมการบริหารสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ (Thai Semiconductor Industry Trade Association : THSIA) นำโดย นายบดินทร์ เกษมเศรษฐ์ อุปนายกสมาคมฯ ซึ่งในการเข้าพบครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อแนะนำสมาคม THSIA ซึ่งก่อตั้งเมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์แห่งภูมิภาค พร้อมหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และมีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล มีโมเดลความร่วมมือระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา สำหรับการหารือครั้งนี้ THSIA ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของสมาคมฯ ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนที่เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยง "ระบบนิเวศเชิงยุทธศาสตร์" (Strategic Ecosystem) โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. การพัฒนากำลังคนทักษะสูง โดยสมาคมฯ มุ่งเน้นการผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านไมโครอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ให้มีทักษะตรงความต้องการของตลาด ทั้งในรูปแบบ หลักสูตรปริญญาและหลักสูตรระยะสั้น (Upskill/Reskill) 2. ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยี ด้วยการเชื่อมโยงงานวิจัยจากภาคการศึกษา สู่การประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมจริง ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบวงจร (IC Design) ไปจนถึงกระบวนการทดสอบ (Electrical Test) และ 3. การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมให้การสนับสนุนการทำงานของสมาคมฯ เนื่องจากอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ถือเป็น "อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์" ที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมจะทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกผ่านหน่วยงานหลัก เช่น สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) และสถาบันไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (สฟอ.) เพื่อร่วมกันกำหนดแนวนโยบายและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงนี้ นอกจากนี้ ในการนำบริษัทธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่ประสบความสำเร็จมาเป็นบริษัทต้นแบบในการแสดงศักยภาพ เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ขยายตัวต่อไปในอนาคต สำหรับการร่วมมือกับ THSIA จะช่วยให้กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถตอบโจทย์ความต้องการของภาคเอกชนได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะ 1. การกำหนดนโยบายส่งเสริม 2. การสร้าง product champion ของประเทศไทย และ 3. การสร้าง Ecosystem ที่เอื้อต่อการลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยี เช่น ชิ้นส่วนที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของอุตสาหกรรมดิจิทัลและนวัตกรรมสมัยใหม่

 

รูปภาพประกอบด้วย คน, เสื้อผ้า, ใบหน้าของมนุษย์, สวมใส่อย่างเป็นทางการ

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม)

 

2. เขย่าสูตร"ขนมเมืองเพชร" (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569)

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยว่า กรมได้จัดทำโครงการส่งเสริมขนมไทยที่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาของคนไทย โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี เป็นจังหวัดที่โดดเด่น ในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหารขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และได้ชื่อว่าเป็นเมืองขนมหวาน เนื่องจากมีวัตถุดิบในการผลิตขนมไทยที่หลากหลาย และมีร้านจำหน่ายของฝากที่มีสินค้าหลักเป็นขนมไทยหลายแห่ง ทำให้ปัจจุบันขนมไทยเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเพชรบุรี ทั้งนี้ กรมได้ส่งเสริมผู้ประกอบการในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพในท้องถิ่น อาทิ น้ำตาลโตนดที่มีความหวานตามธรรมชาติ เพื่อรักษาเอกลักษณ์รสชาติขนมไทยต้นตำรับ ประกอบกับการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง เพื่อช่วยตรวจสอบย้อนกลับสินค้าและวัตถุดิบในการผลิต ช่วยให้ควบคุมคุณภาพติดตามสินค้ากลับคืน (recall) ได้อย่างรวดเร็ว ลดความสูญเสียจากการหมดอายุและปรับระบบการผลิต ให้สามารถเปลี่ยนภาพจำ จากขนมที่หวานเกินไป ให้เป็นขนมสุขภาพที่มีนวัตกรรม

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนางสาวแพร ลวณะมาลย์ เจ้าของบริษัท ป้อนคำหวาน จำกัด จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ร้านป้อนคำหวานได้นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของขนมให้คงความสดใหม่ได้นานขึ้น โดยไม่ใช้สารกันเสีย อาทิ อาลัวสูตรใหม่ หวานน้อยใส่สีธรรมชาติ ช่วยแก้ไขข้อจำกัดของขนมไทยแบบดั้งเดิม เพื่อสร้างทางเลือกใหม่ ให้แก่กลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพและผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการบริโภคน้ำตาล

 

รูปภาพประกอบด้วย ใบหน้าของมนุษย์, คน, เสื้อผ้า, โฆษก

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

นายพรยศ กลั่นกรอง

อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม

 

3. ตีกลับตู้คอนเทนเนอร์สหรัฐซุกขยะ E-waste (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569)

นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมฯ ได้รับแจ้งเตือนจากเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ว่ามีตู้สินค้าต้องสงสัยที่คาดว่าอาจเป็นการนำเข้าเศษโลหะปะปนขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-waste) เคลื่อนย้ายข้ามแดนหรือการค้าขยะแบบผิดกฎหมายของสินค้าที่มีความเสี่ยงเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะพลาสติกที่มีต้นทางจากประเทศสหรัฐอเมริกา และระบุปลายทางเป็นท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือเฝ้าระวัง และลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง สำหรับการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการ ร่วมกันระหว่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม, กรมควบคุมมลพิษ และกรมศุลกากร ภายหลังจากการตรวจสอบสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง ได้แจ้งกักสินค้าเฝ้าระวัง ตามใบตราส่งสินค้า 3 หมายเลข รวม 8 ตู้สินค้า สำแดงสินค้าเป็นเศษอะลูมิเนียม (Aluminum Scrap) ผลการตรวจสอบพบเศษอะลูมิเนียมอัดก้อน 7 ตู้สินค้า และอีก 1 ตู้สินค้าพบเป็นอะลูมิเนียมปะปนเศษแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่มี การปนเปื้อนโลหะหนัก ซึ่งเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย ภายใต้อนุสัญญาบาเซล ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (Basel Convention on the Control of Transboundary Movements of Hazardous Wastes and Their Disposal) นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายเป็นของเสียเคมีวัตถุ (Chemical Wastes) ลำดับที่ 2.18 จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ที่ต้องขออนุญาตนำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตรายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมรับผิดชอบ และเป็นของต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์เป็นสินค้าที่ต้องห้ามในการนำเข้ามาใน ราชอาณาจักร พ.ศ. 2568

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ให้ส่งสินค้าดังกล่าวกลับไปยังประเทศต้นทาง เนื่องจากเป็นการนำเข้าและนำผ่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และถือเป็นการเคลื่อนย้ายข้ามแดนแบบผิดกฎหมายภายใต้อนุสัญญาบาเซลฯ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้บริษัทเอกชนผู้นำเข้าเร่งดำเนินการตามขั้นตอนที่อนุสัญญาบาเซลฯ กำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็น ถังขยะของโลก

 

ข่าวต่างประเทศ

รูปภาพประกอบด้วย ธง, สีเหลือง, ดอกไม้

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

 

4. ฟิลิปปินส์ส่งออกสินค้าเกษตรโต-ขาดดุลลดลง เดินหน้าเจาะตลาดเอเชีย-ยุโรป (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569)

กระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ฟิลิปปินส์ขาดดุลการค้าสินค้าเกษตรลดลงอย่างมากในเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากยอดส่งออกสินค้าเกษตรเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อน ประกอบกับยอดนำเข้าที่ลดลง โดยข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ยอดส่งออกสินค้าเกษตรของฟิลิปปินส์มีมูลค่า 884.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนธันวาคม 2568 หรือคิดเป็น 36% ของการค้าสินค้าเกษตรทั้งหมด ขณะที่ยอดนำเข้าสินค้าเกษตรมีมูลค่า 1.55 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 64% ส่งผลให้ฟิลิปปินส์ขาดดุลการค้าสินค้าเกษตร 668.35 ล้านดอลลาร์ ลดลง 27% เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคม 2567

อย่างไรก็ตาม ทางด้านฟรานซิสโก ติว ลอเรล จูเนียร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร กล่าวว่า ฟิลิปปินส์กำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความพยายามในการขยายประเภทสินค้าเกษตรส่งออกและการเปิดตลาดส่งออกใหม่ๆ นอกจากนี้ เพื่อขยายฐานการส่งออกให้กว้างขึ้น กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ได้คัดเลือกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงจำนวน 12 ชนิด สำหรับการส่งออกสู่ตลาดโลก อาทิ กล้วย มะม่วง สับปะรด และทุเรียน โดยมุ่งเจาะตลาดเอเชียและยุโรป ซึ่งมีความต้องการสูงและอัตรากำไรสูง

           

มายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)