ข่าวในประเทศ
นายศุภกิจ บุญศิริ
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.)
1. หั่น MPI โตแค่ 1-2% ติดหล่มขัดแย้ง-หนี้-ภาษีสหรัฐ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ระดับ 92.76 หดตัวเล็กน้อยที่ 0.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 56.41% โดยสาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมไทย ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและความสามารถในการทำกำไรของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาหดตัวหลังราคาน้ำมันสูงและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว กระทบต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ นมสดพร้อมดื่ม มันฝรั่งทอดกรอบ แฮม และไส้กรอก นอกจากนี้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง 86.7% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยังเป็นแรงกดดันต่อกำลังซื้อภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนเมษายน 2569 มีแรงสนับสนุนสำคัญจากมาตรการภาครัฐที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการช่วยเหลือภาคขนส่งผ่านการสนับสนุนค่าน้ำมัน รวมถึงการตรึงค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าครองชีพของประชาชนและภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ นอกจากนี้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมยังขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง มีมูลค่า 25,937 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 27.5% และการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถัง และอากาศยานรบ) มีมูลค่า 24,404 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 29% ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนยังได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ Moody's Ratings ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยดีขึ้น สะท้อนเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย ซึ่งช่วยสนับสนุนบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจไทย ทั้งนี้ ทางด้านระบบการเตือนภัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนพฤษภาคม 2569 "ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง" โดยปัจจัยในประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่ลดลงตามความกังวลต่อวัตถุดิบในการผลิตของกลุ่มปิโตรเคมีและพลาสติก ส่วนการนำเข้ายังขยายตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศส่งสัญญาณเฝ้าระวัง จากผลกระทบของสงครามที่ผลักดันให้ต้นทุนภาคการผลิตและขนส่งปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตามมูลค่าการส่งออกของจีนยังคงขยายตัวได้
อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มปี 2569 สศอ. ได้ปรับประมาณการ MPI และ GDP ภาคอุตสาหกรรมจากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 1.5-2.5% มาอยู่ที่ 1-2% เนื่องจากยังมีปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมถึงการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการค้าระหว่างประเทศกับคู่ค้าหลักที่เติบโตต่อเนื่อง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ จะช่วยประคับประคองภาคอุตสาหกรรมไทยระยะต่อไป
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์
ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์
2. สนค.ชี้การนำเข้าพุงสะท้อนการผลิต-ลงทุนขยายตัว (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยผลวิเคราะห์การค้าระหว่างประเทศเดือนเมษายน 2569 ว่า แม้การนำเข้าจะขยายตัวสูง และส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างสินค้าอย่างละเอียด พบว่าสินค้านำเข้าส่วนใหญ่เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการผลิต ทั้ง เชื้อเพลิง วัตถุดิบ สินค้ากึ่งสำเร็จรูป และสินค้าทุน ซึ่งสะท้อนแรงหนุนต่อภาคการผลิต การลงทุน และการเตรียมความพร้อมของภาคเอกชนในระยะต่อไป ทั้งนี้ การนำเข้าของไทยเดือนเมษายน 2569 มีมูลค่า 41,604.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 45.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นประเด็นที่กระทรวงฯติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบ ต่อดุลการค้า ผู้ประกอบการในประเทศ และความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ซึ่งเมื่อพิจารณาโครงสร้างการนำเข้า พบว่าสินค้าหลักที่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการลงทุน ได้แก่ กลุ่มเชื้อเพลิง ขยายตัว 128.6% ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนความต้องการพลังงานของภาคเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรม กลุ่มวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูป ขยายตัว 38.7% และกลุ่มสินค้าทุน ขยายตัว 32.8% โดยโครงสร้างดังกล่าวบ่งชี้ว่า การนำเข้าที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นการนำเข้าสินค้าอุปโภค-บริโภคเพียงอย่างเดียว แต่มีส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมวัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และปัจจัยการผลิต เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุน และรอบการผลิตในระยะต่อไป ซึ่งเป็นลักษณะที่พบได้ในประเทศที่มีบทบาทอยู่ในห่วงโซ่การผลิตโลก สำหรับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร ไฟฟ้า และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ที่ขยายตัวโดดเด่น สอดคล้องกับทิศทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทย ในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยกำลังยกระดับบทบาทจากฐานการผลิตเดิม ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเทคโนโลยีที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการส่งเสริมการลงทุนสะท้อนว่า ไทยสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนในกลุ่ม Data Center ระดับภูมิภาคได้สูงกว่า 720,000 ล้านบาท ในปี 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณของการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัล และอาจช่วยหนุนอุปสงค์ต่อสินค้าทุน อุปกรณ์ ไฟฟ้า ระบบพลังงาน และบริการที่เกี่ยวเนื่องในระยะต่อไป ในขณะเดียวกันการลงทุนของบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การเริ่มก่อสร้างโรงงานส่วนประกอบขั้นสุดท้ายของบริษัท Infineon ในจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2568 สอดรับกับ เป้าหมายของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในการดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มูลค่า 500,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการยกระดับฐานการผลิตของไทยในระยะต่อไป
ดร.จุฬา สุขมานพ
เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.)
3. สกพอ.ปลุกพลัง "อาหารท้องถิ่น" สู่นวัตกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีอีซี (ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา, ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานแถลงข่าวความร่วมมือ โครงการยกระดับภูมิปัญญาอาหารสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่อีอีซี โดย สกพอ. ได้ดำเนินโครงการยกระดับภูมิปัญญาอาหารสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในพื้นที่อีอีซี ลงพื้นที่จัดเก็บองค์ความรู้ภูมิปัญญาด้านอาหาร 3 จังหวัด พร้อมกับประชุมหารือสร้างการมีส่วนร่วมต่อการพัฒนายกระดับนวัตกรรมอาหารถิ่นให้เป็น 30 เมนูต้นแบบ สร้างตำรับอาหารถิ่นถ่ายทอดส่งต่อสู่การเรียนการสอนในสู่สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการ และชุมชน นอกจากนี้ โครงการยังเดินหน้าเตรียมขยายผลสู่สาธารณะ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ด้วยความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ ธุรกิจบริการ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี ซึ่งจะมีการจัดแสดงและถ่ายทอดองค์ความรู้ในงาน EEC Sustainability Expo 2026 ในวันที่ 12-13 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง รวมทั้งมีการจัดทำ E-book รวบรวม 30 เมนูต้นแบบพร้อมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบวีดีโอเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้เผยแพร่สู่ผู้สนใจในวงกว้างสู่การสร้างอาชีพและรายได้ของประชาชนในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการ เชื่อมอดีตสู่อนาคต เชื่อมชุมชนสู่ภาคอุตสาหกรรม เชื่อมประโยชน์การลงทุนสู่พื้นที่ชุมชน โดยให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาอย่างเป็นระบบ สร้างมาตรฐาน เพิ่มคุณค่า และต่อยอดสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่อีอีซี โดยมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ภาครัฐ และเอกชน เพื่อผลักดันให้พื้นที่อีอีซีเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป
ข่าวต่างประเทศ
4. แบงก์ชาติเกาหลีใต้เพิ่มคาดการณ์ ศก.ปีนี้เป็น 2.6% จาก 2% อานิสงส์ส่งออกโตแกร่ง (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 29 พฤษภาคม 2569)
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจภายในประเทศปี 2569 เป็น 2.6% จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 2% เนื่องจากการส่งออกมีความแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากอุตสาหกรรมสินค้าเซมิคอนดักเตอร์ที่ยังคงอยู่ในวัฏจักรขาขึ้น ส่วนในปี 2570 นั้น BOK ประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ระดับ 2.1% นอกจากนี้ BOK ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของเกาหลีใต้ในปี 2569 สู่ระดับ 2.7% จากเดิมที่ระดับ 2.2% โดยระบุถึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ส่วนในปี 2570 นั้น คาดว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวเพิ่ม 2.3% ซึ่งการปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจ มีขึ้นหลังจาก BOK ประกาศคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.5% ในการประชุมวันนี้ ซึ่งเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 8 อย่างไรก็ตาม คาดว่า BOK อาจจะเปลี่ยนไปใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินในการประชุมครั้งต่อๆ ไป เนื่องจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเศรษฐกิจภายในประเทศที่ฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเกาหลีใต้ขยายตัว 1.7% ในไตรมาส 1/2569 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นการขยายตัวรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2563 และสูงกว่าที่ BOK คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.9% นอกจากนี้ การคาดการณ์เศรษฐกิจล่าสุดของ BOK ยังสอดคล้องกับการคาดการณ์ของสถาบันอื่นๆ โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ในปีนี้ไว้ที่ 1.9% ขณะที่ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดการณ์การเติบโตไว้ที่ 1.9% เช่นกัน ทั้งนี้ ด้านสถาบันพัฒนาเกาหลี (KDI) ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตสำหรับ ปี 2569 ขึ้นสู่ระดับ 2.5% จากเดิมที่ 1.9%
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)