ข่าวประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569

ข่าวในประเทศ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม

อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

 

1. ชี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซแชมป์ แห่จดเครื่องหมายการค้า (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569)

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สถิติการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มีตัวเลขรวม 9,025 คำขอ เพิ่มขึ้น 2.22% สะท้อนถึงความคึกคักของภาคธุรกิจ โดยกลุ่มที่มีการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามากที่สุดอันดับ 1 คือ บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด จำนวน 1,206 คำขอ โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีปัจจัยบวกจากการส่งเสริมบริการฟาสต์แทร็ก สำหรับสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะ ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าขึ้นขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะทราบผลการพิจารณาภายใน 4 เดือนนับจากวันยื่นคำขอ ส่วนอันดับ 2 และ 3 ได้แก่ธุรกิจด้านสุขภาพที่ยังมาแรงไม่มีทีท่าชะลอตัว โดยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงามมีการยื่นคำขอ 1,183 คำขอ ขณะที่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ มีจำนวน 1,103 คำขอตัวเลขดังกล่าวสะท้อนทิศทางของตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง รวมถึงโครงสร้างสังคมไทยที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ขณะที่สัดส่วนผู้ยื่นคำขอนั้น พบว่า ผู้ประกอบการไทยยังคงมีบทบาทนำที่ 52% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติคิดเป็น 48%

อย่างไรก็ตาม ขณะที่สถิติภาพรวมการยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งเครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรการประดิษฐ์อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ในไทย ในช่วง 2 เดือนแรกของปี มีการยื่นคำขอจดทะเบียนกว่า 11,870 คำขอ เพิ่มขึ้นประมาณ 1.37% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 68 ที่มี 11,710 คำขอ และมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ 2,524 รายการ เพิ่มขึ้น 4.38% หรือ 2,418 รายการ โดยภาพรวมเทรนด์สุขภาพยังคงมาแรง สะท้อนทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีและการลงทุนของภาคธุรกิจที่มุ่งตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ภาคเอกชนให้ความสำคัญกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและลิขสิทธิ์

 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล

ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

 

2. ดัชนีเชื่อมั่นอุตฯมี.ค.ส่อทรุด สงครามยืดเยื้อกระทบพลังงาน-ต้นทุน (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569)

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อยู่ที่ระดับ 90.0 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 88.7 ในเดือนมกราคม 2569 มีปัจจัยสนับสนุนจากหลายด้าน โดยศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกามีมติให้มาตรการภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) เป็นโมฆะ ได้มีการประกาศใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (The Trade Act of 1974) เพื่อจัดเก็บภาษีในอัตรา 10% กับทุกประเทศ ส่งผลให้อัตราภาษีของไทยปรับลดลงเป็นระยะเวลา 150 วัน ซึ่งช่วยบรรเทาภาระต้นทุนของผู้ส่งออกในระยะสั้น ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมทั้งช่วยบรรเทาภาระหนี้ของผู้ประกอบการ SMEs และภาคครัวเรือน ขณะเดียวกันการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มขยายตัว โดยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่าการลงทุน 33,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ส่งผลให้เกิดการจ้างงานคนไทยเพิ่มขึ้น 15% (YoY) ช่วยเพิ่มเม็ดเงินหมุนเวียน    ในระบบเศรษฐกิจ กระตุ้นการจ้างงาน และสนับสนุนกิจกรรมการผลิตในประเทศ ในส่วนของมาตรการภาครัฐ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) เป็นการชั่วคราวระยะเวลา 1 ปี จาก 0.46% เหลือ 0.32% ต่อปี ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของสถาบันการเงิน สนับสนุนการขยายสินเชื่อ และเพิ่มสภาพคล่องให้กับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs สำหรับการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในเดือนมกราคม 2569 ขยายตัว 29.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะการนำเข้าจากจีนที่เพิ่มขึ้น 29.5% ในกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (22.12%) เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (53.69%) และเคมีภัณฑ์ (5.15%) ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศ และเพิ่มความเสี่ยงด้านการสวมสิทธิ์สินค้า ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในเดือนมีนาคม 2569 มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและต้นทุนการผลิตในภาพรวม

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 97.4 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากระดับ 95.9 ในเดือนมกราคม 2569 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลผลิตทางการเกษตรที่ทยอยออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อาทิ ทุเรียน มังคุด เงาะ และขนุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ของเกษตรกร และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภูมิภาค นอกจากนี้การขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐภายใต้รัฐบาลใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุน และการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการค้าระหว่างประเทศจากการใช้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ อาทิ มาตรา 201 มาตรา 232 มาตรา 301 และมาตรา 338 ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อการค้าโลก การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก ขณะเดียวกันความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯและอิหร่าน ยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อทิศทางราคาพลังงานโลก และบรรยากาศการค้าในตลาดโลกในระยะต่อไป

 

นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล

นายกสมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน หรือ AGJA

 

3. สมาคมอัญมณีฯ มั่นใจภาคเอกชน ปรับตัวรับวิกฤต (ที่มา: ไทยโพสต์, ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569)

นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล นายกสมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน หรือ AGJA เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น มองว่าอุสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่อยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยคงได้รับผลกระทบในเรื่องความเชื่อมั่นหรือการตัดสินใจซื้ออยู่บ้าง แต่ขณะเดียวกันในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับหลายสถานการณ์ที่ทำให้มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการเองก็ได้มีการปรับตัวและผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆ มาได้ ทั้งความปั่นป่วนของภาษีทรัมป์ หรือแม้แต่ช่วงโควิด-19 เอง พอหลังจากคลี่คลายก็พบว่าอุตสาหกรรมก็ปรับตัวขึ้นมาก ทั้งนี้ ประเทศไทยนับว่ามีโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ รวมถึงมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาตั้งโรงงานการผลิตอย่างต่อเนื่อง และจากการเติบโตที่สูงในปี 2568 มากถึง 40% สะท้อนศักยภาพของประ เทศไทยได้เป็นอย่างดี โดยมีตลาดหลักเป็นอเมริกา ยุโรป และตะวัน ออกกลาง

อย่างไรก็ตาม เดิมทีผู้ประกอบการต้องการเข้าไปทำตลาดตะวันออกกลางให้มากขึ้น จากก่อนหน้าที่มีการพึ่งพาตลาดสหรัฐ แต่ก็ต้องมีการชะลอออกไปก่อน จากเหตุการณ์สงครามที่เกิดขึ้น และจะมาพิจารณาในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อทำตลาดดังกล่าวอย่างเข้มข้นมากขึ้นหากสถานการณ์สงบแล้ว

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. มาเลเซียล้มดีลค้าสหรัฐฯ (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 19 มีนาคม 2569)

นายโจฮารี กานี รัฐมนตรีว่าการการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซีย เปิดเผยว่า ได้ยกเลิกข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) ระหว่างมาเลเซียกับสหรัฐฯ ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐฯมีคำวินิจฉัยว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจในภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศ (IEEPA) ในการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าหลายประเทศทั่วโลก จึงมีผลให้ข้อตกลงการค้าที่เกี่ยวเนื่องเป็นโมฆะ

อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังคงเผชิญความเสี่ยงจากการถูกสหรัฐฯ ตรวจสอบภายใต้กฎหมายการค้ามาตรา 301 และ มาตรา 122 ของสหรัฐฯ ซึ่งเปิดทางให้สามารถเรียกเก็บภาษีนำเข้าชั่วคราวได้สูงสุด 10% หากพบว่าคู่ค้ามีการละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ หรือมีประเด็นแรงงานบังคับโดยขณะนี้สหรัฐฯได้เริ่มกระบวนการสืบสวนคู่ค้ารวม 15 ประเทศ รวมถึงมาเลเซีย ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง        

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)