ข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนมกราคม 2569

ข่าวในประเทศ

รูปภาพประกอบด้วย คน, ใบหน้าของมนุษย์, ผูก, กลางแจ้ง

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

นายธนกร วังบุญคงชนะ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. ค้าอาวุธเล็กตลาดโลกคึกโต 21% (ที่มา: มติชน, ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569)

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนำผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เยี่ยมชมบริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด (NARAC ARMS INDUSTRY) จังหวัดราชบุรี โรงผลิตชิ้นส่วนกระสุนปืนและกระสุนปืนครบนัด ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001:2008 ว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตในประเทศไทยมีศักยภาพสูง สามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงให้ความสำคัญในการพัฒนายกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเปิดโอกาสในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจได้ด้วยความมั่นคงเติบโตในตลาดโลก ทั้งนี้ ในช่วงปี พ.ศ.2565-2567 พบว่าแนวโน้มการค้าอาวุธขนาดเล็ก (SALW) ของโลกเพิ่มขึ้นในช่วง 10-21% ขึ้นกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงของโลก ขณะที่การส่งออกสินค้าอาวุธขนาดเล็กของไทยในช่วงปี พ.ศ.2565-2568 มีมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยปีละกว่า 5,680 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่า อุตสาหกรรมด้านนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทที่ได้มาเยี่ยมชม นับเป็นต้นแบบหนึ่งของผู้พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่มีศักยภาพและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ นอกจากนี้ ปัจจุบันอุตสาหกรรมด้านนี้ยังแสดงถึงความมั่นคงและความสามารถในการป้องกันประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางด้านพล.อ.วัฒนา นาราคาม ประธานกรรมการบริษัท เนแรค อาร์มส อินดัสตรี จำกัด กล่าวว่า บริษัทเริ่มดำเนินกิจการจากผู้ผลิตแม่พิมพ์โลหะพลาสติกและชิ้นส่วนยานยนต์ ในจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้าร่วมโครงการวิจัยและพัฒนาปลอกกระสุนปืนใหญ่ ขนาด 105 มิลลิเมตร ร่วมกับศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธลพบุรี จึงสนใจในอุตสาหกรรมนี้ โดยหลังจากได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจากกระทรวงกลาโหม ให้จัดตั้งโรงงานผลิต ประกอบ และซ่อมแซมอาวุธ จึงได้ย้ายฐานการผลิตมายังอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ปัจจุบัน บริษัทเปิดสายการผลิตยุทโธปกรณ์หลากหลายประเภท อาทิ ปลอกกระสุนปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานขนาด 37 มิลลิเมตร (Type 74 และ Type 76) ปลอกและหัวกระสุนปืน ขนาด .45 นิ้ว ACP ปลอกกระสุนปืนใหญ่ขนาด 105 มิลลิเมตร กระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ และกระสุนปืนพกทุกขนาดที่ได้รับอนุญาต นับเป็นอาวุธและยุทโธปกรณ์คุณภาพสูง เป็นไปมาตรฐานสากล ISO 9001:2008 มุ่งลดการนำเข้าและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ

 

รูปภาพประกอบด้วย คน, เสื้อผ้า, ในร่ม, ใบหน้าของมนุษย์

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

2. ดันใช้นวัตกรรม-ความคิดสร้างสรรค์รับอุตฯ 5.0 (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 9 มกราคม 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงฯ ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยการใช้หัวและใจ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชนให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ด้วยความร่วมมือจากทุกหน่วยงานของกระทรวงฯ ตามนโยบาย "MIND as One" ที่มุ่งเน้นการทำงานร่วมกัน เป็นทีมเดียวกัน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริการภาครัฐ โดยใช้กลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันเครือข่ายของกระทรวงฯ รวมถึงหน่วยงานพันธภาคีเครือข่ายอุตสาหกรรมและสมาคมต่างๆ เพื่อเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาและสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และเป็นการวางรากฐานการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืนในระยะยาวทั้งนี้ กระทรวงฯ จึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เป็นแกนกลางหลักในการเปิดพื้นที่ เปิดโอกาส และเปิดความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยด้วยการเชื่อมโยงเทคโนโลยี นวัตกรรม ความคิด สร้างสรรค์ และเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่นวัตกรรม อุตสาหกรรม เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เทคโนโลยี การป้องกันภัยพิบัติและความมั่นคงของประเทศ นวัตกรรมวัสดุ และอุตสาหกรรมพื้นฐานไปจนถึงงานออกแบบสร้างสรรค์และผลงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นภาพการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่อย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้น "ดึงนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ดันอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต" พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรภาคอุตสาหกรรมไทยทำงานร่วมกับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรม 5.0

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนางสาวณัฎฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) กล่าวว่า ดีพร้อม เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพ ขีดความสามารถวิสาหกิจไทย เพื่อตอบสนองต่อเศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ ขณะเดียวกันยังเป็นศูนย์รวมขององค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมจากหลากหลายสาขา เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างเข้มแข็ง ด้วย 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 1. การพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต และ 2. การยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยดีพร้อมมีหน่วยงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเพื่อรองรับการทำงานและการให้บริการที่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งในส่วนกลางนั้นดีพร้อม เปิดพื้นที่บนถนนพระราม 4 คือ "ดีพร้อมพระราม 4" ให้บริการผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการ เครื่องมือเทคโนโลยีและนวัตกรรม เครื่องมือทดสอบที่ได้มาตรฐาน รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาแนวคิด สร้างต้นแบบ ไปจนถึงการต่อยอดเพื่อเพิ่มมูลค่าในเชิงพาณิชย์ และสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมไทย

 

รูปภาพประกอบด้วย ใบหน้าของมนุษย์, คน, ยิ้ม, เสื้อผ้า

เนื้อหาที่สร้างโดย AI อาจไม่ถูกต้อง

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

3. 'บีโอไอ' กางโรดแมป 25 ปี ดึงทุนเซมิคอนดักเตอร์ 2.5 ล้านล้าน (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 9 มกราคม 2569)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้พิจารณาให้ความเห็นต่อ "ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ" ที่เริ่มจัดทำมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ซึ่งได้กำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยมุ่งต่อยอดจุดแข็งเดิมของไทย ควบคู่กับการเสริมสร้างขีดความสามารถใหม่ เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผลักดันให้เกิด "ชิปเมดอินไทยแลนด์" (Made-in-Thailand Chips) โดยตั้งเป้าดึงดูดเงินลงทุนกว่า 2.5 ล้านล้านบาท ในช่วง 25 ปีข้างหน้า (ค.ศ. 2026 - 2050) นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมได้มากกว่า 230,000 คน ทำให้เกิดระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจร เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ในระยะ 5 ปีแรก จะมุ่งเน้นต่อยอดกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไทยมีจุดแข็ง ผ่าน 5 กลไก ได้แก่ 1) ด้านสิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดโครงการลงทุนเป้าหมาย 2) ด้านบุคลากรทักษะสูง 3) ด้านเทคโนโลยี เช่น การยกระดับศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (TMEC) และศูนย์วิจัยด้านเซมิคอนดักเตอร์ของสถาบันการศึกษา 4) โครงสร้างพื้นฐาน เช่น การกำหนดพื้นที่รูปแบบคลัสเตอร์ พัฒนาระบบน้ำและไฟฟ้า และ 5) สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เช่น การเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และยุโรปเรื่องเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. เกาหลีใต้เผยยอด FDI พุ่งทำนิวไฮในปี 2568 หลังความเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้น (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 8 มกราคม 2569)

กระทรวงการค้า อุตสาหกรรม และทรัพยากรของเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในเกาหลีใต้พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งหลังของปี โดยรายงานระบุว่า ยอด FDI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบรายปี แตะ 3.605 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ รัฐบาลชี้ว่าการทำสถิติสูงสุดครั้งนี้มีสาเหตุมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ฟื้นตัวต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของรัฐบาลชุดใหม่เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาโดยก่อนหน้านี้ ยอด FDI ปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงครึ่งแรกของปี โดยหดตัวถึง 14.6% ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ซึ่งเกิดจากความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยอล เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ก่อนที่การลงทุนจะกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงสร้างการลงทุนนั้น ยอด FDI ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้น 8.8% แตะระดับ 1.577 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยการลงทุนในอุตสาหกรรมเคมีขยายตัวเกือบสองเท่า ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเครื่องจักร อุปกรณ์ และเครื่องมือแพทย์ความแม่นยำสูง ปรับตัวลดลงในอัตราเลขสองหลัก ส่วนยอด FDI ในภาคบริการเพิ่มขึ้น 6.8% แตะ 1.905 หมื่นล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)