ข่าวประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569

ข่าวในประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

1. ครม. ไฟเขียวงบเพิ่ม 477 ล้านบาท จ่ายเงินค้างชาวไร่อ้อย ปี 67/68 (ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา, ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569)

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 477.04 ล้านบาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือที่ยังคงตกค้างให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยในฤดูการผลิตปี 2567/2568 โดยการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวยังอยู่ภายใต้กรอบวงเงินเดิมที่ ครม. เคยอนุมัติไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เร่งรัดติดตามและผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. จนได้รับความเห็นชอบเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา สำหรับการช่วยเหลือครั้งนี้ ครอบคลุมอ้อยสดคุณภาพดี 100% ปริมาณรวม 6.91 ล้านตัน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มเกษตรกรที่ไม่มีอ้อยเผาแต่มีสิ่งปนเปือนไม่เกิน 5% จำนวน 1,053 คู่สัญญา ปริมาณอ้อย 5.96 ล้านตัน ได้รับเงินช่วยเหลือรวม 411.10 ล้านบาท โดยจะคำนวณจ่ายเฉพาะส่วนที่เป็นอ้อยสดคุณภาพดี ส่วนกลุ่มเกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานผลิตเอทานอล จำนวน 3,505 คู่สัญญา ปริมาณอ้อยกว่า 9 แสนตัน ได้รับการช่วยเหลือวงเงิน 62.34 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มเกษตรกรที่ส่งอ้อยสด 100% ให้โรงงานน้ำตาลทรายแดง จำนวน 109 คู่สัญญา ปริมาณอ้อยกว่า 5 หมื่นตัน ได้รับการช่วยเหลือวงเงิน 3.61 ล้านบาท ทั้งนี้ การอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวจะช่วยบรรเทาภาระและเสริมสภาพคล่องให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อยกว่า 4,600 คู่สัญญาทั่วประเทศ สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนการตัดอ้อยสด ลดการเผาอ้อย และยกระดับคุณภาพวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายไทย

อย่างไรก็ตาม นายวราวุธ ได้ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทุกท่าน เงินช่วยเหลือได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้วตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้คำมั่นไว้ แม้อาจล่าช้าไปบ้าง แต่ก็สามารถผลักดันจนสำเร็จ ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วย

 

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

2. ส่องบูธดีพร้อม "Glow in the Dark" งาน OTOP Midyear 2026 มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ปลุกศก.ไทย (ที่มา: มติชนออนไลน์, ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้พาผู้บริหาร ประกอบด้วย น.ส.ณัฏฐิยา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม นายสุรพล ปลื้มใจ รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมพิธีเปิดงาน "OTOP Midyear 2026" ภายใต้แนวคิด OTOP Next Inspiration โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวรายงาน ร่วมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ นายทรงศักดิ์ ทองศรี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะทูตานุทูต คณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ผู้แทนภาคีเครือข่าย ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน ณ เวทีกลาง อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งในพิธีเปิดงานครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ว่า รัฐบาลมุ่งหวังสร้างผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ในทุกระดับทั่วประเทศ โดยนำทุนทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานราก ซึ่งสินค้า OTOP จะไม่ใช่เพียงของฝากจากชุมชน แต่เป็นตัวแทนสะท้อนเรื่องราว วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์อันทรงคุณค่าของคนไทยในสายตาชาวโลก ตลอดจนขับเคลื่อนแบรนด์ Made in Thailand ให้เป็นเครื่องหมายแห่งคุณภาพ ความคุ้มค่า และความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง ถือเป็นโอกาสและเวทีครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย จุดประกายแนวทางการดำเนินธุรกิจเพื่อก้าวข้ามอุปสรรค และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในการกระจายรายได้กลับสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ได้เข้าร่วมจัดนิทรรศการและนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงาน ภายใต้แนวคิด "Glow in the Dark แสงแห่งทางรอด: ส่องประกายภูมิปัญญาไทย สู่อนาคตแห่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์" เพื่อสร้างความตระหนักรู้และจุดประกายแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวข้ามอุปสรรค ผ่านการเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อวิกฤตให้กลายเป็นโอกาสเชิงสร้างสรรค์ จากภูมิปัญญาสู่การพัฒนาในระดับสากล ผ่าน 2 แนวทางหลัก คือ การพัฒนาวัตถุดิบทางเลือก (Alternative Materials) และการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและการดำเนินงานภายในพื้นที่ DIPROM Pavilion ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 โซน ประกอบด้วย โซนที่ 1 นิทรรศการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ จัดแสดงผลงาน OTOP 4-5 ดาว ที่ผ่านการพัฒนาจากดีพร้อมจำนวน 20 ราย โซนที่ 2 กิจกรรมสร้างการรับรู้ (Share & Learn) สร้างการเรียนรู้แนวทางการพัฒนา ผลิตภัณฑ์ OTOP และโซนที่ 3 พื้นที่ให้บริการแก่ผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ได้แก่ ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรมดีพร้อม (DIPROM BSC) บริการให้คำปรึกษาแนะนำในการดำเนินธุรกิจ บริการให้คำปรึกษาด้านเงินทุน เป็นต้น

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

 

3. แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส รัฐช่วย 1 หมื่น หนุนเป็นเจ้าของธุรกิจ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569)

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.), ธนาคารกรุงไทย, บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank, ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกัน สินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จัดประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเข้าร่วมโครงการ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ สำหรับโครงการ "ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส" เป็นการดำเนินงานภายใต้นโยบาย "ไทยช่วยไทย" ที่จะช่วยสร้างธุรกิจและอนาคตให้กับผู้ว่างงาน หรือผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจลงทุน มองหารายได้เสริม และมองหาแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพเพื่อการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ผ่านระบบแฟรนไชส์คุณภาพ สามารถเลือกธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นอาชีพได้จริงในระยะเวลาสั้นๆ และมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เนื่องจากมีเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลตลอดระยะเวลาในการดำเนินธุรกิจ โดยรัฐบาลจะร่วมอุดหนุนเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจให้กับประชาชน 50% ของมูลค่าแพ็กเกจ สูงสุดรายละ 10,000 บาท สำหรับ แพ็กเกจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอ จะมีการสนับสนุนธุรกิจผ่านบริการ Krungthai Business โอกาสเข้าถึงสินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ อาทิ ธนาคารกรุงไทย, SME D Bank, ธนาคารออมสิน และหากต้องมีการค้ำประกันจะมี บสย. มาช่วยดูแล ตลอดจนสิทธิ์ในการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครทั่วประเทศกว่า 2,000 สาขา โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ ฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน รวมทั้งการสมัครเข้าเป็นร้านค้าร่วมโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส (60 : 40)" ที่จะรับสมัครถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์กับโครงการได้ผ่านทางเว็บไซต์ "ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์ .dbd.go.th" สามารถติดต่อไปยังแฟรนไชส์ซอร์ได้โดยตรง จากนั้นแฟรนไชส์ซอร์จะทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลและเอกสารต่างๆ ของผู้ซื้อลิขสิทธิ์ แฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซี) มายังกรมฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาความพร้อมของผู้ลงทุน

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. Ifo เผย ดัชนีความเชื่อมั่นธุรกิจเยอรมนีปรับตัวดีขึ้นตามคาดในเดือนมิ.ย.  (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2569)

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจ Ifo เปิดเผยผลสำรวจโดยระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นตรงตามที่นักวิเคราะห์คาด สู่ระดับ 85.6 เมื่อเทียบกับระดับ 85.0 ในเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ปรับทบทวนแล้ว เนื่องจากบริษัทต่างๆ ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันของตนเองในเชิงบวกมากขึ้น และมุมมองต่ออนาคตก็มีความกังวลลดลงเล็กน้อย ทั้งนี้ ทางด้านเคลเมนส์ ฟูสต์ ประธานสถาบัน Ifo กล่าวว่า เศรษฐกิจเยอรมนีกำลังตั้งความหวังว่าสถานการณ์การเมืองโลกจะผ่อนคลายลง ซึ่งภาคธุรกิจมีความพึงพอใจกับการดำเนินงานในปัจจุบันมากขึ้น โดยดัชนีประเมินสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 87.0 จากระดับ 86.1 ในเดือนพฤษภาคม

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ สถาบัน Ifo ระบุว่า มุมมองต่อแนวโน้มในช่วงหลายเดือนข้างหน้าก็เป็นเชิงลบน้อยลงเช่นกัน โดยดัชนีความคาดหวังปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 84.1 จากระดับ 83.9 ในเดือนก่อนหน้า

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)