ข่าวในประเทศ
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา
อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม
1. 'ดีพร้อม' กางแผนพัฒนาอุตฯ ป้องกันประเทศ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569)
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เปิดเผยว่า ดีพร้อม ได้จัดการประชุมหารือแนวทางการร่วมจัดแสดงนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย (Thailand Defence Industry Exhibition 2026) โดยมี นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นการหารือร่วมกันถึงรูปแบบความร่วมมือระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงกลาโหม ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศผ่านการส่งเสริมผู้ประกอบการ การจัดทำมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรม ตลอดจนการกำหนดนโยบาย และมาตรการในการส่งเสริมผู้ประกอบการ SME ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้แนวทาง (Concept) ของการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศว่ามีความแตกต่างจากการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยทั่วไป เช่น อาหาร สิ่งทอ หรือยานยนต์ ซึ่งผลิตภัณฑ์สามารถขายได้ในตลาดทั่วไปทั้งภายในประเทศและส่งออก ซึ่งผู้ผลิตมุ่งเน้นการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม มีราคาถูกสามารถแข่งขันได้ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เช่น อาวุธหนัก อาวุธเบา ผู้ซื้อหลักคือกระทรวงกลาโหมของไทย จึงต้องปลดล็อคประเด็นนี้ก่อน โดยให้ผู้ซื้อระบุว่าต้องการใช้อาวุธประเภทใดที่ยอมรับได้ว่าสามารถผลิตในประเทศได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการผลิตทุกชิ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับนิทรรศการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย (Thailand Defence Industry Exhibition 2026) มีกำหนดจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร (ศรีสมาน) โดยการเข้าร่วมจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นการแสดงบทบาทภารกิจของ "ดีพร้อม" ในการส่งเสริมและสนับสนุน ผู้ประกอบการไทยภายใต้แนวคิดการสร้างโอกาส ความร่วมมือในการผลิต หรือ Producer Oriented เพื่อจัดแสดงนวัตกรรมและยุทโธปกรณฝีมือคนไทยที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงพาณิชย์ เช่น รถถังยานเกราะ ระบบ Anti-Drone ชุดเกราะ ทางยุทธวิธี และอุปกรณ์สนับสนุนการรบต่างๆ นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมบนเวทีสัมมนาด้วย โดยผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงอุตสาหกรรม จะร่วมบรรยายพิเศษเพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และ มุมมองที่มีต่อภาคอุตสาหกรรมไทย รวมถึงแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยในอนาคต
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
2. กนอ.รุกตรวจโรงงานเข้ม (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569)
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยกระดับธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในนิคมอุตสาหกรรม ว่าได้เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตรวจสอบและจัดระเบียบโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ภายใต้วิสัยทัศน์ "I-EA-T RAPID" ที่มุ่งเน้นขับเคลื่อนการเติบโตบนฐานความยั่งยืน โดยหัวใจหลักคือการใช้ระบบการตรวจสอบตั้งแต่ต้นซอย พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดจากผลการตรวจสอบและกำกับดูแลโรงงาน สำหรับการกำหนดเกณฑ์ในการคัดเลือกโรงงานเป้าหมาย เพื่อเข้าตรวจ ดังนี้ 1. โรงงานประเภท 101, 105, 106, โรงงานยางรถยนต์ และโรงงานเหล็ก หรือหลอมโลหะ 2. โรงงานที่เคยเกิดอุบัติเหตุหรือมีข้อร้องเรียน และ 3. โรงงานเฝ้าระวังของสำนักงานนิคมอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบจะดำเนินการตามขั้นตอนมาตรฐาน หรือ Standard Operating Procedure (SOP) โดยมีตัวชี้วัดความสำเร็จ คือ การตรวจสอบโรงงานให้ครบถ้วนอย่างน้อย 30 แห่ง และรายงานผลต่อผู้ว่าการ และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการบริหารความเสี่ยง (GRC) เพื่อยกระดับความปลอดภัย เสริมสร้างความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของสังคม
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI)
3. BOI ผนึก หอการค้าไทย ยกระดับติดอาวุธ SMEs (ที่มา: มิติหุ้น, ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ (BOI) เปิดเผยว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทั้งจากความตึงเครียดทางการค้า การเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี และมาตรฐานใหม่ด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ที่เป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ สำหรับความร่วมมือของ BOI กับ หอการค้าแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) ด้านการส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้สามารถรับมือกับมาตรการทางการค้า และความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ รวมถึงการผลักดันการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยให้เข้าสู่ซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ควบคู่การร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตามทาง BOI จะทำงานร่วมกับหอการค้าไทย อย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการในภาคปฏิบัติ จนนำไปสู่การออกแบบมาตรการ และกลไกสนับสนุนที่ตรงจุด เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดึงดูดการลงทุนใหม่ กับการเสริมความเข้มแข็งของผู้ประกอบการไทย
ข่าวต่างประเทศ
4. ส่งออกเกาหลีใต้โต 29% ทุบสถิติเดือนก.พ. อานิสงส์ดีมานด์ชิป AI ทั่วโลก (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 2 มีนาคม 2569)
กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และพลังงาน เปิดเผยว่า การส่งออก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจเกาหลีใต้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 29.0% สู่ระดับ 6.745 หมื่นล้านดอลลาร์ นับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้สำหรับยอดส่งออกในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากยอดการส่งออกเฉลี่ยต่อวัน พบว่าพุ่งสูงขึ้นถึง 49.3% มาอยู่ที่ 3.55 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ยอดเฉลี่ยต่อวันทะลุหลัก 3 พันล้านดอลลาร์ ในส่วนของภาคการนำเข้า เติบโตขึ้น 7.5% แตะระดับ 5.194 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่งผลให้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เกาหลีใต้เกินดุลการค้าสูงถึง 1.551 หมื่นล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ทางด้านสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในบรรดาสินค้าส่งออกหลัก 15 รายการของประเทศ มีสินค้า 5 รายการที่มียอดการส่งออกเติบโต เนื่องจากจำนวนวันทำการที่น้อยลงเนื่องจากติดช่วงเทศกาลปีใหม่เกาหลี โดยสินค้าหลักที่หนุนการส่งออก คือ เซมิคอนดักเตอร์ที่ทะยานขึ้น 160.8% ทำสถิติใหม่รายเดือนที่ 2.516 หมื่นล้านดอลลาร์ และนับเป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่ยอดส่งออกชิปมีมูลค่าเกิน 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากความต้องการที่ล้นตลาดจากการขยายตัวของการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการพุ่งสูงขึ้นของราคาเมมโมรีชิปทั่วโลก สำหรับตลาดส่งออกที่สำคัญ ยอดการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาขยายตัวเพิ่มขึ้น 29.9% คิดเป็นมูลค่า 1.285 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้นสามารถชดเชยผลกระทบจากการจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะที่ยอดส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนเติบโตขึ้น 30.4% อยู่ที่ 1.247 หมื่นล้านดอลลาร์ และยอดส่งออกไปยังสหภาพยุโรปเพิ่มขึ้น 10.3% อยู่ที่มูลค่า 5.60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)