ข่าวในประเทศ
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
1. BOI หนุนเอกชนมุ่งสู่ Smart & Green (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอให้ความสำคัญกับการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ Smart & Green ตามทิศทางโลก ผ่านการลงทุนเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักรให้ทันสมัย ใช้พลังงานทดแทน ปรับปรุงโรงงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการปรับปรุงธุรกิจเพื่อรองรับมาตรฐานสากลด้านความยั่งยืน เพื่อให้ผู้ประกอบการแข่งขันภายใต้กติกาใหม่ของตลาดโลกได้ โดยตั้งแต่เริ่มใช้ "มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมสู่ Smart และ Sustainable Industry" เมื่อปี 2566 จนถึงครึ่งแรกของปี 2569 มีผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างชาติ ยื่นขอรับการส่งเสริมภายใต้มาตรการนี้แล้ว 1,397 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนกว่า 146,000 ล้านบาท สำหรับวิธีที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในการปรับตัวสู่ Smart Industry คือ การนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดความผิดพลาด ยกระดับคุณภาพสินค้า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการจำนวนมากเร่งลงทุนระบบอัตโนมัติครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การขนส่งภายในโรงงาน ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพสินค้า ส่วนการปรับตัวไปสู่ Green Industry บีโอไอสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หลายบริษัทได้เร่งลงทุนเทคโนโลยีที่ช่วยลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อรองรับมาตรฐานด้าน สิ่งแวดล้อมของตลาดโลก
อย่างไรก็ตาม วันนี้โจทย์ของภาคธุรกิจไม่ได้อยู่ที่ต้นทุนการผลิตเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการผลิตและการใช้ทรัพยากร ความสอดคล้องกับกติกาสมัยใหม่ของตลาดโลก ดังนั้น การปรับตัวสู่ Smart & Green จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ โดยการเชื่อมโยงระบบการผลิตอัจฉริยะและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์
เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือบีดีอี
2. ศก.ดิจิทัลทะยาน 5.6% (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569)
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือบีดีอี เปิดเผยว่า ได้ประมาณการเศรษฐกิจดิจิทัลปี 2569 ของไทยจะขยายตัว 5.6% หรือมีมูลค่า 5.7 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 2.2 เท่าของจีดีพีรวมที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ว่าจะขยายตัวที่ 2.5% สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทเศรษฐกิจดิจิทัลที่มีศักยภาพสูงในการสนับสนุนการเติบโตของประเทศ แม้เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย ทั้งนี้ หากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของการค้าโลก ไม่ขยายขอบเขต และไม่รุนแรงเพิ่มขึ้น ดังนั้นคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญจากการส่งออกสินค้าดิจิทัลที่ขยายตัวสูงจากวัฏจักรขาขึ้นของอุตสาหกรรมดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของภาคธุรกิจที่ได้เกิดขึ้นทั่วโลก ส่วนมูลค่าการส่งออกสินค้าดิจิทัลในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ขยายตัวสูงถึง 45% สอดคล้องกับรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ที่ยกให้ไทยเป็น 1 ใน 4 ประเทศผู้ส่งออกฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ของโลก ขณะที่ปี 2570 คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลจะขยายตัวที่ 6.3% ตามทิศทางเศรษฐกิจและการค้าโลก
อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันทางด้านของไอเอ็มเอฟคาดว่า หากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางจำกัดอยู่ในระยะอันสั้น และไม่ลุกลามมากไปกว่าที่เป็นอยู่ คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2570 จะสามารถขยายตัวได้ 3.4% เพิ่มขึ้นจาก 3% ในปี 2569 ขณะที่องค์การการค้าโลก คาดว่า การค้าโลกจะขยายตัวที่ระดับ 2.6%
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย
ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT
3. 'GIT' ชี้ส่งออกอัญมณีมิ.ย.โต อานิสงส์หลายตลาดซื้อเพิ่ม (ที่มา: ไทยโพสต์, ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569)
นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 881.29 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15.73% ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 หากรวมทองคำมีมูลค่า 1,252.94 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 34.29% รวม 6 เดือน ปี 2569 (มกราคม - มิถุนายน) ส่งออกไม่รวมทองคำ มูลค่า 8,253.19 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.58% รวมทองคำมูลค่า 16,916.82 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 20.74% ทั้งนี้ การส่งออกเฉพาะทองคำ เดือนมิถุนายน 2569 มีมูลค่า 371.66 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 67.55% จากราคาทองคำตลาดโลกชะลอตัวลง และปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ทำให้แรงเก็งกำไรทองคำลดลง และรวม 6 เดือน ส่งออกทอง คำ 8,663.64 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 30.99%
อย่างไรก็ตาม ขณะที่ทางด้านตลาดส่งออก อินเดีย เพิ่ม 0.08% ฮ่องกง เพิ่ม 9.32% เยอรมนี เพิ่ม 44.03% สวิตเซอร์แลนด์ เพิ่ม 76.14% สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพิ่ม 81.20% สหราชอาณาจักร เพิ่ม 3.32% ญี่ปุ่น เพิ่ม 39.39% อิตาลี เพิ่ม 31.69% เบลเยียม เพิ่ม 23.71% ส่วนสหรัฐ ลด 7.87% จากการที่ผู้นำเข้าได้เร่งนำเข้าก่อนหน้านี้ ทำให้ ยอดนำเข้าชะลอตัวลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นปีถึงปัจจุบัน
ข่าวต่างประเทศ
4. ดัชนี CPI สหรัฐฯ เดือนก.ค. ชะลอตัวแตะ 3.4% ตามคาด (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2569)
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยรายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ประจำเดือนกรกฎาคม 2569 ขยายตัว 3.4% เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากระดับ 3.5% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งสอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ตลาดการเงินประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มสูงที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบรายเดือน สะท้อนถึงผลกระทบระยะสั้นจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนี CPI พื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานที่มีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 0.2% เมื่อเทียบรายเดือน และเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบรายปี โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาด นอกจากนี้ BLS ยังรายงานด้วยว่า รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของแรงงานสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายงานระบุว่าในเดือนกรกฎาคม ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลง 2.9% ในขณะที่ค่าไฟฟ้าขยับขึ้นเล็กน้อย 0.1% โดยราคาพลังงานถือเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันเงินเฟ้อในปีนี้ สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ค่าบริการทางการแพทย์, ค่าโดยสารเครื่องบิน, ค่าบริการการสื่อสาร, การศึกษา และกิจกรรมนันทนาการ ส่วนดัชนีหลักที่ปรับตัวลดลง ได้แก่ เบี้ยประกันภัยรถยนต์
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูล CPI ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากรายงานการจ้างงานเดือนกรกฎาคมออกมาอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ โดยนายจ้างในสหรัฐฯ ปรับลดตำแหน่งงานลงอย่างผิดคาด 23,000 ตำแหน่ง นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนยังถูกปรับลดลงรวมกันถึง 103,000 ตำแหน่ง สะท้อนภาพรวมตลาดแรงงานที่ซบเซาลง ทั้งนี้ ทางด้านนักวิเคราะห์ยังคงมีความเห็นแตกออกเป็นสองฝ่ายต่อทิศทางตลาดการเงิน โดยฝ่ายหนึ่งมองว่าตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงถือเป็นสัญญาณบวก ขณะที่อีกฝ่ายยังคงกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและข้อมูลการจ้างงานที่อ่อนแอ
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)