ข่าวประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569

ข่าวในประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

1. อุตฯ จ่อเคาะแพ็กเกจกู้วิกฤตค่ายรถ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569)

 

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ GWM นำคณะผู้บริหารเข้าหารือภาพรวมธุรกิจยานยนต์ไทย โดยมีนางอัษฎาพร ไกรพานนท์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายนรุณ สุขสมาน รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ร่วมด้วย ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ประกอบกับสถานการณ์การส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์โลก รัฐบาลไทยจึงอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเชิงรุกต่างๆตามข้อเสนอภาคธุรกิจยานยนต์ เพื่อให้ก้าวพ้นจากภาวะวิกฤต และตนได้ให้สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ทบทวนสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ ของรถยนต์อย่างเข้มข้น เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพให้กับห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ไทยในระยะยาว โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต โดยเฉพาะกระบวนการรีไซเคิลแบตเตอรี่อย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นโจทย์ใหญ่ของภาครัฐและภาคเอกชนที่จะต้องร่วมกันวางแผนรับมือ

อย่างไรก็ตาม ขณะที่ นางยางเย คริส จู ประธานและประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด ได้นำคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าพบ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์และนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ ภาครัฐและเอกชนได้ร่วมแลกเปลี่ยน มุมมองเชิงลึก ท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านทาง เทคโนโลยียานยนต์ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก เพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันระยะยาว และเสถียรภาพของฐานการผลิตยานยนต์ในไทย โดยก่อนหน้านี้ นายวราวุธ ยังได้หารือกับผู้บริหารระดับสูง ของ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เกี่ยวกับทิศทางและนโยบายสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของกระทรวงอุตสาหกรรมในสภาวะความท้าทายของเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งนายวราวุธ เน้นย้ำว่ากระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายเปลี่ยนผ่านไปสู่ ยานยนต์สมัยใหม่ และเพิ่มการใช้ชิ้นส่วน หรือกระบวนการผลิตในไทยเป็นหลัก

 

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

2. อัปเกรดเอสเอ็มอี ปรับโรดแมปฝ่าพิษศก.โลก (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29มิถุนายน 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ครั้งที่ 4/2569 คณะกรรมการฯ ได้ร่วมกันพิจารณาทบทวนแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวของกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ พร้อมวางกรอบทิศทางการดำเนินงานของกองทุนตามแผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ให้มีความสอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและนโยบายของภาครัฐในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ให้มีศักยภาพ เข้าถึงแหล่งทุน และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันอย่างมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการของกองทุน ประกอบด้วย ข้อที่ 1 แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ (พ.ศ.2567-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ข้อที่ 2 แผนการบริหารทรัพยากรบุคคลกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ระยะยาว (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการด้านบริหารทรัพยากรบุคคล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 และข้อที่ 3 แผนปฏิบัติการดิจิทัลกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ระยะยาว (พ.ศ.2566-2570) ฉบับทบทวน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และแผนปฏิบัติการดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ซึ่งมีองค์ประกอบครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งที่ประชุมยังร่วมกันทบทวนแผนบริหารความเสี่ยงกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 เพื่อปรับปรุงแผนให้มีประสิทธิภาพในการควบคุมและบริหารความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมร่วมกันแสดงความคิดเห็น พร้อมให้ข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อการยกระดับบทบาทของกองทุนให้เป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และคุ้มค่า รวมถึงเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต่อไป

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ครั้งที่ 2/2569 โดยที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSME) รวมถึงผลสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งเอสเอ็มอีไทยได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง มีสาเหตุสำคัญมาจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาพลังงาน ค่าขนส่ง และวัตถุดิบ จึงต้องการให้ภาครัฐกำหนดมาตรการช่วยลดต้นทุน เสริมสภาพคล่อง และสนับสนุนการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งการประชุมในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการดำเนินงานด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำหนดแนวทางและมาตรการที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยสามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อความท้าทายที่เกิดขึ้น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

 

นายพรวิช ศิลาอ่อน

รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

 

 

3. จัดใหญ่ TCM2026 ปั้นไทยฮับ 'อุตสาหกรรมคอนเทนต์' (ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ, ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569)

นายพรวิช ศิลาอ่อน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และพันธมิตรภาคเอกชนในอุตสาหกรรมคอนเทนต์จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวงานแสดงสินค้านานาชาติธุรกิจคอนเทนต์ดิจิทัลคอนเทนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ Thailand Content Market 2026 หรือ TCM2026 จัดขึ้นระหว่าง 20-22 กรกฎาคม 2559 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น G ถือเป็นงานแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย รวมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยผู้สร้างสรรค์ นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของภูมิภาค ซึ่งปัจจุบันธุรกิจความบันเทิงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล จากต้นทุนด้านความคิดสร้างสรรค์ สามารถต่อยอดไปสู่ทรัพย์สินทางปัญญา การส่งออก การสร้างงานและการสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยที่ผ่านมา คอนเทนต์ไทยได้รับความสนใจจากตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาพยนตร์ ซีรีส์เกม แอนิเมชัน คาแรกเตอร์ และรูปแบบคอนเทนต์ใหม่ๆ สะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทย ความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย และความพร้อมของอุตสาหกรรมที่จะก้าวสู่ตลาดโลก ทั้งนี้ การจัดงาน Thailand Content Market 2026 ถือเป็นงานสำคัญสำหรับเพื่อตอบโจทย์แพลตฟอร์มตลาดซื้อขาย และพื้นที่เจรจาธุรกิจคอนเทนต์ระดับนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทยแบบครบวงจรตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำครอบคลุมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ซีรีส์ และแอนิเมชัน ผ่านกิจกรรมสำคัญทั้งการนำเสนอโปรเจกต์ การจับคู่เจรจาทางธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับประเทศและนานาชาติปัจจุบันมีผู้แสดงสินค้าเข้าร่วมงานแล้วกว่า 300 ราย รวมถึงมีคู่ค้าต่างประเทศตอบรับเข้าร่วมงานกว่า 300 ราย จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก คาดว่าจะสร้างมูลค่าการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การจัดงาน Thailand Content Market 2026 ครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นจากความพร้อมของทุกอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับคอนเทนต์ในเมืองไทย อาทิ หนัง ซีรีส์ เกม แอนิเมชัน พร้อมทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์ที่จะขายไปสู่ตลาดโลก ซึ่งกรมฯ ได้นำตลาดโลกมาสู่เมืองไทยให้คนไทยที่มีคอนเทนต์ดีๆ ในแต่ละสาขา รวมทั้งหมดกว่า12 สาขา ไม่ต้องเดินทางไปไกล โดยนำมารวมไว้ในงานนี้งานเดียว ทั้งนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับการผลักดันผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในหลากหลายรูปแบบ ทั้งการเข้าร่วมงานแสดงสินค้านานาชาติ การจัดคณะผู้แทนการค้า การเจรจาธุรกิจ และการสร้างเครือข่ายกับคู่ค้าทั่วโลก โดยการส่งเสริมอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญที่สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีโลกด้วยศักยภาพและโอกาสของอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทย

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. ภาคอุตสาหกรรมจีนยังแกร่ง กำไร 5 เดือนแรกโต 18.8% (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 29 มิถุนายน 2569)

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของจีนเพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบรายปีในช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2569 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโต 18.2% ในช่วง 4 เดือนแรก ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนดังกล่าว บริษัทอุตสาหกรรมของจีนที่มีรายได้จากธุรกิจหลักต่อปีอย่างน้อย 20 ล้านหยวน (ประมาณ 2.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีผลกำไรรวมอยู่ที่ 3.14 ล้านล้านหยวน อย่างไรก็ตาม ขณะที่เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 เพียงเดือนเดียว กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)