ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. วราวุธปักหมุดลงทุนสีเขียว (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "ONE MIND" ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การรับฟังและแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการอย่างใกล้ชิด (People Engagement) การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Policy Execution) การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน (Legal Reform) และการผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียวรองรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Minister's Passion) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว ทั้งนี้ ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีใหม่ และโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่ง บูรณาการการทำงานภายใต้แนวคิด ONE MIND เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสนับสนุน ผู้ประกอบการ SME ให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ในตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้นำคณะลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ นำไปสู่การออกแบบมาตรการส่งเสริมตอบโจทย์เอกชน
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ
ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
2. "กนอ." ตั้งไข่นิคมฯ สุพรรณบุรี (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569)
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.กำลังศึกษาการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมการเกษตรมูลค่าสูง ที่จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสนับสนุนให้เกิดการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง (High-Value Products) เปลี่ยนความท้าทายด้านพลังงานและต้นทุนให้เป็นโอกาส ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมขั้นสูงแปรรูปวัตถุดิบต้นน้ำในพื้นที่ ทั้งนี้ เบื้องต้นผลการศึกษาระบุว่าจังหวัดสุพรรณบุรีมีศักยภาพและความพร้อมใน 6 ด้าน โดยเฉพาะในด้านศักยภาพฐาน วัตถุดิบทางการเกษตร และวงจรการผลิตที่มีความหลากหลายสูง ทั้งพืชเชิงปริมาณ เช่น ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และสินค้าอัตลักษณ์ที่มีชื่อเสียง อาทิ แห้วสุพรรณ ซึ่งความอุดมสมบูรณ์นี้สามารถนำมาต่อยอดและเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต อาทิ อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) สารเสริมอาหาร (Nutraceuticals) ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ นอกจากนี้ โครงการยังออกแบบภายใต้แนวคิดการลงทุนแบบคล่องตัว (Agile) และพัฒนาเป็นขั้นตอนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ โดย
อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้วางปัจจัยความสำเร็จไว้ 3 ด้านหลัก เช่น การจับมือพันธมิตรหลัก (Anchor Partnerships) ร่วมกับหน่วยงานวิจัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำ เช่นกรมการข้าว, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อดึงดูดผู้เช่าหลักรายใหญ่และผลักดันให้เกิดการใช้นวัตกรรมชั้นสูง หากนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จัดตั้งสำเร็จจะช่วยยกระดับจังหวัดสุพรรณบุรี จากฐานการผลิตภาคเกษตรกรรมดั้งเดิมสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกษตรมูลค่าสูง (Agri-Med Hub) ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตรแล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าสู่วงจรการผลิตระดับโลกเชื่อมโยงเศรษฐกิจในพื้นที่เข้ากับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ของประชาชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
3. BOI ไฟเขียวมาสด้า ลงทุน 7.4 พันล้านผลิตรถ MHEV (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ด บีโอไอ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนของบริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และฟอร์ด เพื่อขยายการลงทุนมูลค่ากว่า 7,400 ล้านบาท ปรับปรุงกระบวนการผลิตของโรงงานที่นิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์มาสด้ารุ่นใหม่ แบบ Mild Hybrid Electric Vehicle (MHEV) ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้า โดยมาสด้าได้เลือกไทย เป็นฐานการผลิตหลัก MHEV พร้อมเดินสายการผลิตในปี 2570 เพื่อจำหน่ายในประเทศ รวมทั้งส่งออกไปญี่ปุ่นและอาเซียน การลงทุนครั้งนี้ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก และการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต อีกทั้งตอบรับมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ MHEV ที่ออกโดยคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า แห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ทั้งนี้ ปัจจุบันกลุ่มมาสด้ามี 4 บริษัทในไทย ครอบคลุมธุรกิจด้านการผลิตรถยนต์ เครื่องยนต์เกียร์อัตโนมัติ ชิ้นส่วนยานยนต์ การจำหน่าย และการตลาดระดับภูมิภาค สำหรับการลงทุนของมาสด้าในครั้งนี้ จะเป็นการปรับปรุงสายการผลิตด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการสำคัญ อาทิ เชื่อมโครงรถ ประกอบตัวถัง พ่นสี และประกอบรถยนต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ รองรับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับยูโร 6 ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน โดยทั้งหมดเป็นการเตรียมพร้อมผลิตรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น B-SUV ด้วยเทคโนโลยี MHEV เนื่องจากบริษัทและลูกค้าเชื่อมั่นในคุณภาพของรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานในไทย โดยโครงการนี้นับเป็นก้าวแรกของบริษัทในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าต่อไป
อย่างไรก็ตาม มาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแบบ MHEV บอร์ดอีวีกำหนดภาษีสรรพสามิตในอัตราพิเศษ 10% (กรณีปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km) และ 12% (กรณีปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101-120 g/km) โดยเป็นอัตราคงที่ 7 ปี (พ.ศ.2569-2575) พร้อมกำหนดเงื่อนไขต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อนตั้งแต่ปี 2571 และต้องมีการติดตั้งระบบ ความปลอดภัยอัจฉริยะ (ADAS) อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ
ข่าวต่างประเทศ
4. ยอดขายรถใหม่ญี่ปุ่นครึ่งปีแรกโต 1.8% รับอานิสงส์รถรุ่นใหม่ทยอยเปิดตัว (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 2 กรกฎาคม 2569)
สมาคมผู้จำหน่ายรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JADA) และสมาคมรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ในญี่ปุ่นปรับตัวขึ้น 1.8% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น ซึ่งช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อรถ โดยในรายงานระบุว่า บรรดาผู้ผลิตรถยนต์ทำยอดขายรวมทั้งสิ้น 2,387,189 คัน ในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 ซึ่งรวมถึงรถยนต์ขนาดเล็ก โดยนอกจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่แล้ว ยอดขายส่วนหนึ่งยังได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลท้องถิ่นยกเลิกภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์ โดยพิจารณาจากเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อเดือน เมษายนที่ผ่านมา ส่วนยอดขายไม่รวมรถยนต์ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 600 ซีซี ปรับตัวขึ้น 2.0% สู่ระดับ 1,530,413 คัน โดยได้แรงหนุนหลังการยกเลิกภาษีดังกล่าว ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายแบรนด์ พบว่า โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor Corp.) ยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยยอดขายที่เติบโตขึ้น 5.3% สู่ระดับ 751,324 คัน ด้านบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors Corp) มียอดขายทะยานขึ้น 12.8% แตะที่ 28,950 คัน โดยได้รับอานิสงส์จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor Co.) ยังคงเผชิญกับยอดขายที่ซบเซา โดยทำยอดขายได้ 119,321 คัน ลดลง 10.8% ขณะที่ยอดขายรถยนต์ขนาดเล็ก โตขึ้น 1.3% แตะที่ 856,776 คัน นำโดยซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ป (Suzuki Motor Corp.) ที่ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็กเอาไว้ได้ แม้ว่ายอดขายจะลดลง 5.5% มาอยู่ที่ 281,135 คัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากขาดการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ส่วนนิสสันมียอดขายรถยนต์ขนาดเล็กเพิ่มขึ้น 13.1% แตะที่ 97,966 คัน โดยได้รับแรงหนุนจากรถยนต์วากอนรุ่น Roox สำหรับยอดขายรถยนต์ใหม่ เฉพาะในเดือนมิถุนายน 2569 เพียงเดือนเดียว ปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 426,883 คัน
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)