ข่าวในประเทศ
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
1. ใช้สิทธิเอฟทีเอไทย-ศรีลังกา (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 11 กันยายน 2567)
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯ ได้เตรียมออกประกาศเพื่อกำหนดเงื่อนไขในการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีสำหรับการนำเข้าสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ศรีลังกา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการยกร่างประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้น ภาษี สำหรับสินค้าที่ไทยได้รับสิทธิ และเปิดให้ผู้สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นก่อนตราเป็นกฎหมาย ซึ่ง "ภายใต้ประกาศดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์กำหนดให้การนำเข้าสินค้าตามบัญชีท้ายประกาศต้องมีหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนที่ออกโดยกรมการค้าต่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบหมายไปแสดงต่อกรมศุลกากรในการนำเข้า เพื่อประกอบการใช้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีศุลกากร โดยหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองเป็นไปตามที่กรมฯ ประกาศกำหนด ดังนั้น กรมฯ จึงได้จัดทำร่างประกาศออกมา" ทั้งนี้ กรมฯ ขอเชิญหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกร รวมทั้งผู้สนใจ ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) กฎดังกล่าวผ่านระบบกลางของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา www.law.go.th และเว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 23 กันยายน 2567 นี้ โดยรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับเอฟทีเอ ไทย-ศรีลังกา เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนของไทย โดยมีการเปิดตลาดการค้าสินค้ากว่า 85% ของจำนวนรายการสินค้าทั้งหมด โดยสินค้าที่ศรีลังกาจะยกเว้นภาษีอากรให้ทันทีคิดเป็น 50% ของจำนวนสินค้าทั้งหมด หรือกว่า 4,000 รายการ อาทิ ยานยนต์และชิ้นส่วน ปุ๋ย หนังเทียม เคมีภัณฑ์ เยื่อกระดาษและกระดาษคราฟท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ปลาซาดีน ปลาแซลมอนกระป๋อง อาหารสัตว์ กุ้งแช่เย็น โคกระบือมีชีวิต และเครื่องเงิน ส่วนภาคบริการ ศรีลังกาเปิดให้ไทยเข้าไปถือหุ้นในสาขาบริการได้ถึง 100% ใน 50 สาขาย่อยด้วย
อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อตกลงการค้าเสรี ไทย-ศรีลังกา นับเป็นเอฟทีเอฉบับที่ 15 ของไทย โดยปัจจุบันประเทศไทยกับศรีลังกามีมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรระหว่างในปี 2564-2566 เฉลี่ยปีละ 3,248 ล้านบาท โดยไทยมีมูลค่าส่งออกไปศรีลังกา เฉลี่ยปีละ 2,975 ล้านบาท มีมูลค่านำเข้าเฉลี่ยปีละ 273 ล้านบาท และในอนาคตคาดว่าปริมาณการส่งออกจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์
อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)
2. พาณิชย์กางผลงานกิจกรรม ขับเคลื่อน 'ซอฟต์พาวเวอร์' (ที่มา: มติชน, ประจำวันที่ 11 กันยายน 2567)
นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์สินค้าไทยในรูปแบบใหม่ ผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย และจัดงานแสดงสินค้า เปิดตลาดให้กับสินค้าไทย ในช่วงสิงหาคม-กันยายน 2567 จำนวน 3 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ จัดงาน Ignite Thailand Festival : Think Thailand, Next Level Times Square เพื่อโปรโมตแบรนด์อาหาร แฟชั่น และซอฟต์พาเวอร์ไทยให้นักท่องเที่ยวและผู้บริโภคชาวสหรัฐได้รู้จัก ซึ่งมีคนเข้าถึงกิจกรรมทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 20 ล้าน อิมเพรสชั่น อีกกิจกรรม นำคณะผู้ประกอบการไทยเยือนอาร์เจนตินา ขยายโอกาสทางการค้าของธุรกิจมวยไทยและสินค้าที่เกี่ยวข้องสู่ตลาดละตินอเมริกา สร้างกระแสความนิยมและยกระดับภาพลักษณ์ ซอฟต์พาวเวอร์มวยไทยให้เป็นที่รู้จักในกลุ่ม ผู้บริโภคอาร์เจนตินาและภูมิภาคละตินอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ยังมีการจัดงานแสดงสินค้าเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น 2567 และงานแสดงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 2567 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค มีผู้ประกอบการไทย นักธุรกิจต่างประเทศเข้าเยี่ยมชมงานรวม 9,121 ราย เพิ่มขึ้น 37.95% จากจัดงานครั้งที่ผ่านมา คาดจะสั่งซื้อภายใน 1 ปี 4,100 ล้านบาท ส่วนอีกงาน คือ Bangkok International Digital Content Festival (BIDC) ด้านดิจิทัล คอนเทนต์เดียวและใหญ่สุดของไทยครั้งแรก มีผู้ประกอบการจากทั่วโลกร่วมงาน มูลค่าการเจรจารวม 1,195 ล้านบาท และอีก 1 งานจัดคู่ขนานกัน คือ งาน Thai Game Craft 2024 ร่วมกับคณะอนุกรรมการ SF เกม สมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เกมไทย (TGA) และสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,069 ราย คาดมีมูลค่าเจรจาการค้ากว่า 42 ล้านบาท ภายใน 5 ปี
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
3. เจรจาจับคู่ธุรกิจ 2.8 พันล้าน ผ่านเวที SUBCON Thailand ตะวันออก (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 11 กันยายน 2567)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงผลการจัดงาน SUBCON Thailand : The East 2024 โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (ไทยซับคอน) และ บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาคอุตสาหกรรม ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยเกิดการจับคู่ธุรกิจจำนวน 669 คู่ และสร้างมูลค่าเชื่อมโยงธุรกิจกว่า 2,800 ล้านบาท ซึ่งปีนี้มีการขยายพื้นที่เป้าหมายให้ครอบคลุม 8 จังหวัดในภาคตะวันออก ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพที่พร้อมรองรับการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งงาน SUBCON Thailand : The East 2024 ถือเป็นงานที่รวบรวมผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมที่ครบวงจร โดยตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงานที่ผ่านมา เต็มไปด้วยกิจกรรมสำคัญทั้งเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันออก กิจกรรมเจรจาธุรกิจและงานสัมมนาที่ครอบคลุมทุกมิติของภาคการผลิต รวมทั้งกิจกรรม "FOTON CP SOURCING DAY" ที่บีโอไอร่วมกับ บริษัท โฟตอน ซีพี มอเตอร์ จำกัด โดยเกิดการจับคู่ธุรกิจมากถึง 46 คู่ มูลค่าซื้อขายชิ้นส่วนกว่า 500 ล้านบาท ช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยก้าวสู่ Supply Chain ระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ทั้งนี้ บีโอไอเดินหน้าสนับสนุนให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนอุตสาหกรรมโดยผู้ผลิตชิ้นส่วนคุณภาพในประเทศ เพื่อผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ Supply Chain ระดับโลก งาน SUBCON Thailand : The East 2024 ช่วยเพิ่มโอกาสให้เกิดการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยในพื้นที่ภาคตะวันออก และเกิดการจัดซื้อวัตถุดิบและชิ้นส่วน พร้อมสร้างความร่วมมือกับบริษัทชั้นนำของไทยและต่างประเทศ ทั้งในด้านการร่วมทุน การจัดซื้อชิ้นส่วน การว่าจ้างผลิต และการแลกเปลี่ยนความรู้ให้เท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อยกระดับการผลิตให้ได้มาตรฐาน โดยมีผู้เข้าร่วมงานรวม 5,229 คน มากกว่าปีก่อนหน้า 10% ถือว่าได้รับการตอบรับอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความสนใจและความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการไทยและต่างชาติในการเลือกใช้วัตถุดิบและชิ้นส่วนภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม จากความสำเร็จในครั้งนี้ บีโอไอจึงมีแผนจัดงานนี้ เป็นประจำทุกปีควบคู่กับงาน SUBCON Thailand ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคกรุงเทพฯ โดยงานครั้งต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14 - 17 พฤษภาคม 2568 และงาน SUBCON Thailand : The East 2025 จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันที่ 3 - 5 กันยายน 2568 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาตินงนุช พัทยา จังหวัดชลบุรี สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จากกองพัฒนาผู้ประกอบการไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผ่าน https://build.boi.go.th
ข่าวต่างประเทศ
4. เกาหลีใต้จ้างงานเพิ่มกว่า 1 แสนตำแหน่งติดต่อกันเดือนที่ 2 ในเดือนส.ค. (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 11 กันยายน 2567)
สำนักงานสถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ เปิดเผยรายงานว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนสิงหาคม 2567 ของเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 123,000 ตำแหน่ง เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 28.80 ล้านตำแหน่ง โดยนับเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันที่ตัวเลขจ้างงานเพิ่มขึ้นมากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราว่างงานเดือนสิงหาคมลดลงแตะระดับ 2.4% จากระดับ 2.5% ในเดือนกรกฎาคม โดยอัตราว่างงานเดือนสิงหาคมถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่สำนักงานสถิติเกาหลีใต้เริ่มรวบรวมข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2542 ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาคส่วน การจ้างงานใหม่ในภาคสารสนเทศและการสื่อสาร เพิ่มขึ้น 9.7% และการจ้างงานในภาคบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพิ่มขึ้น 7% ส่วนการจ้างงานในภาคสุขภาพและสวัสดิการสังคม เพิ่มขึ้น 2.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี แต่การจ้างงานในภาคการผลิตลดลง 35,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 4.43 ล้านตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 2 และการจ้างงานในภาคการก่อสร้างลดลง 84,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556
อย่างไรก็ตาม ทางด้านสำนักข่าวยอนฮัปรายงานโดยอ้างข้อมูลของสำนักงานสถิติเกาหลีใต้ว่าการจ้างงานในภาคการก่อสร้างปรับตัวลดลงติดต่อกันเดือนที่ 4 โดยมีสาเหตุหลักมาจากฤดูมรสุม และสภาพอากาศร้อน
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)