ข่าวประจำวันที่ 17 เมษายน 2569

ข่าวในประเทศ

นางอารดา เฟื่องทอง

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) กระทรวงพาณิชย์

 

1. DFT-GIT นำทีมถกรับมือกฎค้าเพชรใหม่ EU-G7 (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569)

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (DFT) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กรมฯ พร้อมด้วย สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ได้นำคณะผู้แทนไทยเดินทางไปหารือกับ 11 หน่วยงานหลักที่เบลเยียม เกี่ยวกับกฎระเบียบการค้าเพชรใหม่ของสหภาพยุโรป (EU) และกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ประเทศ (G7) เพื่อให้เข้าใจมาตรฐานที่จะนำมาใช้ใหม่ และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด การรักษาคุณภาพมาตรฐาน การตรวจสอบย้อนกลับและการยืนยันแหล่งที่มาของเพชร ซึ่งจะทำให้ภาคเอกชนไทยปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ใหม่ได้อย่างมั่นคง และสามารถรับมือกับความท้าทายในตลาดเพชรโลกได้ต่อไป สำหรับผลการหารือมีข้อสรุปดังนี้ 1. การสร้างกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดยหารือร่วมกับหน่วยงานด้านนโยบายการต่างประเทศและการค้า ภายใต้คณะกรรมาธิการยุโรป รวมถึง หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเบลเยียม เพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนสำหรับผู้ประกอบการไทย ในการปฏิบัติตามระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ต็มรูปแบบ 2. การลดอุปสรรคในการส่งออก โดย มุ่งเน้นการทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับเอกสารพิสูจน์แหล่งกำเนิดเพชร สำหรับเพชรเจียระไนขนาด 0.5 กะรัตขึ้นไป เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจากไทย จะไม่ถูกสกัดกั้นและสามารถเข้าสู่ตลาดโลกได้อย่างราบรื่น 3. การยกระดับความเชื่อมั่นผ่านมาตรฐานการตรวจสอบและออกใบรับรองเพชรกับสถาบัน HRD Antwerp และการใช้เทคโนโลยี Blockchain ในการติดตามเพชรตลอดห่วงโซ่อุปทานกับบริษัท HB Antwerp เพื่อเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการไทยใช้ยืนยันแหล่งที่มาของเพชร และ 4. การตอกย้ำภาพลักษณ์การค้าโปร่งใส ซึ่งกรมฯได้นำเสนอความเข้มงวดของระบบการกำกับดูแลการนำเข้า-ส่งออกเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนของไทย ภายใต้กรอบความตกลง Kimberley Process Certification Scheme (KPCS) เพื่อยืนยันว่าไทยไม่มีส่วนสนับสนุนการค้าเพชรแห่งความขัดแย้ง และได้มีการหารือเชิงเทคนิค ซึ่งจะช่วยให้ไทยสามารถจัดการระบบการตรวจสอบและออกใบรับรองที่สอดคล้องกับความต้องการ   ของตลาด EU ซึ่งเป็นคู่ค้าเพชรที่ยังไม่ได้เจียระไนอันดับ 1 ของไทยได้อย่างถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม การหารือครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย แม้ปัจจุบันตลาดเพชรโลกยังเผชิญกับปัจจัยที่ท้าทาย เช่น อุปทานและอุปสงค์ที่ลดลง ความผันผวนของราคา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของตลาดเพชรสังเคราะห์ ทั้งนี้ คาดว่าตลาดเพชรธรรมชาติจะกลับมาฟื้นตัวในอนาคต เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงและเป็นที่ต้องการของตลาด โดยเฉพาะ Emotional Market ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับความต้องการของตลาด รวมทั้งปฏิบัติตามเงื่อนไขการค้าเพชรโลก

 

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

 

2. ศุภจีสั่งอัดโปร 'ไทยช่วยไทย' ขายผ่านออนไลน์-ขยายลงภูมิภาค (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569)

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางศุกจี สุธรรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรยวงพาณิชย์ สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมพลังแพลตฟอร์มออนไลน์และเดลิเวอรีชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada, TikTok, Grab และ Lineman เข้าร่วมจำหน่ายหน่ายสินค้า "ไทยช่วยไทย" ผ่านช่องทางออนไลน์และกระจายสินค้าราคาประหยัด หวังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและอำนวยความสะดวกประชาชนเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น ซึ่งสินค้าไทยช่วยไทยเริ่มจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และนำส่งสินค้าโดยพนักงานเดลิเวอรีตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา โดยจะนำสินค้าไทยช่วยไทยที่เป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนต์จาก 3 โมเติร์นเทรดชื่อดัง ได้แก่ Tops, Big C และ Lotus เข้าจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดัง เช่น Shopee, Lazada และ TikTok โดยจะนำสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาจำหน่ายในราคาลดพิเศษเฉลี่ย 20-50% และนำส่งสินค้าผ่านระบบเดลิเวอรีจาก Grab และ Lineman

อย่างไรก็ตาม การขยายช่องทางสู่โลกดิจิทัลครั้งนี้ถือเป็นการ "ยกของถูกไปหาประชาชน" แทนการรอให้ประชาชนเดินทางมาซื้อสินค้าเอง โดยเฉพาะในช่วงหลังสงกรานต์ที่หลายครัวเรือนมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโครงการจึงเข้ามาช่วย "เติมเงินกลับเข้ากระเป๋า" ผ่านสินค้าจำเป็นราคาพิเศษความพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่สั่งซื้อสินค้าไทยช่วยไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และนำส่งผ่านระบบเดลิเวอรี คือ ส่งสินค้าไทยช่วยไทยฟรีในระยะทางไม่เกิน 5 กิโลเมตร (กม.) และมอบคูปองส่วนลดพิเศษแก่ผู้สั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยในรูปแบบ "ลดแล้ว..ลดอีก" ทำให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์จากการสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเตรียมขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยในส่วนภูมิภาคมากขึ้นและตั้งเป้าให้ "ไทยช่วยไทย" เป็นโมเดลต้นแบบของนโยบายรัฐในการดูแลค่าครองชีพที่เห็นผลจริง

 

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT

 

3. GIT ขึ้นเหนือลุย เปิดตัว GIT RE WORTH ดันผู้ประกอบการ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569)

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุ ทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย ด้วยการส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอด ผสานกับการใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ GIT มีแผนขยายการดำเนินโครงการสู่ระดับภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้เกิดผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุจากทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดสากล สำหรับโครงการนี้ GIT ได้ออกแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่กิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาและต่อยอดแนวคิด การสนับสนุนทุนเพื่อสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่เวทีแสดงสินค้า อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair และ Bangkok Jewelry Week 2026 เพื่อให้ผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจากทั่วประเทศ ได้ทดลองตลาดจริงและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้โครงการ จะมีการจัดการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเข้มข้นให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ ผ่าน 2 หลักสูตรหลัก ได้แก่ หลักสูตรต่อยอดวัสดุรักษ์โลก สู่จิวเวลรีแห่งอนาคต (Eco & Alternative Materials) โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้ ทั้งในด้านการนำทุนวัฒนธรรมมาออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ (Brand Story Building) ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดและการจัดแสดงสินค้า (Visual Merchandising) หลักสูตรจับคู่สร้างสรรค์ ผสานวัสดุสุดล้ำ (Track B Collaboration & Combination) เน้นการทำเวิร์กชอปร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) ผสมผสานแนวคิดงานคราฟต์และการผสานวัสดุสู่แนวคิดต้นแบบ โดยทีมคณาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4.  เงินเฟ้อยูโรโซนเดือนมี.ค. พุ่งทะลุเป้าแตะ 2.6% จับตาแบงก์ชาติยุโรปจ่อคงดอกเบี้ย (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569)

สำนักงานสถิติแห่งยุโรป (Eurostat) เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อของกลุ่มยูโรโซนประจำเดือนมีนาคม 2569 พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 2.6% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 2.5% และทะลุเป้าหมาย 2% ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เป็นครั้งแรกในรอบปีนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสู้รบในตะวันออกกลางที่ดันต้นทุนพลังงานให้สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาสินค้าเผชิญแรงกดดันขาขึ้นอย่างหนัก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานและเงินเฟ้อภาคบริการอยู่ที่ระดับ 2.3% และ 3.2% ตามลำดับ ซึ่งการปรับเพิ่มตัวเลขเงินเฟ้อของยูโรโซนในครั้งนี้สอดคล้องกับทิศทางของฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ที่เพิ่งปรับแก้ตัวเลขทางเศรษฐกิจของตนเองไปในลักษณะเดียวกัน เมื่อช่วงต้นสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ แม้ทิศทางราคาสินค้าที่สูงขึ้นจะทำให้ตลาดประเมินว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปี 2569 แต่แหล่งข่าววงใน กล่าวว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิมในการประชุมครั้งหน้า ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 เมษายน 2569 นี้

อย่างไรก็ตาม ทางด้านคริสติน ลาการ์ด ประธาน ECB รวมทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายราย ประเมินสถานการณ์ล่าสุดว่า เศรษฐกิจยุโรปกำลังอยู่กึ่งกลางระหว่าง "กรณีฐาน" (Baseline) ดังกล่าว ที่คาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยจะอยู่ที่ 2.6% กับ "กรณีเลวร้าย" (Adverse Scenario) ที่คาดว่าเงินเฟ้ออาจพุ่งสูงถึง 4.2%

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)