ข่าวประจำวันที่ 12 กันยายน 2567

ข่าวในประเทศ

A person smiling at a microphone

Description automatically generated

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. 'เอกนัฏ' ลั่นปฎิรูปอุตสาหกรรม (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 12 กันยายน 2567)

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในโอกาสเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงวันแรก ว่าการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยเพื่อรับโอกาสใหม่ของโลกจะดำเนินการ 3 พันธกิจสำคัญเร่งด่วนคือ 1. การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบประชาชนหลายพื้นที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแก้กฎหมาย/กติกา ในพ.ร.บ.โรงงาน ให้มีการเพิ่มโทษไม่ให้กลุ่มนักธุรกิจสีเทามาหาประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชน โดยที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจสีเทาอาศัยช่องโหว่กฎหมายดำเนินธุรกิจ เป็นปัญหาสะสมหมักหมมมานานมาก 2. การปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากความสุ่มเสี่ยงจากการบิดเบือนกลไกตลาด การทุ่มตลาด โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก ต้องมีการแก้กติกาให้สามารถทำมาค้าขายได้สะดวก 3. การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตด้วยสินค้าเกษตรเทคโนโลยีสูง พลาสติกชีวภาพ น้ำมันเชื้อเพลิง อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ชิพเซมิคอนดักเตอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม จะเสนอให้ตั้งกองทุนปฏิรูปอุตสาหกรรม โดยจะนำกองทุนที่มีภารกิจทับซ้อนกันอยู่มารวมเป็นกองทุนเดียวกัน เป็นอาวุธในการปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย และหวังว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะไม่ใช่อยู่ในเฉพาะเวลาที่ตนดำรงตำแหน่ง แต่จะถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์การปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยให้ยั่งยืน นั่นคือสิ่งที่ตั้งใจจะทำ

 

A person in a suit and tie

Description automatically generated

นายพิชัย นริพทะพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

 

2'พิชัย' ฟิตลุยแผนการค้าต่างประเทศ (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 12 กันยายน 2567)

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพาณิชย์ ก่อนปฏิบัติงานอย่างเป็นทางการว่า กระทรวงพาณิชย์เป็นกลไกสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ด้วยการเร่งรัดการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีแผนงานเตรียมพร้อมอยู่แล้ว รวมถึงจะเร่งหาตลาดใหม่ให้มากขึ้นเพื่อเร่งขยายตลาดให้เอสเอ็มอี ส่วนนโยบายแก้ปัญหาเอสเอ็มอีไทยที่เดือดร้อนจากการเข้ามาตีตลาดของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศนั้น จะเห็นว่าปัจจุบันเอสเอ็มอีมีปัญหาค่อนข้างมาก ปัญหาแรกคือเรื่องหนี้ที่ค่อนข้างเยอะ และไม่มีสภาพคล่อง ตนเข้าใจและไม่ได้ตั้งใจจะต่อว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แต่ความร่วมมือของธปท.มีความจำเป็นในการช่วยตัดหนี้ให้เอสเอ็มอี ดังนั้น การช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการกลับมาทำธุรกิจและมีรายได้ สร้างเศรษฐกิจได้อีกครั้งเป็นเรื่องสำคัญ หากปล่อยไปแบบนี้เศรษฐกิจก็จะแย่ลงเรื่อยๆ ทั้งนี้ ที่มีการพูดกันว่ามีสินค้าจีนราคาถูกเข้ามาตีตลาดไทยนั้น เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องระวัง ไม่อยากให้พูดว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากจีนอย่างเดียว เพราะจะกลายเป็นว่าเราต่อต้าน เพราะจีนก็ไม่ใช่ผู้ร้าย และจีนเองก็รู้สึกกังวล ที่ผ่านมาอุปทูตจีนโทร.หาผมบอกว่าอย่าโจมตีจีนมาก ซึ่งหลังจากนี้เราจะมานั่งคุยกัน เพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน หากเรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนหรือกับชาติอื่นๆ อย่างสหรัฐ เชื่อว่าจะทำให้เราฟื้นเศรษฐกิจได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการลงทุนเริ่มไหลเข้ามามาก จะเห็นว่าการลงทุนได้มีการปรับเพิ่มขึ้น 40-50% และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Print Circuit Board : PCB) ที่จะเป็นเอสเคิร์ฟใหม่ของไทย ซึ่งปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรม PCB มากถึง 1.5 แสนล้านบาท ในช่วงที่รัฐบาลยังไม่ทันตั้งตัว หากหลังจากนี้รัฐบาลมีแนวทางส่งเสริมที่ชัดเจนเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าไทยสูงถึงล้านล้านบาท

 

A person in a suit and tie

Description automatically generated

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

3. ไทยโอซูก้าเปิดโรงงาน ผลิตอาหารทางการแพทย์ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 12 กันยายน 2567)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดโรงงานผลิตอาหาร                              ทางการแพทย์แห่งใหม่ของบริษัท ไทยโอซูก้า ที่อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร โดยโรงงานแห่งนี้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ เพื่อขยายกำลังการผลิตอาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต ผู้ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาล   ในเลือด และผู้ป่วยที่ต้องการโปรตีนและพลังงานสูง รองรับความต้องการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินลงทุนเพิ่มเติมสำหรับโครงการนี้จำนวน 558 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการ ใช้วัตถุดิบในประเทศเพิ่มปีละประมาณ 400 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 97% ของวัตถุดิบทั้งสิ้น โดยบริษัท ไทยโอซูก้า เป็นบริษัทในเครือของ Otsuka Pharmaceutical ผู้ผลิตยารายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2516 หรือเมื่อ 51 ปีที่แล้ว โดยเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศญี่ปุ่น เริ่มจากการผลิตน้ำเกลือ และได้ขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งด้านการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายในกลุ่มอาหารทางการแพทย์ ยาปราศจากเชื้อ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทางการแพทย์ ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทยหลายแห่ง เพื่อพัฒนาสูตรอาหารทางการแพทย์ให้เหมาะสม และตอบรับกับร่างกายผู้ป่วยมากที่สุด โดยที่ผ่านมาบริษัท ไทยโอซูก้า ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอรวม 4 โครงการ เงินลงทุนรวมกว่า 3,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีการจ้างงานบุคลากรไทยกว่า 900 คน โดยถือเป็นโรงงานผลิตอาหารทางการแพทย์ชั้นนำรายแรกและรายเดียวของประเทศไทย อีกทั้งเป็นฐานการผลิตอาหารทางการแพทย์แห่งเดียวของกลุ่มบริษัทโอซูก้าในภูมิภาคอาเซียน ที่ใช้ผลิตและจำหน่ายทั้งในประเทศ และส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชียใต้ และแอฟริกา

อย่างไรก็ตาม กลุ่มโอซูก้า ได้เลือกประเทศไทยเป็นฐานการลงทุนแห่งแรกในต่างประเทศ และได้ขยายกิจการในไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 5 ทศวรรษ แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Medical Hub ของภูมิภาค  ที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งเครือข่ายโรงพยาบาลชั้นนำ บริการทางการแพทย์ที่มีมาตรฐาน และบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นที่เชื่อถือในระดับโลก การเปิดโรงงานแห่งใหม่ของไทยโอซูก้าในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพสูงและเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

 

ข่าวต่างประเทศ

A close up of a flag

Description automatically generated

 

4. สหรัฐเผยดัชนี CPI +2.5% เดือนส.ค. ต่ำกว่าคาดการณ์ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 12 กันยายน 2567)

กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประจำเดือนสิงหาคม ว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.5% ในเดือนสิงหาคม เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.6% หลังจากปรับตัวขึ้น 2.9% ในเดือนกรกฎาคม ทังนี้ เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI ทั่วไป ปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนสิงหาคม สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 0.2% ในเดือนกรกฎาคม ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.2% ในเดือนสิงหาคมเมื่อเทียบรายปี สอดคล้องตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ จากระดับ 3.2% ในเดือนกรกฎาคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี CPI พื้นฐาน ปรับตัวขึ้น 0.3% ในเดือนสิงหาคม สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.2% จากระดับ 0.2% ในเดือนกรกฎาคม

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)