ข่าวประจำวันที่ 7 เมษายน 2569

ข่าวในประเทศ

น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อม

 

1. ปล่อยกู้สินเชื่อใหม่ อุ้มเอสเอ็มอีฝ่าวิกฤตพลังงาน (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569)

น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) หรือดีพร้อม เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจกำลังเผชิญความท้าทายในโครงสร้างต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเฉพาะปัจจัยด้านราคาและข้อจำกัดด้านการขนส่งที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้นำเข้าพลังงาน และได้รับแรงกระแทกจากวิกฤตนี้โดยตรง ส่งผลให้ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ การบริหารสภาพคล่อง และมีผลต่อความสามารถในการแข่งขันที่อาจลดลงในระยะยาว ซึ่งดีพร้อม ได้ประเมินว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงวิกฤตระยะสั้น แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งปรับโครงสร้างด้านพลังงานอย่างเร่งด่วน ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ต้องการให้ทุกภาคส่วนเร่งดำเนินการช่วยเหลือภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตดังกล่าว ดีพร้อม โดยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ภายใต้ชื่อ "สินเชื่อพลังงานดีพร้อม (DIPROM Energy Efficiency)" เพื่อให้เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงง่าย และช่วยบรรเทาผลกระทบโดยตรงต่อภาค SMEs ไทย ทั้งนี้ ดีพร้อม วางกรอบการให้ความช่วยเหลือให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อลดภาระ และประคองธุรกิจในช่วงภาวะวิกฤต จึงกำหนดเงื่อนไขพิเศษสำหรับสินเชื่อพลังงานดีพร้อมฯ ด้วยการให้สิทธิ์ปลอดชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในช่วง 3 เดือนแรก เพื่อเป็นการจูงใจและช่วยผู้ประกอบการในช่วงเริ่มต้น พร้อมกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่แบบขั้นบันได เพื่อลดอุปสรรคด้านต้นทุนทางการเงิน โดยสามารถยื่นขอวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ระยะเวลาผ่อนชำระสูงสุด 7 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียงร้อยละ 2 ต่อปี ก่อนปรับเป็นร้อยละ 4 ต่อปีในปีที่ 2-4 และร้อยละ 6 ต่อปีในปีที่ 5-7 นอกจากนี้ ดีพร้อม มุ่งเน้นให้ผู้ประกอบการนำเงินทุนไปใช้วางรากฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน (Energy Efficiency: EE) อย่างเต็มรูปแบบ โดยขยายวัตถุประสงค์การกู้ยืมให้ครอบคลุมการปรับปรุงกิจการ การลงทุน ขยาย หรือต่อยอดธุรกิจในพลังงานทางเลือก หรือพลังงานทดแทน โดยการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) , โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) หรือเปลี่ยนมาใช้พลังงานจากก๊าซชีวภาพชีวมวล รวมถึงการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบทำความเย็น ตลอดจนการลงทุนในเทคโนโลยีหรือระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย และระบบบำบัดและกำจัดขยะมูลฝอย

อย่างไรก็ตาม การลงทุนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และยกระดับสถานประกอบการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมยั่งยืน การลงทุนถูกขับเคลื่อนควบคู่ไปกับมาตรการ eXternal Support & Ecosystem ภายใต้มาตรการ FLEXi Energy DIPROM ที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับเครือข่ายการให้บริการของดีพร้อม อาทิ ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BSC) และศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม (ITC) เพื่อให้คำปรึกษาและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs สามารถเพิ่มผลิตภาพ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน การผสานมาตรการทางการเงินเข้ากับการส่งเสริมเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่โครงสร้างใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

 

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

 

2. ขนทัพเอกชนบุกเคนยา ลุยขยายตลาดซอฟต์แวร์ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569)

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้นำผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ บริการด้านซอฟต์แวร์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง จำนวน 14 ราย เข้าร่วมเจรจาการค้ากับผู้ประกอบการเคนยา ในกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าหรือบิสิเนส แมชชิ่ง โดยผลการเจรจาในวันที่ 4 เมษายน 2569 ประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย มีผู้ประกอบการเคนยาเข้าร่วมกว่า 73 ราย สร้างมูลค่าเจรจาการค้ารวมกว่า 165 ล้านบาท และมีแนวโน้มต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจในระยะยาว ทั้งนี้ การเข้าร่วมของผู้ประกอบการเคนยาจำนวนมาก ได้สะท้อนถึงเทคโนโลยีและบริการดิจิทัลจากประเทศไทย โดยพบคู่ค้าศักยภาพหลายรายที่มีแนวโน้มพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต ซึ่งธุรกิจที่ได้รับความสนใจ ได้แก่ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการโรงแรม ซอฟต์แวร์การตลาด เอไอ ซอฟต์แวร์ระบบจัดการขยะอัจฉริยะ โดย การจัดกิจกรรมนี้เป็นการมุ่งขยายโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ทั้งปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในหลายภูมิภาคของโลก

อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเคนยาครั้งนี้ได้หารือร่วมกับนายวิลเลียม คาโบโก กิตาอู รัฐมนตรีกระทรวงไอซีที นางลูซี่ คิรูทู เอกอัครราชทูตเคนยา ประจำประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐจากกระทรวงไอซีที และกระทรวงการค้า ประเทศเคนยา เพื่อขยายความร่วมมือในการขยายการค้าและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมไอที ธุรกิจโรงแรม และอื่นๆ

 

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์

นายกสมาคมโรงแรมไทย

 

3. รร.ชง 8 มาตรการกู้วิกฤติ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569)

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ร่วมกับภาครัฐและตัวแทนเครือโรงแรมชั้นนำทั่วประเทศจัดประชุมระดมความคิดเห็นเร่งด่วน เพื่อประเมินสถานการณ์ท่องเที่ยวหลังวิกฤติความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนต่ออุตสาหกรรมโรงแรมไทยในไตรมาสที่ 2 โดยได้ข้อสรุปว่าจะมีข้อเสนอแนะ 8 แนวทางหลักต่อรัฐบาลเพื่อเร่งพิจารณาประคองภาคการท่องเที่ยวในขณะนี้ สำหรับ 8 แนวทางได้แก่ 1. ขอให้เลื่อนจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศหรือค่าเหยียบแผ่นดินออกไปก่อนเนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการเดินทางของนักท่องเที่ยวสูงอยู่แล้ว 2. เร่งแก้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 อย่างจริงจังโดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบหนัก 3. ทบทวนนโยบายวีซ่าเพื่อสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกในการเข้าเมืองและคัดกรองมิจฉาชีพ 4. ลดค่าพลังงานและราคาน้ำมัน เพื่อส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด 5. ออกมาตรการกระตุ้นไทยเที่ยวไทยอาทิ โครงการคนละครึ่งพลัสหรือสนับสนุนงบอุดหนุนรถบัสท่องเที่ยว 6. สนับสนุนงบจัดประชุมสัมมนาภาครัฐภายในประเทศและให้สิทธิประโยชน์เอกชนที่จัดงาน 7. สนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ท่องเที่ยวโดยตรง และ 8. เสริมสภาพคล่องให้ ผู้ประกอบการเตรียมรับมือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ซบเซา อีกทั้งยังคัดค้านการนำงบประมาณไปอุดหนุนตัวแทนการท่องเที่ยวออนไลน์ (โอทีเอ) ต่างชาติ แต่เสนอให้รัฐนำเงินไปสนับสนุนสายการบินโดยตรงหรือพัฒนาแพลตฟอร์มจองที่พักของคนไทยอย่างแอปทักทายเพื่อความยั่งยืน ทั้งนี้ แม้ภาพรวมการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 1 จะปิดตัวได้ตามเป้าหมายแต่ผู้ประกอบการแสดงความกังวลมากต่อไตรมาสที่ 2 เพราะยอดจองล่วงหน้าชะลอตัวลงกว่าปี 2568 ช่วงสงกรานต์ที่กำลัง จะมาถึงพบว่ายอดจองยังต่ำกว่าปีที่แล้วในหลายพื้นที่ ทำให้มองว่าภาครัฐควรต้องออกมาตรการต่างๆ ช่วยแก้ไขวิกฤติที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม พบว่ายอดจองโรงแรมช่วงสงกรานต์ภาคเหนือปีนี้หนักที่สุดเหลือเพียง 50-60% จากปัจจัยรุมเร้าทั้งสงครามตะวันออกกลางและวิกฤติฝุ่น ขณะที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบจากการหายไปของนักท่องเที่ยวอิสราเอลและราคาตั๋วเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นถึง 200% ในบางเส้นทางเนื่องจากการเลี่ยงน่านฟ้า ส่วนกรุงเทพฯ และภาคกลางยอดจองยังตามหลังปีที่แล้ว ขณะที่กลุ่มประชุมสัมมนาจากภาครัฐชะลอตัวลงชัดเจนจากการเลื่อนใช้งบประมาณส่วนภาคตะวันออก แม้ยอดจองไตรมาส 2 จะลดลง 10-15% แต่พัทยายังได้รับอานิสงส์จากกลุ่มรัสเซียที่ย้ายมาจากภูเก็ต

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4.  OPEC+ เตรียมเพิ่มกำลังผลิตน้ำมันเดือนพ.ค. ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 7 เมษายน 2569)

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) เปิดเผยว่า ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน 2569 เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ 206,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือนพฤษภาคม 2569 โดยการประกาศดังกล่าวมีขึ้นภายหลังการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งประกอบด้วยประเทศสมาชิกหลัก ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน เพื่อทบทวนสถานการณ์และแนวโน้มตลาดโลก ทั้งนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง ทั้ง 8 ประเทศย้ำถึงความสำคัญของการรักษาเส้นทางการเดินเรือระหว่างประเทศ เพื่อให้การส่งพลังงานเป็นไปอย่างราบรื่น

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ สมาชิกทั้ง 8 ประเทศยังแสดงความกังวลต่อการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันที่สามารถจัดหาได้ พร้อมชี้ว่า การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหายให้กลับมาผลิตเต็มกำลังใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งนี้ สำหรับการประชุมครั้งถัดไปของทั้ง 8 ประเทศจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤษภาคม 569 เพื่อตัดสินใจในขั้นตอนต่อไป

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)