ข่าวประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2567

ข่าวในประเทศ

A person in a suit sitting in a chair

Description automatically generated

นายภูมิธรรม เวชยชัย

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

1. "ภูมิธรรม" สั่งทำแคมเปญโปรโมตร้านอาหาร THAI SELECT (ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา, ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2567)

 

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะจัดทำแคมเปญเปิดตัวร้านอาหาร Thai SELECT พร้อมกันทั่วโลก เพื่อสร้างการรับรู้อาหารไทย และร้านอาหารไทย ให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลักดัน Soft Power ในด้านอาหารของไทย และจะทำให้คนต่างชาติที่อยู่ในประเทศที่มีร้านอาหาร Thai SELECT ตั้งอยู่ มีการบริโภคอาหารไทยเพิ่มขึ้น และยังส่งผลดีต่อการส่งออกวัตถุดิบอาหารไทย ที่จะนำรายได้เข้าประเทศ สำหรับแนวทางในการดำเนินการ จะจัดกิจกรรมโปรโมตพร้อมกันทุกประเทศ ยกตัวอย่าง เช่น การเชิญอินฟลูเอนเซอร์ที่มีชื่อเสียงด้านอาหาร ให้มารีวิว และแนะนำอาหารไทย ร้านอาหาร Thai SELECT เพื่อทำให้คนรู้จัก ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นได้เร็ว และตรงจุด และยังได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปคิดว่าจะทำอะไรเพิ่มเติมได้อีก เพื่อให้ตรา Thai SELECT เป็นที่รู้จัก และทำให้คนมาบริโภคอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น ส่วนนโยบายที่มอบไว้ให้เดิม อย่างการใช้ร้านอาหาร Thai SELECT เป็นโชว์รูม ก็ให้ดำเนินการต่อ เพื่อแนะนำสินค้าไทยหรือบริการไทย

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมกำลังจัดทำแผนการโปรโมตตรา Thai SELECT ร้านอาหารไทยที่อยู่ในต่างประเทศ โดยที่ดำเนินการได้ทันที ก็คือการใช้อินฟลูเอนเซอร์มาช่วยโปรโมตร้าน เพราะในแต่ละประเทศก็มีอินฟลูเอนเซอร์ด้านอาหารอยู่แล้ว ซึ่งได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์เตรียมความพร้อมแล้ว ส่วนแนวทางอื่นๆ จะนำผู้ประกอบการที่ผลิตอาหารปรุงสำเร็จ และได้รับตรา Thai SELECT เข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะจัดเป็นบูทแยกเฉพาะออกมาเลยว่าบูทนี้ เป็นสินค้าที่ได้ตรา Thai SELECT ทั้งหมด แต่มีสินค้าหลากหลายยี่ห้อ หลากหลายผู้ประกอบการ ผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ที่สนใจ สามารถมาดูทีเดียว แต่หาซื้อได้ทุกยี่ห้อ ทั้งนี้ ปัจจุบันร้านอาหารไทยที่ได้รับตรา Thai SELECT ทั่วโลก มีจำนวนรวม 1,569 ร้าน แบ่งเป็นภูมิภาคอเมริกา 497 ร้าน ประกอบด้วยสหรัฐฯ 407 ร้าน แคนาดา 69 ร้าน ละตินอเมริกา 21 ร้าน ยุโรป 349 ร้าน แอฟริกา 18 ร้าน ตะวันออกกลาง 55 ร้าน เอเชียตะวันออก 253 ร้าน โอเชียเนีย 67 ร้าน อาเซียน 136 ร้าน จีน 158 ร้าน และเอเชียใต้ 36 ร้าน

 

A person in a suit sitting at a podium

Description automatically generated

นายนภินทร ศรีสรรพางค์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

2ใช้งาน THAIFEX โปรโมทสินค้า GI ก.พาณิชย์วางแผนดันขึ้น Thai Select (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2567)

นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อส่งเสริมและพัฒนาสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ให้ได้รับการขึ้นทะเบียนคุ้มครอง GI อันจะเป็นสิทธิของชุมชน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานให้กับสินค้า GI ซึ่งจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และชุมชน รวมถึงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้สินค้า GI ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการบริโภคสินค้า GI ทั้งในระดับประเทศและผลักดันการส่งออก นำมาสู่การสร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ทั้งนี้ ได้เตรียมนำสินค้า GI จากทั่วประเทศเข้าร่วมจัดแสดงในงานแสดงสินค้าและอาหาร THAIFEXAnuga Asia 2024 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าอาหารที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อให้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาชมงาน ได้ทดลองชิมสินค้าและสร้างโอกาสในการเจรจาธุรกิจ สร้างโอกาสในการส่งออกสินค้า GI ไปยังต่างประเทศต่อไป โดยสินค้า GI ที่มาร่วมแสดงสินค้าในครั้งนี้ มีจำนวน 24 สินค้า จาก 21 จังหวัดทั่วประเทศ เช่น 1. ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง 2. ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ (จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดสุรินทร์) 3. ข้าวหอมมะลิดินภูเขาไฟบุรีรัมย์ 4. กาแฟดอยตุง (จังหงัดเชียงราย) 5. กาแฟเทพเสด็จ (จังหวัดเชียงใหม่) 6. ชาเชียงราย 7. กล้วยตาก บางกระทุ่มพิษณุโลก 8. กล้วยหอมทองพบพระ (จังหวัดตาก) 9. ส้มโอทับทิมสยามปากพนัง (จังหวัดนครศรีธรรมราช) 10. ส้มโอนครชัยศรี (จังหวัดนครปฐม) ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ ยังได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษ โดยดึงเซเลบริตี้เชฟ เช่น เชฟอาร์ เชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย เชฟเฟิส แชมป์จากรายการ Master Chef ไทยแลนด์ ซีชั่น 2 เชฟจารึก และเชฟบูม จากรายการเชฟกระทะเหล็ก และเชฟเนตร (เนตรอำไพ สาระโกเศศ) Commentator ประจำรายการเชฟกระทะเหล็ก ประเทศไทย เป็นต้น มาร่วมรังสรรค์เมนูอาหารรสเลิศ จากวัตถุดิบสินค้า GI ให้ได้ชิมและชมภายในบูธ เช่น ต้มข่าไก่มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี แพนงเนื้อ โคขุนโพนยางคำละมุน ผัดกะเพราหมูย่างเมืองตรังของฮิตถิ่นไทยทาร์ตมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้วครีมสด เป็นต้น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะทำให้สินค้า GI ไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และในอนาคต กระทรวงพาณิชย์ ยังมีแผนผลักดันสินค้า GI สู่ร้าน Thai Select ในต่างประเทศ ที่มีเครือข่ายกว่า 1,500 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการส่งออกให้กับสินค้า GI ไทยให้เติบโตในต่างประเทศ นำมาสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

A close-up of a logo

Description automatically generated

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC

 

3. SCB EIC ชี้ส่งออกขยายตัวได้แต่ต่ำกว่าเป้าเดิม (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2567)

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เปิดเผยถึงการวิเคราะห์ภาพรวมการส่งออกของไทยปี 2567 โดยระบุว่า มูลค่าการส่งออกไทยทั้งปีนี้คาดว่าจะพลิกกลับมาขยายตัวได้จากแรงสนับสนุนหลายด้าน ดังนี้ 1. เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ 2.7% สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 2.6% เพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจจีนและสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย 2. ภาคการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับการค้าระหว่างประเทศจะกลับมามีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกมากขึ้นในปีนี้ เห็นจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตโลกที่อยู่เหนือระดับ 50 สามเดือนต่อเนื่อง หลังจากหดตัวมานาน และ 3. ราคาสินค้าส่งออกที่ดี เช่น ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิตในตลาดโลกที่ลดลงจากภัยแล้ง และนโยบายควบคุมการส่งออกสินค้าในบางประเทศ โดยมูลค่าการส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2567 และไตรมาสที่ 2 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนเมษายน สอดคล้องกับข้อมูลในการแถลงการณ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวได้ในเดือนพฤษภาคม และขยายตัวอย่างน้อย 1% ในไตรมาสที่ 2 ทั้งนี้ SCB EIC ปรับลดประมาณการการส่งออกไทยในปี 2567 เป็น 2.6% (จาก 3.1%) (ระบบดุลการชำระเงิน) เนื่องจากปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ แม้ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดีขึ้นกว่าคาด โดยองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น องค์การการค้าโลก (WTO) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ได้ปรับตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าโลกในปี 2567 ลดลง จากปัญหาการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น ส่งผลให้มีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้ามากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศคู่ค้าสำคัญ รวมทั้งปัญหาห่วงโซ่อุปทานจากความแห้งแล้งของคลองปานามาและการโจมตีของกลุ่มกบฏฮูตีบริเวณทะเลแดงที่ยังไม่สิ้นสุดลง ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญของเอเชียไปยังสหรัฐฯ และยุโรป และกดดันให้ค่าขนส่งสินค้าปรับสูงขึ้นอีกครั้งหลังสายการเดินเรือต่าง ๆ กลับมาหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางทะเลแดง (คลองสุเอซ) และใช้เส้นทางการเดินเรือผ่าน แหลมกู๊ดโฮป ประเทศแอฟริกาใต้ ที่มีต้นทุนและระยะเวลาขนส่งสูงขึ้นแทนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นอกจากปริมาณการค้าโลกจะมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่ำกว่าคาดแล้ว SCB EIC ยังพบว่าการส่งออกไทยในช่วงที่ผ่านมาฟื้นตัวสอดคล้องกับปริมาณการค้าโลกได้น้อยลงเรื่อยๆ สะท้อนจากอัตราส่วนของการขยายตัวของมูลค่าส่งออกไทยเทียบการขยายตัวของปริมาณการค้าโลกที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการส่งออก ในกลุ่มสินค้าแผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกล และรถยนต์และส่วนประกอบ ซึ่งมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ในระดับที่ติดลบ ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่ปริมาณการค้าโลกฟื้นตัวมากขึ้น การส่งออกในกลุ่มสินค้าดังกล่าวกลับหดตัวลง โดยประมาณการมูลค่าส่งออกของไทยทั้งปีที่ 2.6% เติบโตได้ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2.8%) ซึ่งจะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้เพิ่มขึ้นในปีนี้จากที่หดตัวเล็กน้อยในปีก่อน

 

ข่าวต่างประเทศ

A red flag with yellow stars

Description automatically generated

 

4. จีนเผยกำไรภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 4% ในเดือนเม.ย. หลังการส่งออกฟื้นตัว (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2567)

สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า กำไรของบริษัทในภาค อุตสาหกรรมจีนปรับตัวขึ้น 4% ในเดือนเมษายน 2567 เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ กำไรปรับตัวขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากการส่งออกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยข้อมูลดังกล่าวได้จากการสำรวจบริษัทอุตสาหกรรมที่มีรายได้ จากธุรกิจหลักต่อปีอย่างน้อย 20 ล้านหยวน (2.78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทังนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การปรับตัวขึ้นของกำไรภาคอุตสาหกรรมอาจช่วยให้รัฐบาลจีนคลายความวิตกกังวล เนื่องจากภาคอุตสาหกรรมเป็นหนึ่งในเสาหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และอาจเป็นปัจจัยหนุนเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ประมาณ 5% ในปีนี้ โดยยอดส่งออกของจีนกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเดือนเมษายน หลังจากที่หดตัวลงอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคม ซึ่งบ่งชี้ว่าอุปสงค์สินค้าจีนในต่างประเทศเริ่มปรับตัวดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยอดส่งออกในเดือนเมษายน 2567 เพิ่มขึ้น 1.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับ ที่นักเศรษฐศาสตร์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ไว้ ส่วนในเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา ยอดส่งออกของจีนร่วงลง 7.5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)