ข่าวในประเทศ
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา
อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม)
1. เร่งฟื้นฟู-เสริมแกร่ง SMEs ไทย หวังรอดตายเติบโตอย่างยั่งยืน (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569)
นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยว่า กรมได้จัดทำโครงการฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs) เพื่อเร่งฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs แบบครบวงจรผ่านการทำงานเชิงรุก 3 ระยะ ได้แก่ 1. วินิจฉัยสถานประกอบการเชิงลึก 2. ให้คำปรึกษาเชิงลึก และ 3. สร้างโอกาสทางการตลาดและเชื่อมโยงธุรกิจ ตั้งเป้าสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs สามารถปรับตัวสร้างมูลค่าใหม่ แข่งขันได้ และเติบโตอย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจในปัจจุบัน ให้กลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถ ในการแข่งขันในระยะยาว โดยมีเป้าหมายการดำเนินการ 800 กิจการ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการสอบถามข้อมูลได้ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
2. 'บีโอไอ' เร่งเครื่องอัพเกรดธุรกิจ (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสรรหาและเจรจา ภายใต้กองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีมติเห็นชอบส่งเสริมโครงการใหม่ 55 โครงการ แบ่งเป็นมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน (Business Transformation) 48 โครงการ และมาตรการสร้างบุคลากรทักษะสูงสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ (Skill Bridge) 7 โครงการ ซึ่งเมื่อรวมโครงการที่อนุมัติก่อนหน้านี้ ทำให้มีโครงการได้รับการส่งเสริมรวม 108 โครงการ วงเงินสนับสนุนกว่า 4,800 ล้านบาท มุ่งยกระดับผู้ประกอบการไทยด้วยเทคโนโลยีใหม่ ควบคู่การพัฒนาบุคลากรทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต สำหรับ Business Transformation อนุมัติเพิ่ม 48 โครงการ เงินลงทุนรวม 3,540 ล้านบาท วงเงินสนับสนุน 1,663 ล้านบาท ส่งผลให้มีโครงการรวม 66 โครงการ เงินลงทุน 5,806 ล้านบาท และได้รับการสนับสนุนรวม 2,796 ล้านบาท ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนา ระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยีดิจิทัล AI และการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมใหม่และอุตสาหกรรมสีเขียว คาดเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการราว 3,900 ล้านบาทต่อปี และเพิ่มการจัดซื้อในประเทศกว่า 7,100 ล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม สำหรับด้าน Skill Bridge อนุมัติเพิ่ม 7 โครงการ วงเงิน 307 ล้านบาท พัฒนาบุคลากร 10,180 คน รวมทั้งมาตรการมี 42 โครงการ วงเงินสนับสนุน 2,029 ล้านบาท ตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรรวม 76,728 คน โดยเน้นทักษะ AI การวิเคราะห์ข้อมูล ไซเบอร์ เน้นการออกแบบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB Design) อาหารอัจฉริยะ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) แบตเตอรี่ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีชีวภาพ
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
3. ยกระดับไทย! ฐานผลิต-ส่งออก (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569)
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ได้พิจารณาหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์เพื่อใช้มาตรการภาษีขับเคลื่อนการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมว่า ส.อ.ท.สนับสนุนหลักการดังกล่าวและเห็นว่า เป็นทิศทางที่เหมาะสมเนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยทั้งวงจรการผลิต สร้างมูลค่า 10% ของอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) และมีผู้ประกอบการ 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงาน 800,000 คน ดังนั้นการกำหนดมาตรการจึงต้องสร้างประโยชน์เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรมสนับสนุน และเอสเอ็มอีกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งโครงสร้างภาษีใหม่ควรเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ โดยคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการสร้างให้ประเทศไทย ทั้งการใช้ชิ้นส่วนในประเทศการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงานและการเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์สมัยใหม่ ทั้งนี้ ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และสมาคมที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากภาคอุตสาหกรรม ประกอบการกำหนดมาตรการให้เหมาะสม ชัดเจน และนำไปปฏิบัติได้จริง
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดรายละเอียดสำคัญให้ชัดเจน โดยเฉพาะสัดส่วน การใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และวัตถุดิบของไทย (Thai Content) รวมถึงหลักเกณฑ์การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป (CBU) ซึ่งควรมีเพดานปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมจัดสรรสิทธิตามระดับการลงทุนและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตแต่ละรายสร้างให้กับประเทศไทย นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ที่ไทยมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว โดยเฉพาะรถกระบะซึ่งเป็น Product Champion ของประเทศรวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานโดยหอการค้าไทย พร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ผลักดันมาตรการที่สร้างสมดุลระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ EV การคุ้มครองผู้บริโภคและการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว
ข่าวต่างประเทศ
4. สี จิ้นผิง ลุยเวที BRICS เสนอ 5 แนวทาง ปั้นศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม-อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 14 กันยายน 2569)
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน เปิดเผยว่า ได้ยื่นข้อเสนอ 5 ประการ เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในกรอบ “บริกส์วงกว้าง” (greater BRICS) ครอบคลุมด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน อุตสาหกรรมดิจิทัล การผลิตอัจฉริยะ และการพัฒนาบุคลากร โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้นำจีนได้นำเสนอแนวคิดดังกล่าวระหว่างเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศบริกส์ (BRICS) วันที่สอง ณ กรุงนิวเดลีของอินเดีย ซึ่ง สี จิ้นผิง เน้นย้ำว่า กลุ่ม “บริกส์วงกว้าง” ต้องสร้างผลกระทบในวงกว้างยิ่งขึ้น บรรลุการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม และวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่เกิดขึ้นได้จริง โดย “บริกส์วงกว้าง” ควรดึงจุดแข็งจากการมีรากฐานอยู่ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ และความเชื่อมโยงกับกลุ่มประเทศซีกโลกใต้ (Global South) พร้อมทั้งยึดมั่นในความเปิดกว้างและความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนรักษาความมั่นคงและความราบรื่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน และส่งเสริมการรวมตัวของตลาด
อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ “บริกส์วงกว้าง” ควรก่อตั้งศูนย์บ่มเพาะนวัตกรรม ยกระดับอุตสาหกรรมดั้งเดิม พัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ และวางแผนเชิงรุกสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อให้เทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้สามารถส่องสว่างเส้นทางไปสู่ความมั่งคั่งร่วมกัน
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)