ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. สั่งแก้ปล่อยน้ำเสีย-บ่อน้ำกรด (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่ สส.พรรคประชาชน ระบุถึงข้อร้องเรียนของประชาชนในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เดือดร้อนจากการลักลอบทิ้งสารเคมีและการปล่อยน้ำเสียว่า ได้มีการสั่งการให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยผลการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ของสวนอุตสาหกรรมดังกล่าวตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลนาวังหิน อำเภอพนัสนิคม จังหหวัดชลบุรี พื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ขออนุญาตเป็นนิคมอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมและไม่ได้ขออนุญาตเป็นเขตประกอบการอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานเป็นพื้นที่เอกชนที่จัดสรรที่ดินให้ผู้ประกอบการมาซื้อหรือเช่าเพื่อทำเป็นโกดังสินค้าหรือโรงงาน โดยปัจจุบันมีโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน 9 ราย ซึ่งมี 4 ราย เป็นโรงงานที่ก่อให้เกิดน้ำเสีย แต่มีเพียงรายเดียว คือบริษัท แกรนด์ ควอตซ์ เทค จำกัด ซึ่งประกอบกิจการทำเครื่องตบแต่งภายในอาคารที่มีระบบบำบัดน้ำเสียตามเงื่อนไขการอนุญาตฯ แต่ระบบบำบัดน้ำเสียมีสภาพไม่เรียบร้อย นอกจากนี้ ยังพบว่าภายในบริเวณอาคารโรงงานมีกลิ่นเหม็นจากกระบวนการผสมวัตถุดิบ จึงได้มีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไขโรงงาน เพื่อป้องกันมิให้น้ำเสียไหลออกนอกบริเวณโรงงานและให้นำเศษวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไปกำจัดหรือบำบัดให้ถูกต้องให้แล้วเสร็จภายใน วันที่ 31 สิงหาคม 2569 นี้ ส่วนประเด็นฝุ่นละออง เสียงดัง อยู่ระหว่างเข้าตรวจวัด วิเคราะห์คุณภาพอากาศและเสียงรบกวนต่อไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีบ่อน้ำกรดรุนแรงข้างบริษัทอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง พบว่าเป็นพื้นที่ของบริษัทอุตสาหกรรมสีเขียว น้ำใส จำกัด ทำอิฐบล็อก อิฐตัวหนอน จากวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโรงงานพบว่า การประกอบกิจการก่อให้เกิดน้ำเสียจากกระบวนการผลิต โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียแบบเคมี (Chemical treatment) สภาพระบบบำบัดใช้งานได้ตามปกติแต่ในบริเวณโรงงานมีบ่อดินขนาดใหญ่ พบว่าคุณลักษณะน้ำในบ่อดินมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมและได้มีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขภายในวันที่ 26 สิงหาคม 2569 นื้
นายเอกนิติ รมยานนท์
เลขาธิการสำนักงานมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม (สมอ.)
2. สมอ.ลุยสำเพ็งจับ 'สกุชชี่' ไร้มอก.เสี่ยงสารก่อมะเร็ง (ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ, ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569)
นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า "สกุชชี่" จัดอยู่ในกลุ่ม "ของเล่น" ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายของ สมอ. ที่บังคับให้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 685 เล่ม 1-2562 ปัจจุบันสินค้าดังกล่าวได้รับความนิยมสูงในสื่อสังคมออนไลน์และมีการจำหน่ายอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ามีสินค้าจำนวนมากใน ท้องตลาดที่ไม่มีการแสดงเครื่องหมาย มอก. ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน จากการปนเป้อน ของสารเคมี โลหะหนัก สารแต่งกลิ่น และสารเคลือบผิวที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่ง สมอ. ได้ติดตามและเฝ้าระวังการจำหน่ายสกุชชี่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง TikTok ซึ่งมุ่งเน้นไปที่บัญชีร้านค้าที่มีผู้ติดตามและยอดเข้าชมสูง จากการสืบสวนและขยายผลเชิงลึกพบว่า มีร้านจำหน่ายและศูนย์กระจายสินค้ารายใหญ่จำนวน 6 แห่ง ตั้งอยู่ในย่านตลาดสำเพ็ง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบโดยทันที จากการตรวจสอบร้านจำหน่ายทั้ง 6 แห่ง พบสกุชชี่ไม่ได้มาตรฐานจำนวน 19,665 ชิ้น มูลค่ารวม 1,013,109 บาท โดยพบว่าผู้ประกอบการ 1 ใน 6 ราย ดำเนินธุรกิจในลักษณะเป็นทั้งผู้จำหน่ายและผู้นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต อีก 5 รายเป็นผู้จำหน่ายสินค้า ไม่ได้มาตรฐาน ทั้งนี้ สมอ.จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ประกอบการ ทุกราย โดยผู้จำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานไม่แสดงเครื่องหมาย มอก. จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในขณะที่ผู้นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สกุชชี่ ที่ไม่ได้มาตรฐานส่วนใหญ่มักผลิตจากวัสดุประเภทโพลียูรีเทน (Polyurethane) และโฟมเกรดต่ำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการตกค้างของสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) และสารกลุ่มพทาเลต (Phthalates) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งและสารรบกวนการทำงานของระบบต่อมไร้ท่อ บางชนิด ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายอาหารและมีสารแต่งกลิ่น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เด็กเล็ก จะนำเข้าปาก ก่อให้เกิดอันตรายจากสารพิษหรือภาวะทางเดินหายใจอุดตัน การสัมผัสหรือสูดดมสารระเหยอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลกระทบต่อระบบทางเดิน หายใจและกระตุ้นให้เกิดภาวะภูมิแพ้ สมอ. จึงขอเน้นย้ำให้ผู้ปกครองเพิ่มความระมัด ระวังในการเลือกซื้อของเล่นให้บุตรหลาน โดยต้องพิจารณาเลือกเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย มอก. และคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่อยู่คู่กับเครื่องหมายเพื่อตรวจสอบ ความถูกต้องของข้อมูลผู้ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ สมอ.ได้บูรณาการความร่วมมือ กับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการตรวจสอบแหล่งจำหน่ายในทุกพื้นที่ และจะขยายผลการสืบสวนไปยังแหล่งต้นตอของกลุ่มผู้นำเข้าสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้ เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
3. บีโอไอผนึกพันธมิตรจัด THECA 2026 ปักหมุดไทยฐานอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งเอเชีย เร่งสร้าง 84,000 คน รับเทคโนโลยีแห่งอนาคต (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย (THPCA) และสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง (HKPCA) เตรียมจัดงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) ภายใต้แนวคิด "Innovating PCB and Advanced Electronics with Next-Gen Packaging" ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ โดยงาน THECA เป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้พัฒนาเทคโนโลยี นักลงทุน และผู้ซื้อจากทั่วโลก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในประเทศไทยเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก โดยในปีนี้ บีโอไอได้ขยายบทบาทดังกล่าวด้วยการจัด Workforce Pavilion หรือโซนพัฒนาศักยภาพบุคลากรขึ้นเป็นครั้งแรก โดยบีโอไอและสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทย จัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา การจับคู่งาน (Job Matching) และสร้างโอกาสสมัครงานและฝึกงานกับบริษัทชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมในระยะยาว ซึ่งเวทีเสวนาพิเศษหัวข้อ "ทักษะแห่งอนาคตและโอกาสในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก" ในงานแถลงข่าว THECA 2026 ชี้ว่า การเติบโตของการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ แผ่นวงจรพิมพ์ (PCB) และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง กำลังสร้างความต้องการบุคลากรจำนวนมาก ประเทศไทยจึงต้องเร่งพัฒนากำลังคนประมาณ 84,000 คน ภายใน 5 ปี ควบคู่กับการจัดทำแผนกำลังคนตามสายงาน การฝึกปฏิบัติในสภาพแวดล้อมใกล้เคียงโรงงานจริง และการยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยข้อเสนอสำคัญจะนำไปขยายผลผ่าน Workforce Pavilion ภายในงาน THECA 2026
อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ บีโอไอยังจัด Local Supply Chain Pavilion โซนที่รวบรวมผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ไทยด้าน PCB และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างเครือข่ายธุรกิจและเชื่อมโยงสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชนไทย ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเติบโตสู่ตลาดสากล อันเป็นการยกระดับระบบนิเวศอุตสาหกรรมของไทยทั้งด้านบุคลากรและผู้ประกอบการ รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต ทั้งนี้ ท่ามกลางกระแสการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของโลก ประเทศไทยได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฐานการผลิต PCB ชั้นนำของโลก โดยผู้ผลิต PCB รายใหญ่ที่สุดของโลกกว่าครึ่งหนึ่งเลือกไทยเป็นฐานการผลิต และเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย งาน THECA ครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก นอกจากเป็นการปักหมุดประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิต PCB และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของภูมิภาคแล้ว ยังจะเป็นเวทีสำคัญที่เชื่อมคนไทยและผู้ประกอบการไทยให้เข้าไปอยู่ใน Global Supply Chain ให้ได้ เพื่อทำให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ เป็น New Growth Engine ที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต
ข่าวต่างประเทศ
4. ญี่ปุ่นเผยยอดส่งออกสินค้าเกษตร-อาหารครึ่งแรกปี 69 พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ รับกระแสชาเขียวมัทฉะ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2569)
รัฐบาลญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ยอดส่งออกสินค้าเกษตร ป่าไม้ ประมง และผลิตภัณฑ์อาหารของญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สู่ระดับ 8.977 แสนล้านเยน (5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับช่วงเวลาดังกล่าว โดยรายงานระบุว่า การส่งออกไปยังจุดหมายปลายทาง 10 อันดับแรกของญี่ปุ่น รวมถึงสหรัฐฯ และฮ่องกง ต่างเติบโตสูงกว่าระดับของปีก่อนหน้า ส่งผลให้ยอดส่งออกรวมปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ในช่วงเดือนมกราคม - มิถุนายน 2569 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามประเภทผลิตภัณฑ์ ยอดส่งออกชาเขียวมีการเติบโตที่โดดเด่นอย่างมาก โดยได้รับอานิสงส์จากกระแสความนิยมมัทฉะทั่วโลก ซึ่งกระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมง ระบุว่า การเติบโตของการท่องเที่ยวขาเข้ามีส่วนช่วยยกระดับการรับรู้เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นในต่างประเทศ นอกจากนี้ กระแสการใส่ใจสุขภาพที่เพิ่มขึ้นยังมีส่วนสนับสนุนการเติบโต ขณะเดียวกันก็มีการขยายช่องทางการขายใหม่ ๆ ในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านอาหารในต่างประเทศที่ไม่เคยจำหน่ายอาหารญี่ปุ่นมาก่อน อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของการส่งออกชะลอตัวลงจากระดับ 15.5% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2568
อย่างไรก็ตาม ในบรรดาตลาดส่งออก 10 อันดับแรกเมื่อวัดตามมูลค่า พบว่ามี 8 ประเทศและภูมิภาคที่ทำสถิติยอดส่งออกครึ่งปีแรกสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งไม่รวมฮ่องกงที่รั้งอันดับสองและจีนที่รั้งอันดับสาม โดยยอดส่งออกไปฮ่องกงเพิ่มขึ้น 3.0% ขณะที่การส่งออกไปจีนขยายตัว 4.3% ด้านการส่งออกไปยังเกาหลีใต้ปรับตัวขึ้น 20.5% โดยมีสินค้าหลักอย่างปลาฮามาจิ (Yellowtail) และเบียร์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยอดส่งออกไปเวียดนามพุ่งขึ้น 35.4% จากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในสินค้ากลุ่มหอยเชลล์และปลาซาบะ ส่วนสหรัฐฯ ครองอันดับหนึ่งด้วยมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้น 15.3% สู่ระดับ 1.626 แสนล้านเยน
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)