ข่าวในประเทศ
นายศุภกิจ บุญศิริ
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
1. สุดคึกคัก! สศอ.ยกขบวนสินค้าฮาลาลอวดตลาดโลก (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569)
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานในพิธีเปิด "อุตสาหกรรมฮาลาล OIE PAVILION" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Grand Halal Bangkok 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ภายใต้กิจกรรมเชื่อมโยงตลาดในประเทศ โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 โดยนางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ให้การต้อนรับในฐานะหน่วยงานผู้รับดำเนินการ ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย และผู้บริหารทั้งจากภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานด้วย โดยได้นำผู้ประกอบการอุตสาหกรรมฮาลาล 38 กิจการ รวม 5 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ของทานเล่นและขนมขบเคี้ยว 13 ราย เครื่องปรุงรส 11 ราย เครื่องดื่ม 5 ราย ผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรแปรรูป 5 ราย เนื้อสัตว์และอาหารทะเลแปรรูป 4 ราย เข้าร่วมแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจ (Business Matching) พร้อมเปิดจุดให้คำปรึกษาครบวงจร Halal Clinic ในด้านมาตรฐานฮาลาลสำหรับผู้ที่สนใจ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเครือข่ายพันธมิตรให้กับผู้ประกอบการฮาลาลของไทย ต่อยอดการค้าและขยายตลาดสู่สากลอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากจำนวนประชากรมุสลิมทั่วโลกที่มีอยู่กว่า 1,900 ล้านคน และมีการขยายตัวของมูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์ ฮาลาลโลกอย่างต่อเนื่องในทุกปี ประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตและส่งออกอาหารรายสำคัญของโลก มีความพร้อมทั้งด้านวัตถุดิบ องค์ความรู้ และมาตรฐานฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล จึงนับเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยจะขยายตลาดสินค้าฮาลาลทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม สำหรับกิจกรรม "อุตสาหกรรมฮาลาล OIE PAVILION" เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรมที่จะส่งเสริมและยกระดับผู้ประกอบการอาหารฮาลาลไทยให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นั่นคือการเชื่อมโยงตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านงานแสดงสินค้าชั้นนำ โดยจัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) แบบตัวต่อตัว (B2B) กับคู่ค้าที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ และเครือข่ายพันธมิตรให้กับผู้ประกอบการฮาลาลของไทยขยายตลาดสู่สากล ขณะเดียวกันก็เป็นการเพิ่มโอกาสในการสร้างความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนเกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลแนวโน้มตลาด และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม
อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา
2. สิทธิบัตร AI โลก พุ่ง 75 เท่า โอกาสไทยต่อยอดสู่ศก.ดิจิทัล (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569)
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตรปัญญาประดิษฐ์ทั่วโลกช่วงปี 2550 ถึงปัจจุบัน พบการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยจำนวนยื่นคำขอสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นจาก 58 กลุ่มสิทธิบัตรในปี 2550 ทะยานสู่ 4,361 กลุ่มสิทธิบัตร ในปี 2567 หรือเติบโตขึ้น 75.2 เท่า มีจุดเร่งสำคัญช่วงปี 2566-2567 ที่ยอดคำขอสิทธิบัตรพุ่งสูงขึ้นถึง 52.3% หลังการเปิดตัว Generative AI อย่าง ChatGPT สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI เติบโตอย่างรวดเร็วในระบบสิทธิบัตรโลก การแข่งขันทางเทคโนโลยีดังกล่าวยังเปิดกว้าง แต่โอกาสอาจลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะมีการยื่นจดสิทธิบัตรหนาแน่นขึ้นทุกปี โดยพบการแบ่งขั้วอำนาจทางเทคโนโลยีอย่างชัดเจนระหว่าง 2 มหาอำนาจหลัก คือ สหรัฐ และจีน ซึ่ง 2 ประเทศถือครองสิทธิบัตร รวมกัน 65.2% ของ สิทธิบัตร AI ทั่วโลก โดยสหรัฐ เป็นอันดับ 1 ถือครอง สิทธิบัตร 33.5% ขณะที่จีน เป็นอันดับ 2 ถือครองสิทธิบัตร 31.8% สำหรับไทยมีโอกาสนำเทคโนโลยีมาพัฒนาต่อยอด ใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนา AI Agent ท้องถิ่น (Local Agent) หรือการสร้างเอเจนต์ อัจฉริยะที่เข้าใจภาษาไทย ภาษาเฉพาะกลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจและการบริการภายในประเทศ 2.โอกาสในกลุ่มเทคโนโลยีที่ช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย (RegTech) และกลุ่มเทคโนโลยีความปลอดภัยและธรรมาภิบาล AI (AI Safety & Governance Tech) เพราะไทยมี พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่เข้มแข็ง จึงเป็นโอกาสทองของ ผู้ประกอบการไทย และสตาร์ทอัพสาย RegTech หรือ Cybersecurity ในการพัฒนาเครื่องมือตรวจสอบธรรมาภิบาล AI เพื่อตอบโจทย์ความปลอดภัย และสอดคล้องกับหลักกฎหมายให้กับธุรกิจทั้งในไทย และขยายผลสู่ตลาดอาเซียนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติคำขอจดทะเบียนสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรในไทย 5 ปีที่ผ่านมา (2564-2569) ประมาณ 3,393 คำขอ แบ่งเป็น คนไทย 1,289 คำขอ ต่างชาติ 2,104 คำขอ มีการเติบโตของนวัตกรรม AI โดยเฉพาะด้านการแพทย์และชีวภาพ ที่คนไทยยื่นขอจดทะเบียนมากที่สุด 312 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่าไทยกำลังมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมสุขภาพ ซึ่งต่อยอดสู่อุตสาหกรรม Wellness และการแพทย์แม่นยำได้ ขณะที่บริษัทข้ามชาติเน้นยื่นสิทธิบัตรกลุ่มเทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล รวม 73 คำขอ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)
3. อานิสงส์ยุโรปร้อนจัดมาก ดันแอร์ไทยผงาดทุบสถิติ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569)
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบของไทยไปยังทวีปยุโรปในเดือนพฤษภาคม 2569 มีมูลค่าสูงถึง 148.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวเพิ่มขึ้นถึง 40.7% ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 เดือน ส่งผลให้ยอดรวม 5 เดือน (มกราคม - พฤษภาคม) ขยายตัว 18.9% โดยสินค้ากลุ่มปั๊มความร้อนและส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศเป็นกลุ่มที่เติบโตโดดเด่นที่สุด สำหรับปัจจัยหนุนสำคัญมาจากปรากฏการณ์โดยความร้อนที่เข้าปกคลุมยุโรปตะวันตกเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 10 องศาเซลเซียส โดยหลายประเทศทั้งโปรตุเกส สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ และฝรั่งเศส ต่างทำสถิติอุณหภูมิสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ทำให้ผู้ค้าปลีกในยุโรปเร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมรับมืออุปสงค์ช่วงจุดสูงสุดของฤดูร้อน ส่งผลให้ตลาดหลักอย่างเยอรมนีขยายตัวสูงถึง 89.6% รวมถึงตลาดทางยุโรปเหนือก็เติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ขณะที่แนวโน้มในไตรมาสที่ 3 คาดว่าความต้องการเครื่องปรับอากาศในยุโรปจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเผชิญคลื่นความร้อนระลอกใหม่ในปลายเดือนมิถุนายนที่อุณหภูมิพุ่งสูงใกล้ 40 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิจะสูงกว่าปกติยาวไปจนถึงเดือนกันยายน ประกอบกับยุโรปเป็นภูมิภาคที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในโลกและมีอัตราการครอบครองเครื่องปรับอากาศของครัวเรือนเพียง 1 ใน 5 ทำให้แอร์กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินค้าฟุ่มเฟือยมาเป็นสินค้าจำเป็น โดยตลาดยุโรปกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิม
ข่าวต่างประเทศ
4. จีนเล็งเพิ่มนำเข้าเทคโนโลยี-สินค้าเกษตร หนุนขยายโอกาสการค้าโลกช่วงปี 69-73 (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 23 กรกฎาคม 2569)
ซุน เม่ยจวิน หัวหน้าสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีน (GAC) เปิดเผยว่า จีนเตรียมขยายการนำเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง ชิ้นส่วนสำคัญ ทรัพยากรพลังงาน และสินค้าเกษตรคุณภาพสูง พร้อมกระจายประเทศคู่ค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ในระหว่างการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 15 (ปี 2569-2573) ซุนได้กล่าวถึงแนวทางดังกล่าวระหว่างการแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักข่าวสารทำเนียบรัฐบาลจีน
อย่างไรก็ตาม ซุนระบุว่า จะมีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการประสานงานระหว่างการนำเข้าและการส่งออกให้ดียิ่งขึ้น เจรจาและลงนามในเอกสารความร่วมมือทางการค้าเพิ่มเติม รวมถึงอำนวยความสะดวกในการนำสินค้าคุณภาพจากทั่วโลกเข้าสู่ตลาดจีน เพื่อเปิดรับโอกาสทางการค้าในตลาดขนาดใหญ่ของจีนร่วมกับนานาประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคชาวจีน
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)