ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. 'วราวุธ' จัดหนัก 4 ข้อหาโรงงานบ่อทอง ลักลอบฝังกาก 700 ตัน (ที่มา: เว็บไซต์แนวหน้า, ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้สั่งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี (สอจ.ชลบุรี) ดำเนินคดีบริษัท จินเจียหลี่ (ไทยแลนด์) จำกัด หลังตรวจพบการนำกากอุตสาหกรรมไปฝังกลบนอกพื้นที่โรงงานประมาณ 700 ตัน พร้อมยึดอายัดของกลางและเร่งตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายหรือไม่ โดยหากผลวิเคราะห์ยืนยัน เตรียมดำเนินคดีเพิ่มเติมและสั่งหยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดทันที ทั้งนี้ หลังมีชาวบ้านร้องเรียนพบการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรมในพื้นที่อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี โดย สอจ.ชลบุรี ร่วมกับ กอ.รมน.จังหวัดชลบุรี เทศบาลตำบลธาตุทอง และศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานภาคตะวันออก ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานดังดล่าว เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าโรงงานผลิตตะแกรงเหล็กเตาบาบีคิวแห่งนี้ ยังไม่ได้แจ้งเริ่มประกอบกิจการตามกฎหมาย และพบทรายหล่อแบบที่ผ่านการใช้งานแล้วประมาณ 700 ตัน ถูกนำออกไปฝังกลบนอกบริเวณโรงงาน โดยบรรจุถุงบิ๊กแบ็คก่อนนำไปฝังทั้งถุง ทั้งนี้ ผลตรวจเบื้องต้นด้วยวิธี X-ray พบองค์ประกอบของตะกั่ว ซึ่งอาจเข้าข่ายวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ตามบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายของกระทรวงอุตสาหกรรม สอจ.ชลบุรี จึงยึดอายัดกากและวัสดุที่เกี่ยวข้องไว้ เพื่อป้องกันการเคลื่อนย้าย ทำลาย หรือสูญหาย พร้อมเก็บตัวอย่างกากที่ถูกฝังและวัตถุดิบรวม 6 ตัวอย่าง ส่งตรวจวิเคราะห์อย่างเป็นทางการเพื่อยืนยันว่าเป็นของเสียอันตรายหรือไม่ โดยเบื้องต้น สอจ.ชลบุรี เตรียมดำเนินคดี 4 ข้อหา ได้แก่ ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่, ฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วโดยไม่ได้รับอนุญาต, นำกากอุตสาหกรรมออกนอกโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยมีโทษตั้งแต่ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ไปจนถึงจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับขึ้นอยู่กับฐานความผิดที่ตรวจพบและผลการดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อผลวิเคราะห์อย่างเป็นทางการแล้วเสร็จ สอจ.ชลบุรี จะร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม และดำเนินการตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยอาศัยอำนาจปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมหรือผู้ซึ่งปลัดมอบหมาย เตรียมออกคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการโรงงานทั้งหมดทันที พร้อมให้ผู้ประกอบการชี้แจงข้อเท็จจริงและแก้ไขปรับปรุงให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับการลักลอบทิ้งหรือฝังกลบกากอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกรณีที่อาจกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ สอจ.ชลบุรี ประสานนายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งในจังหวัด ร่วมเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม เพื่อเข้าตรวจสอบและดำเนินการโดยเร็ว
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
2. ชู 4 ยุทธศาสตร์ยกระดับเทคโนโลยี (ที่มา: ไทยโพสต์, ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังเปิดงาน Thailand Electronics Circuit Asia 2026 (THECA 2026) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ว่า อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยโจทย์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงการดึงดูดการลงทุน แต่ต้องทำให้การลงทุนช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างประโยชน์ให้กับประเทศอย่างเต็มที่ บีโอไอจึงให้ความสำคัญกับ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1. การมุ่งส่งเสริม อุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพและ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 2. การสร้างความพร้อมและเพิ่ม ความน่าดึงดูดของประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายของบริษัทชั้นนำ 3. การสร้างประโยชน์สูงสุด จากการลงทุนผ่านการสร้างงานและพัฒนาทักษะบุคลากร ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งของ ห่วงโซ่อุปทานในประเทศและเชื่อม โยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และ 4. การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อดึงศักยภาพและโอกาสของผู้ประกอบการไทยในระดับโลก
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2566 จนถึงเดือนมิถุนายน 2569 อุตสาหกรรม PCB และชิ้นส่วนได้ทำให้เกิดการลงทุนในประเทศไทยแล้ว กว่า 331,000 ล้านบาท จาก 224 โครงการ หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของมูลค่าการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง หมด ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีมูลค่าการลงทุนสะสมกว่า 1 ล้านล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลกที่มีต่อศักยภาพและความพร้อมของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
3. ส.อ.ท.ผนึกสยามพิวรรธน์ ปั้นผู้ประกอบการ เชื่อมสินค้าไทยสู่ตลาดโลก (ที่มา: เว็บไซต์เดลินิวส์, ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569)
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ร่วมกับ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด จัดทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อเชื่อมศักยภาพภาคอุตสาหกรรมเข้ากับความแข็งแกร่งของแลนด์มาร์กระดับโลก เดินหน้ายกระดับผู้ประกอบการไทยตั้งแต่การพัฒนาสินค้า การสร้างแบรนด์ การเข้าใจตลาด ไปจนถึงการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและโอกาสทางธุรกิจ หวังผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดสากล ณ บริเวณ ชั้น 10 ส.อ.ท. ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจการค้าปลีก เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถพัฒนาสินค้า ต่อยอดธุรกิจ และเข้าถึงตลาดได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสร้างรากฐานให้สินค้าไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล สำหรับความร่วมมือดังกล่าว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5I ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยเฉพาะ I2 : INNOVATION & CREATIVE INDUSTRY ซึ่งมุ่งส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยจากการเป็นผู้ผลิตสินค้าไปสู่การเป็นผู้สร้างแบรนด์และสร้างคุณค่าด้วยองค์ความรู้ของตนเอง รวมถึง I3 : INTERNATIONAL ALLIANCE & NETWORK ที่มุ่งขยายเครือข่ายพันธมิตรและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงช่องทางการจัดจำหน่ายและตลาดต่างประเทศ โดยสิ่งสำคัญ คือ การทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตสินค้า แต่สามารถพัฒนาสินค้า สร้างแบรนด์ เข้าใจตลาด และต่อยอดธุรกิจของตนเองได้อย่างยั่งยืน ซึ่งความร่วมมือกับสยามพิวรรธน์จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับตลาดและโอกาสทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนางชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ กล่าวว่าสยามพิวรรธน์มุ่งมั่นพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ การค้าของประเทศ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศไทยบนเวทีโลก ซึ่งจากประสบการณ์ดังกล่าว เราเรียนรู้ว่า การสร้างโครงการที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เกิดจากศักยภาพขององค์กรเพียงลำพัง แต่เกิดจากการเชื่อมโยงผู้คน และพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ คือการเชื่อมจุดแข็งและศักยภาพของทั้งสององค์กร เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และผู้สร้างสรรค์ ได้เข้าถึงองค์ความรู้ ตลาด และพันธมิตรระดับโลก ต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทย
ข่าวต่างประเทศ
4. ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเกาหลีใต้ดีขึ้นต่อเนื่องเดือนส.ค. ขานรับภาคบริการฟื้นตัว (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 27 สิงหาคม 2569)
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจเกาหลีใต้ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองติดต่อกันในเดือนสิงหาคม 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของรายได้ในภาคบริการ ซึ่งดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจโดยรวม (CBSI) ของทุกภาคอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 1.1 จุดจากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่ 99.6 ในเดือนสิงหาคม 2569 หลังจากเพิ่มขึ้น 0.8 จุดในเดือนกรกฎาคม โดยการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของรายได้ในภาคบริการ เช่น การขนส่งและคลังสินค้า รวมถึงอุตสาหกรรมสารสนเทศและการสื่อสาร ขณะเดียวกัน ภาคการผลิตก็ยังคงมีมุมมองบวก โดยได้รับแรงหนุนจากความเฟื่องฟูอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาแยกตามภาคส่วน ดัชนี CBSI ในกลุ่มผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 0.6 จุด สู่ระดับ 103.8 ส่วนดัชนี CBSI ในกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ผลิต เพิ่มขึ้น 1.5 จุด แตะที่ 96.7
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากผลการสำรวจกลุ่มผู้ผลิต 1,770 ราย และกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้ผลิต 1,400 ราย ระหว่างวันที่ 10-18 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ ด้านดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ (ESI) ซึ่งสะท้อนมุมมองครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค เพิ่มขึ้น 1.5 จุดจากเดือนก่อนหน้า แตะที่ 99.4 ในเดือนสิงหาคม
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)