ข่าวประจำวันที่ 1 กันยายน 2569

ข่าวในประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

 

1. ธพว.อัดสินเชื่อ 1 หมื่นล้าน ช่วย SME ใต้ เติมสภาพคล่อง-ฝ่าวิกฤต (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569)

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยในการเป็นประธานเปิด "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" ครั้งที่ 2 ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จัดโดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank ว่า ปัจจุบันเอสเอ็มอีไทย ซึ่งถือเป็นฐานพีระมิดของระบบเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มสูง โดยเฉพาะค่าพลังงาน แรงกดดันจากกติกาการค้าและมาตรฐานใหม่ของโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมอบหมายให้ SME D Bank ช่วยเหลือเอสเอ็มอีฟันฝ่าวิกฤตต่างๆ รวมถึงช่วยยกระดับธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว เพื่อสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ ทางด้านนายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ทาง SME D Bank นำมาขับเคลื่อน ภายใต้แนวคิด "ร่มที่กางแล้วไม่มีวันหุบ" ผ่านแนวทาง 3 มิติ คือ "มิติที่ 1 ด้านเติมทุน" ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่องเพียงพอในการลงทุนยกระดับเทคโนโลยี เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว "มิติที่ 2 ด้านช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง" สามารถประคับประคองธุรกิจ และพลิกฟื้นกลับมาเดินหน้าได้อีกครั้ง และ "มิติที่ 3 การยกระดับและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ" เติมความรู้สำคัญ โดยเฉพาะใช้เทคโนโลยี มาตรฐาน และการบริหารจัดการ ช่วยปรับตัวสู่กฎกติกาการค้าของโลกยุคใหม่ โดย 3 แนวทางดังกล่าวเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ 4 เดือนที่ผ่านมา (เมษายน-กรกฎาคม 2569) พาเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนกว่า 27,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 และมีจำนวนกว่า 3,590 กิจการ เพิ่มขึ้น 77% จากช่วงเดียวกันของปี 2568 ส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการรายเล็ก วงเงินกู้ไม่เกิน 15 ล้านบาท/ราย ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 127,000 ล้านบาท ช่วยรักษาการจ้างงานกว่า 81,000 ราย

อย่างไรก็ตาม SME D Bank ได้ต่อยอดการสนับสนุนด้วยแนวทาง 3 มิติดังกล่าว ไปสู่เอสเอ็มอีในภูมิภาค โดยเฉพาะรายย่อย เพื่อให้เข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง รวมถึงเป็นเวทีรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้วยการริเริ่ม "มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ พา SMEs ไทย โตยั่งยืน" ที่จะกระจายจัดในพื้นที่ต่างๆ ทุกภูมิภาค เริ่มครั้งแรกที่ จ.อุดรธานี เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 และครั้งที่ 2 ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ โดยภายในงานจัดรูปแบบ ONE STOP SERVICE รวบรวมความช่วยเหลือครบถ้วนไว้ในจุดเดียว มิติที่ 1 จัดเตรียมสินเชื่อ วงเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุด 10 ปี พร้อมรับโปรโมชั่น ลดค่าธรรมเนียมวิเคราะห์โครงการ (Front End Fee) 0.50% ยื่นกู้ในงานได้ทันที ,มิติที่ 2 จัดคลินิกให้คำปรึกษาเพื่อลดภาระหนี้เดิม ช่วยให้ธุรกิจรอดพ้นวิกฤตและไปต่อได้อย่างมั่นคง ด้วยมาตรการ "3 ลด" ได้แก่ ลดเงินต้น ลดอัตราดอกเบี้ย และลดค่างวดผ่อนชำระ และมิติที่ 3 Upskill-Reskill ให้สามารถปรับตัวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

 

2. 'แอร์บัส' ขยายธุรกิจในไทยดันสู่ศูนย์กลางดิจิทัลการบินแห่งเอเชีย (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากการหารือกับ Mr. Bert Porteman ประธานบริษัท แอร์บัส ประเทศไทย พบว่า แอร์บัส ยกไทยเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจหลักของบริษัท โดยจัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ระดับภูมิภาคขึ้นในไทย ภายใต้ชื่อ Skywise ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัลของแอร์บัส โดยใช้ไทยเป็นสำนักงานภูมิภาค และ เป็นฐานสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินดิจิทัลแห่งเอเชีย ทั้งนี้ แอร์บัส เป็นผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 40 ปี มีเครื่องบินพาณิชย์ในไทยมากกว่า 150 ลำ และมีเฮลิคอปเตอร์เกือบ 80 ลำ ส่วนใหญ่ใช้งานโดยกองทัพและหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันมีบุคลากรในไทย 200 คน โดย 85% เป็นบุคลากรไทย ขณะนี้ปี 2569 เตรียมขยายกิจการในไทย ซึ่งจะจ้างบุคลากรเพิ่มอีก 40 คน ทั้งนี้ สำหรับประเด็นสำคัญจากการหารือ คือ การขยายบทบาทของ Skywise ซึ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับสายการบิน ตั้งแต่จัดทำคู่มือสำหรับนักบิน วิเคราะห์ข้อมูลการบิน บริหารจัดการความปลอดภัย วางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยอาศัยแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสายการบิน ปัจจุบันแอร์บัสอยู่ระหว่างขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ของ Skywise ในไทย โดยจะใช้ไทยเป็นฐานการทดสอบเพียงแห่งเดียวสำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก จึงรับวิศวกรซอฟต์แวร์เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังเตรียมให้กรุงเทพฯเป็นสำนักงานใหญ่ Skywise สำหรับภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม การที่ แอร์บัส ยกระดับบทบาทให้ไทยรับผิดชอบกิจกรรมด้านดิจิทัลที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานบริหารธุรกิจ Skywise ในภูมิภาค สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนไทยมีบทบาทในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกมากขึ้น

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์

 

 

3. ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าก.ค. โตชะลอตามแรงส่งพลังงาน-ทอง-AI (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานและทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดจนต้นทุนการผลิต และการขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ความต้องการสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สินค้าทุน และวัตถุดิบ เพื่อรองรับภาคการผลิตและการลงทุน ยังช่วยสนับสนุนให้ราคาสินค้าในหลายหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรม เผชิญแรง กดดันจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้าบางกลุ่มให้ลดลง และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะ ข้างหน้า ทั้งนี้ ดัชนีราคาส่งออก เดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 114.2 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อ เทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งขยายตัวในอัตราชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อชะลอลง

อย่างไรก็ตาม สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังขยายตัว ส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น ราคาทองคำอยู่ในระดับสูง ความต้องการอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปยังอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและมาตรฐานคุณภาพที่สูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตอาหารโลก มีแนวโน้มทำให้อุปทานสินค้าเกษตรและวัตถุดิบ บางประเภทอยู่ในภาวะตึงตัว สำหรับปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้ม ลดลง จากอุปทานโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปสงค์ขยายตัวในระดับจำกัด ซึ่งจะกดดันราคาสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิง ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ ราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรมอ่อนตัว จากการผลิต ที่เพิ่มขึ้นและความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน และอุปทานธัญพืชและวัตถุดิบอาหารอาจเพิ่มขึ้น ตามฤดูเก็บเกี่ยวของประเทศผู้ผลิตสำคัญ โดยแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรม เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้า บางกลุ่มให้ลดลง และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า

 

ข่าวต่างประเทศ

 

 

4. อินเดียเผย GDP +7.8% เดือนเม.ย.-มิ.ย.69 สูงกว่าคาดการณ์ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569)

กระทรวงสถิติของอินเดีย เปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สำหรับช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2569 ในวันนี้ ซึ่งเป็นไตรมาส 1 ของปีงบประมาณ 2569-2570 ของอินเดีย โดยเศรษฐกิจอินเดียมีการขยายตัว 7.8% ในไตรมาสดังกล่าว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 7.1% รวมทั้งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของธนาคารกลางอินเดียที่ระดับ 7.0% หลังจากเติบโต 7.8% เช่นกันในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเศรษฐกิจอินเดียได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของภาคการเงิน อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีสารสนเทศ และบริการวิชาชีพ ทั้งนี้ กระทรวงสถิติระบุในแถลงการณ์ว่า แม้ภาคเกษตรและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมีการเติบโตค่อนข้างซบเซา แต่ภาคการผลิตและภาคบริการปรับตัวอย่างแข็งแกร่ง

อย่างไรก็ตาม ทางด้านนางอาสธา กุดวานี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำอินเดียของบาร์เคลย์ส กล่าวกับรายการ Inside India ของสำนักข่าว CNBC ว่า สงครามอิหร่านไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดียอย่างที่หลายฝ่ายเคยกังวล ซึ่งจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ 20 รายการ มีเพียง 7 รายการเท่านั้นที่บ่งชี้ว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยในช่วงเดือนเมษายนถึงมิถุนายนชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม โดยอุปสงค์ของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่ภาคการผลิตและภาคบริการ ยอดขายรถยนต์ และการเติบโตของสินเชื่อ ยังคงปรับตัวขึ้น

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)