ข่าวประจำวันที่ 1 เมษายน 2568

ข่าวในประเทศ

A person holding a microphone

AI-generated content may be incorrect.

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. ไทยเดินหน้าฮับอุตสาหกรรมสีเขียว ผนึกกำลังธ.โลกช่วยภาคผลิตลดปล่อยคาร์บอน (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568)

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา "CEO Forum : Industrial Decarbonization under Thailand's Low Carbon City Program" ว่า การดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน มีความจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้มีความยั่งยืน เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดนโยบาย "การปฏิรูปอุตสาหกรรม สู่เศรษฐกิจยุคใหม่ สะอาด สะดวก โปร่งใส" โดยมีกลไกขับเคลื่อน 5 ประเด็น และภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ อาทิ การจัดการปัญหากากอุตสาหกรรมการลดมลพิษทางอากาศ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การส่งเสริมอุตสาหกรรมสีเขียว การพัฒนาศูนย์อุตสาหกรรมฮาลาล การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับงานบริการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในอนาคต กระทรวงอุตสาหกรรมจึงพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เป็นอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำที่ยั่งยืน โดยภารกิจสำคัญเร่งด่วน คือ การสนับสนุนให้อุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Transition to New Economy) โดยการจัดการตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Greening Supply Chain) ให้เป็นอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำ (Low Carbon Industry) และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยรวม ทั้งนี้ ด้านนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้า Net Zero Emissions ภายในปี 2065 โดยการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว บังคับใช้เกณฑ์ใหม่ปี 2568 ส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดของเสีย และสนับสนุนเทคโนโลยีสะอาด นอกจากนี้ จะมีการประกาศใช้มาตรฐานลดก๊าซเรือนกระจก 7 มาตรฐาน พัฒนาแนวทางให้สอดคล้องสากล และสร้างกลไกให้สถานประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยีลดคาร์บอนได้ง่ายขึ้น กำหนดมาตรฐานใหม่ 55 มาตรฐาน ส่งเสริมอุตสาหกรรม New S-Curve และขับเคลื่อนนโยบาย MIND (Move to Net Zero, Innovation, Digitalization) โดยมีเป้าหมายครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนางสาวเมลินดา กูด ผู้อำนวยการธนาคารโลกประจำประเทศไทยและเมียนมา กล่าวว่า การลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมไม่ใช่วาระของอนาคตอีกต่อไปแต่มันกำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ และผู้ที่เป็นผู้นำจะเป็นผู้กำหนดยุคถัดไปของความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ธนาคารโลกรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นพันธมิตรในการจัด CEO Forum และสนับสนุนประเทศไทยในการสร้างอนาคตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโต ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประเทศไทยมีองค์ประกอบที่เหมาะสมทุกประการในการเป็นผู้นำในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม และเจตนารมณ์ที่ชัดเจน โครงการเมืองคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City Program) ที่รัฐบาลไทยและธนาคารโลกจะร่วมมือกัน จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้อุตสาหกรรมมีเครื่องมือในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกันก็รักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก นอกจากนี้ ด้วยการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2026 ที่กำลังจะจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทยจะมีโอกาสในการแสดงบทบาทความเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศและความมุ่งมั่นของภาคเอกชนต่อเวทีระดับโลก

 

A person in a yellow jacket

AI-generated content may be incorrect.

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ

อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP)

 

2. DITP จัดงานแสดงสินค้า TAPA 2025 ชวนนักธุรกิจ-นักลงทุนชมความยิ่งใหญ่ (ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา, ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568)

น.ส.สุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนนักธุรกิจ นักลงทุน หรือผู้ที่สนใจอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เข้าร่วมงาน Thailand Auto Parts & Accessories 2025 หรือ TAPA 2025 งานแสดงสินค้า ชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งระดับโลก ซึ่ง DITP ร่วมกับสมาคมในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา Hall EH 101-104 ภายใต้แนวคิด Sustainable for the Future แสดงทิศทางของอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของโลก ที่จะพัฒนาขึ้น โดยมุ่งเน้นความยั่งยืนเพื่อตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมแสดงสินค้ากว่า 500 ราย จากทั่วมุมโลก ในคูหาแสดงสินค้ามากกว่า 1,000 คูหา บนพื้นที่จัดงานกว่า 20,000 ตารางเมตร สำหรับงาน TAPA เป็นหนึ่งในงานที่ DITP ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกๆ 2 ปี มากว่า 2 ทศวรรษ เพื่อเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการแสดงศักยภาพความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งต่อผู้ซื้อ ผู้นำเข้า ผู้ค้าปลีก รวมถึงนักธุรกิจจากทั่วโลก เพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรและต่อยอดธุรกิจในระดับสากล รวมทั้งเป็นเวทีเจรจาการค้าและเปิดตัวสินค้าเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ

อย่างไรก็ตาม ภายในงานได้รวบรวมสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง จากผู้ประกอบการไทยและต่างชาติมาร่วมจัดแสดงอย่างครบวงจร จนได้รับการยอมรับว่าเป็นศูนย์กลางสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลก หรือ World Auto Parts Sourcing Hub และยังมี Highlight Zone ประกอบด้วย โซนสัมมนาและเสวนา เรียนรู้และอัปเดตเทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่รวมผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแนวหน้ามาให้ความรู้แบบเจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยียานยนต์ล่าสุด แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ถาม-ตอบ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรโดยตรง

 

A person sitting at a desk with a microphone

AI-generated content may be incorrect.

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ

กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการกนอ.

 

3. ชี้ 5.3 พัน รง. ไร้ผลกระทบ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568)

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ กรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการกนอ. เปิดเผยว่า กนอ.ได้เร่งติดต่อและสอบถามผู้ประกอบการในนิคมทั่วประเทศ และได้ยืนยันว่าทั้ง 60 นิคมอุตสาหกรรม และ 1 ท่าเรือ ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยเป็นโรงงานทั้งหมด 5,375 โรงงาน โดย กนอ. ได้ประสานงานถึงความพร้อมในการเข้าช่วยเหลือทุกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม หรืออาคารสำนักงานของบริษัทหลัก เพราะเห็นว่าการจะเดินหน้างานต่อไปได้ จะต้องไม่มีส่วนไหนสะดุด และยืนยันว่า กนอ. สามารถบริหารจัดการได้อย่างดี ซึ่งผ่านการตรวจสอบในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นระบบน้ำ การบำบัดน้ำเสีย สิ่งแวดล้อม และเรื่องท่อส่งก๊าซ ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมอิเล็กทริอนิกส์ และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับท่อก๊าซน่าเป็นห่วงในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหว แต่ได้รับการยืนยันว่ามีการจัดการที่ค่อนข้างดี จึงไม่ทำให้เกิดผลกระทบใดๆ เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ กนอ. ที่ชัดเจนว่ามีความมั่นคงทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการสอบถามมาถึง กนอ. อยู่บ้างถึงสถานการณ์แผ่นดินไหว แต่ก็ได้มีการตอบกลับไปถึงความมั่นคงและความพร้อมในการรองรับการลงทุน ต้องทำความเข้าใจว่าเรื่องแผ่นดินไหว ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย ในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศต้องประสบกับปัญหาดังกล่าว และมั่นใจว่าเรื่องการตัดสินใจลงทุนต้องตัดสินใจจาก               หลายปัจจัย ทำให้เป็นโอกาสที่สำคัญในการจะสร้างจุดแข็ง และสร้างความมั่นใจให้กับการลงทุน

 

ข่าวต่างประเทศ

A red circle on a white background

AI-generated content may be incorrect.

 

4. ญี่ปุ่นเผยความเชื่อมั่นผู้ผลิตรายใหญ่ลดลงในไตรมาส 1/68 วิตกมาตรการภาษีทรัมป์ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 1 เมษายน 2568)

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ปรับตัวลงสู่ระดับ 12 ในไตรมาส 1/2568 จากระดับ 14 ในไตรมาส 4/2567 โดยถูกกดดันจากความไม่แน่นอนอันเนื่องมาจากมาตรการภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โดยดัชนีทังกันซึ่งเป็นมาตรวัดความเชื่อมั่นของบริษัทต่างๆ ในภาคการผลิต เช่น บริษัทในอุตสาหกรรมรถยนต์และบริษัทเทคโนโลยีนั้น ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบสี่ไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวเกียวโดคาดการณ์ไว้ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมถึงภาคบริการนั้น ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 35 ในไตรมาส 1/2568 จากระดับ 33 ในไตรมาส 4/2567 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบสองไตรมาส

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ BOJ ยังระบุด้วยว่า บริษัทต่างๆ ของญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐจะเคลื่อนไหวที่ระดับ 147.06 เยนต่อดอลลาร์ ในปีงบการเงิน 2568 ซึ่งเริ่มต้นจากเดือนเมษายน 2568 เมื่อเทียบกับระดับ 147.94 เยนต่อดอลลาร์ในปีงบการเงินที่เพิ่งสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ข้อมูลทังกันที่มีการเปิดเผยล่าสุดนี้เป็นหนึ่งในข้อมูลที่ BOJ จะใช้ประกอบการพิจารณาในการประชุมนโยบายการเงินระยะเวลา 2 วัน ซึ่งจะเริ่มในวันที่ 30 เมษายน 2568 โดยที่ประชุมจะมีการหารือกันว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่   

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)