ข่าวประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวในประเทศ

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

1. เติมเงินกู้ด่วน 500 ล้าน อุ้มเอสเอ็มอี (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า กองทุนฯ ได้เพิ่มการให้ความช่วยเหลือเยียวยาเอสเอ็มอี ที่เป็นลูกหนี้สินเชื่อของกองทุนฯ ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง จึงได้เติมเงินทุนสนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตด้วยโครงการสินเชื่อเติมทุนหนุนธุรกิจ (TOP UP) วงเงินโครงการ 500 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ที่ต้องการเติมทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจและคงสภาพการจ้างงาน โดยต้องเป็นลูกหนี้เกรด A หรือชำระดีติดต่อกัน 12 เดือน มีวงเงินกู้สูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยคงที่ 2.5-3.5% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุด 3 ปี ทั้งนี้ TOP UP จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินให้แก่ผู้ที่เป็นลูกหนี้เดิมของกองทุนฯ ในภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน พร้อมทั้งเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมในอัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อนำไปใช้เสริมสภาพคล่อง ขยายกิจการ ฟื้นฟูศักยภาพทางธุรกิจ ให้เอสเอ็มอีพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน สามารถนำพาธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับพิจารณาให้เข้าร่วมโครงการมีอาทิ เป็นเอสเอ็มอีที่เป็นลูกหนี้ของกองทุนฯ ใน 7 โครงการที่กำหนด มีภาระหนี้เงินต้นวงเงินกู้สินเชื่อระยะยาว (Term Loan) คงเหลืออยู่กับกองทุนฯ หรือถูกดำเนินคดี ณ วันยื่นขอเข้าร่วมหลักเกณฑ์ และคุณสมบัติอื่นๆ เป็นไป ตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ กำหนด หรือต้องมีสถานะที่ไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือไม่อยู่ในระหว่างที่ถูกกองทุนฯ ดำเนินคดี สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

 

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ

ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)

 

2. ชูโรงงานโปร่งใส 'กนอ.' เข้ม 3 กลุ่ม (ที่มา: มติชน, ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยกระดับธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรม ว่า กนอ.ได้เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตรวจสอบและจัดระเบียบโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย หนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้แผนการบริหารงานของผู้ว่าการ กนอ. ภายใต้วิสัยทัศน์ "I-EA-T RAPID" ที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตบนฐานความยั่งยืน หัวใจหลัก คือ การใช้ระบบการตรวจสอบตั้งแต่ "ต้นซอย" เพื่อยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ อีกทั้งส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น และเพื่อให้การกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดย กนอ.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ทำหน้าที่เชิงรุกในการเข้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมาย พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับการกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกโรงงานเป้าหมายเพื่อเข้าตรวจ 3 กลุ่ม ดังนี้ 1. โรงงาน ประเภท 101, 105, 106, โรงงานยางรถยนต์ และโรงงานเหล็ก หรือหลอมโลหะ 2. โรงงานที่เคยเกิดอุบัติเหตุ หรือมีข้อร้องเรียน 3. โรงงานเฝ้าระวังของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม ปัจจุบันเข้าตรวจสอบโรงงานเป้าหมายไปแล้วทั้งสิ้น 10 โรงงาน ครอบคลุมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ อมตะซิตี้ ระยอง, อมตะซิตี้ ชลบุรี, ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด, ปิ่นทอง, บ่อทอง 33 และเวลโกรว์ ตั้งเป้าหมายเข้มข้น 30 แห่ง ดังนั้น ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 จะตรวจสอบโรงงานในพื้นที่อื่นต่อไป

 

นายนาวา จันทนสุรคน

รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

 

3. สอท.ชี้เชื่อมั่นเอกชนเริ่มขยับ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนมกราคม 2569 ว่า อยู่ที่ระดับ 88.7 เพิ่มขึ้นจากระดับ 88.2 ในเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมได้รับปัจจัยบวกในการกลับมาดำเนินการผลิตตามปกติภายหลังวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมทั้งเร่งผลิตช่วงตรุษจีน การเพิ่มขึ้นจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ มาตรการส่งเสริมท่องเที่ยวภาครัฐ และการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มเติม 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 96,000 ล้านบาท ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ยังช่วยสนับสนุนการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและกิจกรรมช่วงก่อนการเลือกตั้งขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนปรับขึ้นเช่นกัน ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามใกล้ชิด โดยในเดือนมกราคม 2569 การเบิกจ่ายงบลงทุนภาครัฐยังต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงวันที่ 23 มกราคม 2569 มีอัตราการเบิกจ่ายอยู่ที่ 21% ต่ำกว่าเป้าหมาย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ที่กำหนดไว้ที่ 26% อาจส่งผลให้ปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจล่าช้า ขณะเดียวกันการปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบประกันสังคมจาก 750 บาท เป็น 875 บาทต่อเดือน ส่งผลให้ต้นทุนด้านแรงงานของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น และความล่าช้าในการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของผู้ว่างงานกว่า 208,404 ราย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5 ที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวและสุขภาพของประชาชน ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐส่งผลให้กำลังซื้อในประเทศชะลอลง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่องยังสร้างแรงกดดันต่อรายได้และความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก ในกลุ่มสินค้าอาหาร เกษตรแปรรูป และสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำ

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. เงินเฟ้อ UK เดือนม.ค. ชะลอแตะต่ำสุดรอบ 10 เดือน คาดหนุนแบงก์ชาติหั่นดบ. (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569)

สำนักงานสถิติแห่งชาติของสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 3% ในเดือนมกราคม 2569 เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราต่ำสุดในรอบ 10 เดือน หรือนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2568 และชะลอตัวลงจากระดับ 3.4% ในเดือนธันวาคม 2568 ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมสินค้าในหมวดพลังงาน อาหาร แอลกอฮอล์ และบุหรี่ อยู่ที่ระดับ 3.1% ในเดือนมกราคม ชะลอตัวลงจากระดับ 3.2% ในเดือนธันวาคม โดยสำนักงานสถิติฯ ระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้ดัชนี CPI ชะลอตัวนั้น มาจากราคาเชื้อเพลิงรถยนต์ที่ปรับตัวลง โดยราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินลดลง 3.1 เพนซ์ต่อลิตร ในช่วงเดือนธันวาคม 2568 – มกราคม 2569 ส่วนเงินเฟ้อจากการบริการ ซึ่งเป็นมาตรวัดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่ถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ชะลอลงสู่ระดับ 4.4% ขณะที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 4.1%

อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้ เป็นข้อมูลชุดสุดท้ายที่มีการเผยแพร่ก่อนที่คณะกรรมการ BoE จะจัดการประชุมนโยบายการเงินและประกาศอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าข้อมูลล่าสุดนี้อาจทำให้ BoE ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 3.75%

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)