ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. 'วราวุธ' ดึงสวิตเซอร์แลนด์ ปักธงลงทุนไทย-หนุนเศรษฐกิจสีเขียว (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ให้การต้อนรับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส พร้อมด้วยคณะผู้แทนจากองค์กรธุรกิจและสมาคมภาคอุตสาหกรรมชั้นนำของสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ รวมถึงแนวทางสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ โดยฝ่ายสวิตเซอร์แลนด์ได้แสดงความชื่นชมความสัมพันธ์อันแนบแน่นและยาวนานระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ โดยเฉพาะความร่วมมือภายใต้ความตกลงปารีส (Paris Agreement) พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลและภาคเอกชนสวิสในการสนับสนุนและผลักดันให้ไทยเป็นคู่ค้าระดับต้นๆในภูมิภาค นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงการค้าระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) คาดว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2570 ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับความร่วมมือ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน ขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในการหารือยังเปิดโอกาสให้ผู้แทนภาคธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ โดยมีผู้แทนจากหลากหลายสาขาอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสำคัญเข้าร่วม อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องจักรและวิศวกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีการผลิตอัจฉริยะ หุ่นยนต์ เซนเซอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง วัสดุสมรรถนะสูง ตลอดจนระบบรางและโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม นอกจากนี้ ยังมีผู้แทนจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา และหน่วยงานประกันความเสี่ยงด้านการส่งออก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนแหล่งเงินทุนและบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับโครงการลงทุนระหว่างประเทศ โดยภาคธุรกิจสวิตเซอร์แลนด์ได้แสดงความสนใจต่อโอกาสการลงทุนในไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานหมุนเวียน และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยังหารือถึงประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและความยั่งยืน โดยไทยได้นำเสนอนโยบายส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น E20 และ B20 การสนับสนุนพลังงานสะอาดผ่านโครงการโซลาร์รูฟท็อป และการปลดล็อกระบบซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ภาคอุตสาหกรรม รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนมุมมองถึงโอกาสในการพัฒนาไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ของภูมิภาค และการดึงดูดการลงทุนด้านเทคโนโลยีการรักษาขั้นสูง ซึ่งต้องอาศัยระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัยและพัฒนา การคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ กระบวนการอนุมัติและการออกใบอนุญาตที่โปร่งใส รวดเร็ว และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมระดับโลก ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันว่าความร่วมมือระหว่างไทยและสวิตเซอร์แลนด์ยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก และพร้อมที่ผลักดันความร่วมมือร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความยั่งยืนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อไป
นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล
ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร
2. ฝันส่งออกอาหาร 1.5 ล้านล้าน (ที่มา: ไทยรัฐ, ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
นางสาวไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า สถาบันอาหารได้ปรับประมาณการส่งออกอาหารไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ปรับประมาณการลงมาอยู่ที่ 1.4 ล้านล้านบาท เนื่องจากการส่งออกอาหารใน 4 เดือนสุดท้ายปีนี้มีโอกาสกลับมาขยายตัวเป็นบวกจากคำสั่งซื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ของทั่วโลกและค่าเงินบาทที่ยังเอื้อต่อการแข่งขันส่งออก โดยมูลค่าการส่งออกอาหารไทย 8 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 1,014,195 ล้านบาท ลดลง 5.2% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความไม่แน่นอนด้านมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เป็นต้น ขณะที่โครงสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทยเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่าอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของภาคอุตสาหกรรมอาหารสูงสุดอันดับ 1 มีมูลค่า 1.15 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25.3% ของจีดีพีภาคอุตสาหกรรม มากกว่าอิเล็กทรอนิกส์ และมีสัดส่วน 6.1% ของจีดีพีประเทศ และมีมูลค่าการส่งออก 1.51 ล้านล้านบาท มีสัดส่วนการใช้ Local content (วัตถุดิบในประเทศ) สูงถึง 80-90% โดยปีที่ผ่านมา มีสถานประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร 145,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีจำนวน 99.3% ขณะที่รายใหญ่มีเพียง 0.7% และมีการจ้างงาน 1.26 ล้านคน
อย่างไรก็ตาม นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า สศอ.ได้จัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารปี 2562-2570 โดยมีเป้าหมายผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าอนาคต เช่น อาหารสุขภาพและอาหารฟังก์ชัน ผลิตภัณฑ์อาหารจากเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารฮาลาล โดยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพไปสู่การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐาน รวมถึงผลักดันการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านเกษตรและอาหาร เพื่อนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้ สศอ. ให้ความสำคัญกับอาหารฮาลาลที่จะเน้นการพัฒนาให้เป็นอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต โดยได้ดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพอาหารฮาลาลเพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของโลก แต่สัดส่วนการส่งออกอาหารฮาลาลยังอยู่ในวงจำกัด มีส่วนแบ่งในตลาดโลกเพียง 2.1% สศอ.จึงให้ความสำคัญในการพัฒนาสูตรจากห้องปฏิบัติการไปสู่การทดลองผลิตและการผลิตสินค้าในลอตทดลองตลาด ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนเครื่องจักรขนาดใหญ่
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
3. ข้าวไทยแพง! ฉุดส่งออก 9 เดือน วูบเฉียด 2 หมื่นล. (ที่มา: ข่าวสด, ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการส่งออกข้าวไทยในช่วง 9 เดือนของปีนี้ (มกราคม - กันยายน 2569) ว่า มีปริมาณรวม 5.21 ล้านตัน ลดลง 15.70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีปริมาณ 6.18 ล้านตัน มีมูลค่า 3,066 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 98,305 ล้านบาท ลดลง 13.93% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 3,562 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 117,860 ล้านบาท ลดลง 19,555 ล้านบาท ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐเฉลี่ยอยู่ที่ 32.48 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น 1.92% สำหรับราคาส่งออกข้าวเฉลี่ย (FOB) ของไทยเดือนกันยายน 2569 ราคาส่งออกข้าวส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ข้าวปากีสถานและเวียดนามราคาปรับลดลงทุกรายการ ทำให้ไม่สามารถแข่งขันเรื่องราคาได้ จนส่งผลกระทบต่อปริมาณส่งออกไทยให้ปรับ ลดลงมาก ส่วนตลาดส่งออกข้าวของไทยพบว่า มีปริมาณลดลงเกือบ ทุกตลาดยกเว้นเอเชีย โดยตลาดที่ครองส่วนแบ่งสูงสุด อันดับแรก คือ 1. ภูมิภาคแอฟริกา สัดส่วน 35.94% ของปริมาณส่งออกทั้งหมด ลดลง 21.84% รองลงมา ได้แก่ ภูมิภาคเอเชียเพิ่มขึ้น 33.26% ภูมิภาคอเมริกาลดลง 20.27% ตะวันออกกลางลดลง 51.69% ยุโรปลดลง 8.70% และภูมิภาคโอเชียเนียไม่เปลี่ยนแปลง โดยไทยยังคงส่งออกข้าวขาวมากเป็นอันดับหนึ่งคิดเป็นสัดส่วน 48.97% ของปริมาณการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด รองลงมา ได้แก่ ข้าวหอมมะลิไทย 24.00% ข้าวนึ่ง 17.14% ข้าวหอมไทย 6.62% ข้าวเหนียว 2.97% และข้าวกล้อง 0.29%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยในช่วงที่เหลือของปีนั้น คาดว่าสภาพอากาศแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้หลายประเทศผู้นำเข้าพิจารณานำเข้าข้าวเพิ่ม เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ประกอบกับการส่งออกข้าวของเวียดนามมีแนวโน้ม ชะลอตัวลง เพื่อเก็บเป็นสต๊อกไว้บริโภคภายในประเทศ เปิดโอกาสให้ไทยดึงคำสั่งซื้อด้วยจุดแข็งด้านคุณภาพและการส่งมอบตามสัญญาที่ตรงตามกำหนดเวลา
ข่าวต่างประเทศ
4. จีนจ่อคุมส่งออก 12 เทคโนโลยีผลิตอุปกรณ์โซลาร์ อ้างความมั่นคง (ที่มา: เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์, ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า จีนเสนอเพิ่มเทคโนโลยีการผลิตอุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ 12 รายการ เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงมาตรการควบคุมการส่งออกที่ครอบคลุมเทคโนโลยี AI และชีววิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีโซลาร์ถูกนำไปใช้ในภาคส่วนที่มีความอ่อนไหวมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมอวกาศและการป้องกันประเทศ จึงจำเป็นต้องเพิ่มการกำกับดูแล เพื่อป้องกันเทคโนโลยีหลุดจากการควบคุมหรือถูกเผยแพร่โดยไม่เหมาะสม ขณะเดียวกันยังต้องรักษาความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ โดยข้อเสนอครอบคลุมเทคโนโลยีผลิตแผ่นเวเฟอร์บาง เซลล์แสงอาทิตย์ชนิดเพอรอฟสไกต์และเซลล์แบบแทนดัม รวมถึงเทคโนโลยีผลิตโพลีซิลิคอนด้วยระบบฟลูอิไดซ์เบดขนาดใหญ่ ซึ่งมีต้นทุนต่ำและใช้พลังงานน้อยกว่ากระบวนการซีเมนส์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ จีนยังเสนอจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ขั้นสูง เช่น TOPCon, HJT และ XBC แต่ไม่ได้เสนอห้ามส่งออกทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบผู้ผลิตต่างชาติที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจีน โดยก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า บริษัทจีนได้หารือเบื้องต้นเกี่ยวกับการจำกัดส่งออกเทคโนโลยีผลิตแผงโซลาร์ขั้นสูง ซึ่งอาจกระทบแผนของบริษัทสหรัฐฯ เช่น Tesla ที่ต้องการขยายการผลิตในประเทศ นอกจากนี้ จีนยังเคยจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีผลิตโซลาร์ไปยังอินเดีย นักวิเคราะห์มองว่าเป็นความพยายามรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ขณะที่อินเดียเร่งสร้างฐานการผลิตภายในประเทศและลดการพึ่งพาจีน ทั้งนี้ ระหว่างรอปรับปรุงบัญชีควบคุมการส่งออกอย่างเป็นทางการ ผู้ส่งออกต้องลงทะเบียนการถ่ายโอนเทคโนโลยีบางประเภทไปต่างประเทศ โดยจีนเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อข้อเสนอนี้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)