ข่าวประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวในประเทศ

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

1. ขีดเส้นปิดดีลภาษีทรัมป์ก.ค.นี้ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)

 

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยความคืบหน้าการเจรจาภาษีตอบโต้กับสหรัฐว่า ปัจจุบันไทยยังเดินหน้าเจรจากับสหรัฐต่อเนื่อง เพื่อหาข้อสรุปในแต่ละประเด็นร่วมกัน ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่ยังมีความต้องการ ความคาดหวังที่ต่างกันของทั้งสองฝ่าย อีกทั้งยังมีบางประเด็นจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบในระดับนโยบาย ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้ง 2 ประเทศได้มีการหารือในระดับอธิบดี โดยทางสหรัฐแสดงความยินดีที่ไทยจัดการเลือกตั้งได้เป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าการจัดตั้งรัฐบาลใหม่น่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนด ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับกรอบเวลา หรือไทม์ไลน์ของการเจรจาและการจัดทำความตกลง ซึ่งสัมพันธ์กับสถานะการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทั้งสองฝ่ายคาดหวังให้การเจรจาสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้โดยเร็ว โดยฝ่ายสหรัฐ ไม่ขัดข้องหากฝ่ายไทยจะยื่นข้อเสนอรายการสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตอบโต้จากสหรัฐ ภายใต้กรอบบัญชีรายการสินค้าเป้าหมายที่สหรัฐ ยอมเปิดช่องให้ประเทศคู่เจรจาขอยกเว้นภาษีตอบโต้ได้ หรือแอนเน็กซ์ 3 รวมถึงข้อเสนออื่น มาก่อนการสรุปผลเจรจา แต่ผลการพิจารณาสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเป็นสำคัญ สำหรับเรื่องกรอบเวลาการเจรจาของประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ วางแผนที่จะเร่งผลักดันให้สามารถสรุปผลเจรจาที่ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569 ในส่วนข้อกังวลว่าไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบนั้น หากพิจารณาจากสถานะอัตราภาษีตอบโต้ของประเทศไทย ยังอยู่ในสถานะเท่าเทียมกับประเทศในอาเซียน ขณะที่ในเรื่องการได้เปรียบเรื่องการยกเว้นภาษีภายใต้แอนเน็กซ์ 3 สหรัฐหรือไม่นั้น มีการกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกันไปบ้าง แล้วแต่การเจรจา แต่โดยรวมจะยังไม่เกิดสิทธิการลดภาษี

อย่างไรก็ตาม สำหรับรายการสินค้าในแอนเน็กซ์ 3 ประกอบด้วย 1. สินค้าเกษตร 14 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดสัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ ปลาและสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ไม้ดอกไม้ประดับ ผัก ผลไม้ กาแฟ ชา และเครื่องเทศ ธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ฯลฯ 2. สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 7 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการ                ในหมวดไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา และสัตว์น้ำ ของปรุงแต่งจากธัญพืช ของปรุงแต่งจากผัก และผลไม้ อาหารสัตว์ ฯลฯ 3. สินค้าอุตสาหกรรม เป็นสินค้าใช้ในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม และอากาศยานเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดเคมีภัณฑ์ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า อะลูมิเนียมและของทำด้วยอะลูมิเนียม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยานพาหนะและส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด และครอบคลุมสินค้าอัญมณี เครื่องประดับ เหล็กและเหล็กกล้า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ และไม้ก๊อกและของทำด้วยไม้ก๊อก มีสินค้าที่ไทยได้รับประโยชน์หากได้รับการยกเว้น ทั้งหมวดสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเฟอร์นิเจอร์

 

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

 

2. อีสปอร์ตแรงแห่จดสิทธิบัตร (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอีสปอร์ตกำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจากบทวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรทั่วโลกในรอบ 20 ปี ปี 2549-2568 พบว่ามีอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับอีสปอร์ต ขยายตัวอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีวีอาร์ ที่ทำให้การซ้อมกีฬาเสมือนจริง การจัดการเคลื่อนไหวสามมิติที่อ่านร่างกายมนุษย์ได้ละเอียดระดับมิลลิวินาที อุปกรณ์เทคโนโลยีสวมใส่ที่กลายเป็นโค้ชส่วนตัวติดตัวนักกีฬา ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์แฟนกีฬาที่เปลี่ยนผู้ชมให้กลายเป็นผู้เล่น โดยระยะเริ่มต้นปี 2549-2552 อุตสาหกรรมอีสปอร์ตมีสิทธิบัตรเฉลี่ย 470-610 ฉบับต่อปี จากนั้นเทคโนโลยีเริ่มถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย และสิทธิบัตรขยายตัวสูงสุดในปี 65 ที่ 1,617 ฉบับ ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของการแข่งขันอีสปอร์ต แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และการยกระดับอีสปอร์ตสู่กีฬาอาชีพในหลายประเทศ ทั้งนี้ สำหรับไทยมีจุดแข็งในหลายมิติที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมการเล่นเกม ฐานแฟนอีสปอร์ตที่แข็งแรง และยังเคยเป็นเจ้าภาพจัดงานอีสปอร์ตระดับภูมิภาคมาแล้วหลายครั้ง และยังมีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สิ่งเหล่านี้คือต้นทุนสำคัญที่ไทยมี แต่ในแง่การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้จริงในการฝึกซ้อมและการแข่งขันยังมีอยู่ในวงจำกัด โอกาสของไทยจึงต้องเป็นการเดินเกมด้วยการนำเทคโนโลยีชั้นนำจากต่างประเทศ มาประยุกต์ให้สอดคล้องกับกีฬาไทยที่มีเอกลักษณ์ เช่น มวยไทย เซปักตะกร้อ รวมทั้งต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและการแพทย์ฟื้นฟู

อย่างไรก็ตาม ไทยมีความท้าทาย ด้านต้นทุนเทคโนโลยีที่สูง การขาดบุคลากรที่มีทักษะ ความเสี่ยงด้านสิทธิบัตรซึ่งผู้เล่นต่างชาติถือครองสิทธิบัตรหลักไว้แล้ว รวมทั้งข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการความท้าทายต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนสถิติคำขอสิทธิบัตรอุตสาหกรรมอีสปอร์ตในไทย ในช่วง 5 ปีล่าสุด พบว่า มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมดิจิทัลบันเทิงที่สำคัญ ไม่เพียงแต่สร้างรายได้จำนวนมากจากการแข่งขัน การถ่ายทอดสด และผู้สนับสนุนเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีเกม ระบบเครือข่าย และแพลตฟอร์มดิจิทัลรูปแบบใหม่สามารถจำแนกนวัตกรรมออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ วิดีโอเกม เกมไพ่ เป็นต้น

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

3. 'ซัมซุง' ลงทุนไทย 3 หมื่นล้าน บีโอไอผลักดันใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ผลักดันนโยบายส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ล่าสุดบีโอไอร่วมกับบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ผู้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลกจากเกาหลีใต้ จัดงานจับคู่เจรจาธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการจัดซื้อชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศ และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังเติบโตในตลาดโลก โดยมีผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับกลุ่มซัมซุงกว่า 200 คน จาก 71 บริษัท โดยกลุ่มซัมซุง เข้ามาลงทุนในไทยตั้งแต่ปี 2531 ภายใต้ชื่อบริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ตั้งโรงงานที่จังหวัดชลบุรี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ของภูมิภาค ปัจจุบันได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ 8 โครงการ มูลค่า 30,000 ล้านบาท เพื่อผลิตตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ เตาอบ และเครื่องล้างจาน กำลังผลิตรวม 15 ล้านเครื่องต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไป 137 ประเทศทั่วโลก และจ้างงานบุคลากรไทย 1,900 คน

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบริษัทมีการจัดซื้อชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์ในไทยปีละประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน Local Content ร้อยละ 68 ของมูลค่าชิ้นส่วนทั้งหมด โดยปี 2569 มีเป้าหมายจะเพิ่มการจัดซื้อชิ้นส่วนในไทยโดยเฉลี่ยให้สูงกว่าร้อยละ 70 นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Partner Innovation ที่ช่วยพัฒนาซัพพลายเออร์ เพื่อให้มีศักยภาพในการปรับปรุงการผลิตและคุณภาพชิ้นส่วนให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมเทคโนโลยีด้านการผลิตอัตโนมัติ ทำให้ซัพพลายเออร์ในไทยส่งชิ้นส่วนไปขายให้กับกลุ่มซัมซุงที่ต่างประเทศได้ด้วย โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2566-2568) มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วน 549 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 195,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพของไทย ท่ามกลางกระแสการย้ายฐานการผลิตของผู้ผลิตชั้นนำจากทั่วโลกที่มองหาแหล่งผลิตที่มีความมั่นคงและพร้อมรองรับการเติบโตในระยะยาว

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. PMI ภาคการผลิตขั้นต้นญี่ปุ่นเดือนก.พ. ขยายตัวเร็วสุดในรอบ 4 ปี รับดีมานด์แกร่ง (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569)

เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยผลสำรวจว่า กิจกรรมภาคการผลิตของญี่ปุ่นในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นต้นของญี่ปุ่น ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 52.8 ในเดือนกุมภาพันธ์ จากระดับ 51.5 ในเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2565 ทั้งนี้ ดัชนีที่สูงกว่า 50 บ่งชี้ว่ากิจกรรมทางธุรกิจอยู่ในภาวะขยายตัว ส่วนดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ว่าอยู่ในภาวะหดตัว

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จากเอสแอนด์พี โกลบอล มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (S&P Global Market Intelligence) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการผลิตมีโมเมนตัมการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และสอดคล้องกับการขยายตัวที่แข็งแกร่งในภาคบริการ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการฟื้นตัวได้ครอบคลุมในวงกว้างมากขึ้น โดยดัชนีย่อยที่สำคัญทั้งผลผลิตภาคโรงงานและยอดคำสั่งซื้อใหม่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องในเดือนกุมภาพันธ์ โดยบริษัทต่างๆ ระบุถึงสภาวะอุปสงค์พื้นฐานที่แข็งแกร่งและปัจจัยบวกจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ อุปสงค์จากต่างประเทศที่แข็งแกร่งยังช่วยผลักดันให้ยอดคำสั่งซื้อสินค้าส่งออกใหม่ขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบ 8 ปีอีกด้วย

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)