ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. จี้รัฐกรองนักลงทุนที่แท้จริง บิ๊กโตโยต้าย้ำยังไม่หนีไปไหน (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงกรณีที่นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โพสต์ผ่าน เฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความกังวลที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย หวั่นเสียความสามารถในการแข่งขัน ขณะที่อินโดนีเซีย ประกาศเปิดบ้านต้อนรับ พร้อมสนับสนุนการลงทุนในทุกมิติหากโตโยต้าย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศตนเองเพิ่มเติม ว่า ยอมรับว่าคู่แข่งอย่างอินโดนีเซียมีความน่าสนใจในแง่ของผู้เล่นหน้าใหม่ แต่ประเทศไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานและรู้ใจกัน ทั้งนี้ ต้องช่วยกันฝ่าฟันไปให้ได้ และต้องมีมาตรการจูงใจ หลายเรื่องเพื่อดึงดูดให้เขายังอยู่กับเรา ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการคิดกลยุทธ์จีบเขากลับมา ส่วนรถอีวีนั้นรัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการใหม่และปรับฐานภาษีสรรพสามิต เพื่อสร้างความเท่าเทียม
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายศุภกร กล่าวยืนยันว่า ณ ปัจจุบันนี้โตโยต้า ยังคงลงทุนและทำธุรกิจในไทย ตราบใดที่ภาครัฐยังฟังเสียงจากภาคเอกชนและพิจารณาออกมาตรการใหม่ๆ เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มองว่าที่ผ่านมาได้นำเสนอในหลายประเด็น ซึ่งภาครัฐก็ได้รับฟังและดำเนินการในหลายอย่างให้สามารถสัมผัสได้ ทั้งในเรื่องของภาษีสรรพสามิต การนำเข้าการเลือกใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่จะประกอบการยนต์ในไทยและในเรื่องของรถนำเข้าที่จะพิจารณาภาษีให้มีความเป็นธรรมกับผู้ผลิตในประเทศ ทั้งนี้ น่าจะถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐจะต้องมีมาตรการคัดกรองผู้ที่พร้อมจะลงทุนในไทยอย่างจริงใจ ไม่ใช่นำสินค้าที่ผลิตเกินความต้องการเข้ามาขาย ในส่วนของโตโยต้าเองไม่ได้ต่อต้านเรื่องรถอีวี การที่มีสินค้าเทคโนโลยีใหม่และราคาถูกอันนี้ต้องยอมรับว่าผู้บริโภคได้เปรียบอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันประเทศก็ต้องได้รับประโยชน์ด้วย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
2. 'ศุภจี' ดันนโยบาย MiT ชงแต้มต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569)
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจภาคบริการและอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายกระทรวงอุตสาหกรรม โดยรัฐบาลจะเน้นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยจากฐานภายในประเทศ ควบคู่กับการรักษาขีดความสามารถ ในการแข่งขันในตลาดโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ของภูมิรัฐศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมเร่งผลักดันอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) และเพิ่มการใช้วัตถุดิบ ชิ้นส่วน และบริการที่ผลิตในประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและมีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระบบราง และ เครื่องมือแพทย์ โดยจะใช้ตลาดภาครัฐเป็นกลไกสร้างอุปสงค์ผ่านการจัดซื้อจัดจ้างและ Green Procurement เพื่อเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าสู่ตลาดมากขึ้นทั้งภาครัฐและเอกชน นำไปสู่การลงทุนใหม่ รายได้ การจ้างงาน และการขยายตลาดในระยะยาว สำหรับการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรมจะเชื่อมโยง "วิจัย-ผลิตตลาด-ลงทุน" ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับประสิทธิภาพและมาตรฐานการผลิต พัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการนำงานวิจัยและเทคโนโลยีมาใช้จริง โดยใช้กลไก GMT SMEs ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เพื่อยกระดับ SMEs ทั้งด้านประสิทธิภาพการผลิต สัดส่วนวัตถุดิบและชิ้นส่วนในประเทศ มาตรฐาน และเทคโนโลยี พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและผู้ซื้อรายใหญ่ ควบคู่กับมาตรฐาน Made in Thailand (MiT) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อรับรองว่าสินค้ามีการผลิตจริงในประเทศและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม โดยแผน MiT ให้แต้มต่อ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก หนึ่งในนโยบายเร่งด่วนคือ การสนับสนุนผู้ประกอบการที่ใช้ชิ้นส่วนผสมภายในประเทศ ภายใต้กรอบ MiT จะให้ "แต้มต่อ" ในการ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แก่ 3 อุตสาหกรรมเฉพาะ ได้แก่ 1. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ (Defense) 2. อุตสาหกรรมสาธารณสุขและการแพทย์ และ 3. อุตสาหกรรมคมนาคม (รถราง) สินค้าที่ได้รับแต้มต่อจะต้องได้รับมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันไปพร้อมกับการเพิ่มสัดส่วน Local Content ในประเทศ
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.)
3. สนค.จับตา 3 ปัจจัย ดัน 'ราคาวัสดุก่อสร้าง' ส.ค.พุ่ง (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569)
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 112.8 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.8 โดยมีสาเหตุสำคัญจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ สูงขึ้นร้อยละ 4.7 จากการสูงขึ้นของ ไม้แบบ บานหน้าต่าง บานประตู จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมัน, หมวดซีเมนต์ สูงขึ้นร้อยละ 0.2 จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ และปูนกาวซีเมนต์ เนื่องจากมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างของภาครัฐ, หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต สูงขึ้น ร้อยละ 9.3 คอนกรีตผสมเสร็จ คานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง และท่อระบายน้ำคอนกรีต เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) และค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดีเซลที่สูงขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สูงขึ้นร้อยละ 0.2 จากการสูงขึ้นของ เมทัลชีท ชีทไพล์เหล็ก ท่อเหล็กดำ และลวดเหล็กเสริมคอนกรีตอัดแรง เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต เศษเหล็ก) สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า, หมวดกระเบื้อง สูงขึ้นร้อยละ 3.2 จากการสูงขึ้นของกระเบื้องเคลือบปูพื้น และกระเบื้องคอนกรีตมุงหลังคาเนื่องจากราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และวัตถุดิบ (สารเคลือบ แร่ซิลิกา) ปรับสูงขึ้น, หมวดวัสดุฉาบผิว สูงขึ้น ร้อยละ 1.8 จากการสูงขึ้นของสีน้ำ อะคริลิคทาภายนอก สีเคลือบน้ำมัน และสีทาเคลือบพื้น Epoxy สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ (ผงสี อีพ็อกซี่เรซิน ตัวทำละลาย), หมวดสุขภัณฑ์ สูงขึ้นร้อยละ 2.6 จากการสูงขึ้นของกระจกเงา ราวแขวนผ้าติดผนัง และที่ปัสสาวะเซรามิก เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้พลังงานในปริมาณสูงส่งผลให้ต้นทุนการผลิตปรับเพิ่มขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา สูงขึ้นร้อยละ 12.6 จากการสูงขึ้นของสายไฟ ทุกชนิด อาทิ สายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY และสายไฟฟ้า VCT ตามราคาวัตถุดิบหลัก (ทองแดง) ในตลาดโลกที่ปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีความต้องการใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ายังคงอยู่ในระดับสูง และท่อพีวีซีสูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก) สูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หมวดวัสดุก่อสร้างอื่นๆ สูงขึ้น ร้อยละ 13.0 จากการสูงขึ้นของยางมะตอยที่ราคาปรับตามราคาน้ำมันในตลาดโลกสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอน และวัสดุธรรมชาติ (หิน ดิน ทราย) ราคาสูงขึ้นตามต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสำหรับใช้ในเครื่องจักร
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่องจาก 3ปัจจัย ได้แก่ 1. ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค (ตะวันออกกลาง และรัสเซีย-ยูเครน) มีแนวโน้มทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันและราคาพลังงานมีความผันผวนสูง 2. ราคาทองแดง ในตลาดโลกยังคงอยู่ในระดับสูง จากความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและการก่อสร้าง Data Center เพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ราคาของสายไฟฟ้าทุกชนิดปรับราคาสูงขึ้น และ 3. ความต้องการใช้สินค้าวัสดุก่อสร้างในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและโครงการด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐ
ข่าวต่างประเทศ
4. เวียดนามมุ่งเพิ่มทักษะ AI พื้นฐานให้แรงงาน 10 ล้านคน (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 14 สิงหาคม 2569)
เล เตี๊ยน เจิว รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เปิดเผยว่า ได้อนุมัติโครงการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับชาติ เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 โดยมุ่งพัฒนาแรงงานเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคเทคโนโลยีเชิงยุทธศาสตร์และเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี ทั้งนี้ เวียดนามตั้งเป้าหมายฝึกอบรมหรือยกระดับทักษะพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ของแรงงานอย่างน้อย 10 ล้านคนภายในปี 2573 พร้อมฝึกอบรมและยกระดับทักษะของผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ที่มีคุณสมบัติและความเชี่ยวชาญระดับสูง 10,000 คน ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญที่สามารถวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีหลักและเป็นผู้นำการทำงานอย่างน้อย 1,500 คน
อย่างไรก็ตาม โครงการระดับชาตินี้ได้กำหนดพันธกิจต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายข้างต้น ทั้งปรับปรุงสถาบัน พัฒนาผู้เชี่ยวชาญปัญญาประดิษฐ์ ขยายการศึกษาและขัดเกลาทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ เชื่อมโยงการฝึกอบรมกับภาคธุรกิจและตลาดแรงงาน ตลอดจนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และสภาพแวดล้อมการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ทั้งนี้ เวียดนามตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำของภูมิภาคในด้านการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านปัญญาประดิษฐ์ภายในปี 2578
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)