ข่าวในประเทศ
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
1. อนุทินปลื้มปิดดีลขายข้าวจีน ล็อตแรก4หมื่นตัน/ถกหนุนการค้า-ท่องเที่ยว (ที่มา: ไทยโพสต์, ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569)
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐ มนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้ร่วมรับประทานอาหารค่ำและหารือกับนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ประชาชนจีนประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 โดยนายอนุทินได้กล่าวขอบคุณฝ่ายจีนที่ให้การสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และยังมีความคืบหน้าในส่วนของข้าวที่อยู่ภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 แสนตัน ซึ่งมีกำหนดส่งมอบล็อตแรกภายในสิ้นเดือน ก.พ.2569 จำนวน 4 หมื่นตัน ทั้งนี้ จีนยังได้แสดงความตั้งใจที่จะเร่งรัดการสั่งซื้อเพิ่มเติม เพื่อให้ครบตามเป้าหมายภายในปี 2569 พร้อมย้ำความพร้อมในการเป็นตลาดสำคัญสำหรับสินค้าส่งออกของไทยด้วย ขณะเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจและการลงทุน และการส่งเสริมการท่องเที่ยว
อย่างไรก็ดี จีนยังได้สะท้อน ถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ซึ่งมีแนวโน้มที่บริษัทชั้นนำของจีนจะขยายการลงทุนมายังไทย คาดว่าจะมีมูลค่าการลงทุนรวมมากกว่าหมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยสร้างการจ้างงานและเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมของไทย และจีนยัง ย้ำจุดยืนของรัฐบาลจีนว่าไม่สนับสนุนสินค้าด้อยคุณภาพหรือสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และพร้อม ประสานความร่วมมือกับฝ่ายไทยในการกำกับดูแลกระบวนการศุลกากรและการนำเข้าให้มีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น ส่วนความร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง ได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับไทยต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค
น.ส.ปณิตา ชินวัตร
รองผู้อำนวยการสำนักงาน
รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)
2. สสว.ติวเข้มปั้นSMEสีเขียวรับเทรนด์โลก (ที่มา: ไทยโพสต์, ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569)
น.ส.ปณิตา ชินวัตร รองผู้อำนวยการสำนักงาน รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า สสว.ประเมินมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในภาคเอสเอ็มอีของประเทศ (จีดีพี เอสเอ็มอี) ในปี 2569 มีแนวโน้มจะขยายตัว 2-2.8% จากปัจจัยการส่งออก มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ และรายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น พร้อมเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนจีดีพีของ เอสเอ็มอีให้ได้ 40% ของผลิต ภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า จากปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 34.7% หรือขยายตัวได้ 2.5% ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอส เอ็มอีของไทยจะเติบโตได้ต้องปรับตัวเข้าสู่แนวทางธุรกิจสี เขียว ซึ่งปัจจุบันมีเอสเอ็มอีตาม แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจ หมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy) ของไทย ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากกว่า 1.15 ล้านราย มีการจ้างงานกว่า 4.1 ล้านคนทั่วประเทศ แต่มากกว่า 60-70% ยังไม่พร้อมในการปรับตัว
อย่างไรก็ดี สสว.จึงได้เปิด "โครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ประจำปีงบประมาณ 2569" อย่างเป็นทางการ เพื่อสนับ สนุนให้ผู้ประกอบการสามารถปรับกระบวนการผลิตและโมเดลธุรกิจให้สอดคล้องกับข้อ กำหนดด้านสิ่งแวดล้อมของตลาดโลกได้ และยังช่วยยกระดับ ของเอสเอ็มอีให้มีฐานที่แข็ง แกร่ง สามารถอยู่รอด พร้อมหาแนวทางให้เข้าถึงแหล่งทุนได้มากขึ้น รวมทั้งมีช่องทางการตลาด มีตลาดใหม่ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มต้น ทุนมากเกินไป
นายดอน นาครทรรพ
ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
3. กนง.หักเซียนหั่นดอกเบี้ยหนุนฟื้นเศรษฐกิจ ช่วยSMEลดหนี้ครัวเรือน (ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569)
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน ในฐานะคณะ เลขานุการ กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลประชุมว่า กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1.00% ต่อปี และมีผลทันที โดยเสียงข้างน้อยต้องการคงดอกเบี้ยไว้ก่อน เนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก การค้า และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งนี้แม้เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าประเมิน ส่งผลให้คาดการณผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2569 อาจถูกปรับขึ้นจาก 1.5% เป็นราว 2% แต่ กนง.มองว่าการเติบโตระยะต่อไปยังต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาโครงสร้าง การแข่งขันสูง การบริโภคชะลอ และการฟื้นตัวที่กระจุกตัวในภาคเทคโนโลยี ขณะเดียวกันมีปัจจัยเสี่ยงเพิ่มขึ้น ทั้งมาตรการภาษีสหรัฐฯ งบปี 2570 ที่ล่าช้า และภาวะบาทแข็งที่กดดันผู้ส่งออก
อย่างไรก็ดี แม้การลดครั้งนี้จะเร็วกว่าที่ตลาดคาด แต่ต้องการเร่งหนุนการฟื้นตัวในช่วงที่ภาครัฐยังไม่มีมาตรการกระตุ้น พร้อมช่วยลดภาระหนี้ของเอสเอ็มอีและครัวเรือน ท่ามกลางแนวโน้มหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้น อีกทั้งเงินเฟ้อปี 2569 มีความเสี่ยงต่ำกว่าประเมิน ทำให้การกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายอาจล่าช้าไปครึ่งหลังปี 2570 นายดอน กล่าวอีกว่า หลังจากการลดดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้ แน่นอนว่า กระสุนของนโยบายการเงินจะลดง แต่ยังมีช่องที่จะเก็บไว้ในในช่วงที่ความจำเป็นหากเศรษฐกิจแย่ลงในระยะต่อไปได้ โดยกนง.ให้น้ำหนักกับการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันก็ดูแลภาวะเงินเฟ้อไมให้ต่ำเกินไป ที่สำคัญคือ การช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน
ข่าวต่างประเทศ
4. ฮ่องกงเดินหน้าดัน ‘AI เชิงอุตสาหกรรม’ ตั้งเป้าคนทั้งเมืองเข้าถึง-ใช้เป็น (ที่มา: สำนักข่าวซินหัว, ประจำวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569)
พอล ชาน เลขาธิการสำนักงานการคลังประจำรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกงทางตอนใต้ของจีน เผยระหว่างการแถลงงบประมาณประจำปี 2026-2027 ว่าฮ่องกงจะส่งเสริมการใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ในเชิงอุตสาหกรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถนำเทคโนโลยีเอไอไปปรับใช้ โดยเขาจะจัดตั้งและเป็นประธานคณะกรรมการเอไอพลัส (AI+) และยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการให้เอไอเข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรม โดยคณะกรรมการดังกล่าวจะประกอบไปด้วยคณะผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ บริษัท และบริษัทในนิคมอุตสาหกรรม โดยระยะแรกจะเน้นไปที่เทคโนโลยีเพื่อชีวิตและสุขภาพ รวมถึงเอไอเชิงกายภาพ (embodied AI) โดยในส่วนของการวิจัยและการพัฒนาขั้นพื้นฐาน กลุ่มวิจัยอินโนเอ็ชเค (InnoHK Research Clusters) ได้ให้ทุนสนับสนุนห้องปฏิบัติการ 16 แห่งที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเอไอและหุ่นยนต์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมอย่างการดูแลสุขภาพ โลจิสติกส์ การผลิตอัจฉริยะ และการก่อสร้าง
อย่างไรก็ตาม นายชานชี้ว่าโครงการเงินอุดหนุนเอไอ มูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 11.93 หมื่นล้านบาท) ของรัฐบาลฮ่องกงได้อนุมัติคำขอวิจัยและพัฒนาแล้วราว 30 รายการในหลายสาขา ทั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ วัสดุใหม่ และชีวการแพทย์ โดยมีเป้าหมายยกระดับมาตรฐานการวิจัยและการประยุกต์ใช้เอไอในท้องถิ่น นอกจากนี้ ฮ่องกงจะเริ่มดำเนินงานบริษัทสถาบันวิจัยและพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ฮ่องกง จำกัด ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาเอไอพลัสและการนำผลลัพธ์ด้านการวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์ ซึ่งทางบริษัทฯ จะคอยให้คำปรึกษาเรื่องต่างๆ อาทิ กรอบธรรมาภิบาลและกฎระเบียบสำหรับการพัฒนาเอไอ
|
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) |