ข่าวประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569

ข่าวในประเทศ

น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM)

 

 

 

1. เร่งช่วย 'SMEs' ถูกน้ำท่วม DIPROM จัดสินเชื่อ 'เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ' (ที่มา:  แนวหน้า, ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569)  

น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ยังคงส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ทั้งด้านสถานประกอบการ เครื่องจักร วัตถุดิบ การขนส่ง และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจกระทบต่อการผลิต การตลาด รายได้ สภาพคล่อง และความสามารถในการแข่งขัน โดยกรมฯ จึงเร่งให้ DIPROM Center ลงพื้นที่สำรวจและประเมินปัญหาของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมให้ความช่วยเหลือผ่าน "โครงการฟื้นฟูธุรกิจ และเสริมความแข็งแกร่ง SMEs (Rebuild SMEs)" โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ 120 ล้านบาท จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติและปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจ ให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้ โครงการถูกออกแบบมาเพื่อช่วยฟื้นฟูธุรกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติ เช่น ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ภัยสงคราม และภัยพิบัติอื่นๆ ซึ่งต้องได้รับการฟื้นฟูโดยเร่งด่วน เน้นไปที่ความ "รวดเร็วและปฏิบัติได้จริง" เพื่อเปลี่ยนจากสภาวะวิกฤต (Crisis) ให้ธุรกิจกลับมาประคองตัวและเติบโตได้ ประกอบด้วย กิจกรรมการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากสถานการณ์ภัยพิบัติเชิงลึก (Retrofit) เน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบที่ได้รับผลกระทบรุนแรงและมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องฟื้นฟูและปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิต ซึ่งกิจกรรมการฟื้นฟูธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติเบื้องต้น (Recover) เน้นการช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในระดับกลางถึงต่ำ เช่น น้ำท่วมสถานประกอบการ/โรงงาน หรือได้รับผลกระทบทางอ้อม อาทิ ประสบปัญหาเรื่องการจัดหาวัตถุดิบ ระบบการขนส่ง การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการสูญเสียโอกาสด้านการตลาด โดยกรมฯจะเข้าไปวินิจฉัยปัญหาเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ การให้คำปรึกษาแนะนำเบื้องต้น และการเชื่อมโยง แหล่งเงินทุน

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีมาตรการด้านการเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการผ่านสินเชื่อ "เงินไว ฟื้นภัยพิบัติ" ภายใต้มาตรการบรรเทา ฟื้นฟู และให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน โดยมีกรอบวงเงิน 50 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการ ช่วยเหลือลูกหนี้รายเดิมและการสนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการรายใหม่ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และนำเงินทุนไปใช้ในการฟื้นฟูกิจการได้อย่างเหมาะสม โดยผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้รายเดิม กรมฯ จะให้ความช่วยเหลือผ่านการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยโดยอัตโนมัติเป็นเวลา 4 เดือน พร้อมลดภาระค่างวดผ่อนชำระรายเดือนลง 50% เป็นเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาชำระหนี้ได้ไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ยังขอรีไฟแนนซ์เงินกู้ได้ โดยวงเงินกู้ใหม่ต้องไม่เกินวงเงินกู้เดิม ขณะที่ ผู้ประกอบการรายใหม่ยื่นขอสินเชื่อได้ในวงเงินสูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อรายต่อกิจการ กำหนดอัตราดอกเบี้ย 0% ในช่วง 6 เดือนแรก พร้อมพักชำระหนี้อัตโนมัติเป็นเวลา 3 เดือน

 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์

เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

 

 

2. 'อุตฯ ดิจิทัล' สูงสุด ยอดลงทุน 9 เดือน ปี 69 พุ่ง 28% (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569)

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไทย 1,954 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,707,430 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนโมเมนตัมของการลงทุนสู่ไทย และความเชื่อมั่นต่อการปรับปรุงกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนกลไกเร่งรัดการลงทุน (Thailand Fast Pass) และการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคตผ่านมาตรการ Skill Bridge ของรัฐบาล สำหรับอุตสาหกรรมดิจิทัล มีมูลค่าสูงสุด 1.17 ล้านล้านบาท จาก 139 โครงการ เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมา ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 189,370 ล้านบาท จาก 262 โครงการ เพิ่มขึ้น 7% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจดิจิทัลและฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก ตามการเติบโตของเทคโนโลยี AI และหากพิจารณาเฉพาะกลุ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทาน AI พบว่า มีคำขอรับการส่งเสริม 111 โครงการ มูลค่า 1.2 ล้านล้านบาท ขณะที่อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริม 80,190 ล้านบาท จาก 218 โครงการ เพิ่มขึ้น 59% สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 มีคำขอรับการส่งเสริม 1,309 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 1,550,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% สะท้อนการเข้ามาของโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างซัพพลายเชนระดับโลก และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพและความพร้อมของไทย โดยผู้ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์, จีน, สหราชอาณาจักร, ญี่ปุ่น และไต้หวัน ส่วนใหญ่อยู่ในกิจการโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เซมิคอน ดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของตัวเลขในขั้นอนุมัติการส่งเสริม 9 เดือนแรกปี 2569 มี 1,951 โครงการ เงินลงทุน 1,512,600 ล้านบาท คาดว่าจะจ้างงานบุคลากรไทยเพิ่ม 116,000 ตำแหน่ง ใช้วัตถุดิบในประเทศ 693,000 ล้านบาทต่อปี สร้างมูลค่าส่งออก 1.96 ล้านล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ บีโอไอยังให้ความสำคัญกับการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม ผ่านมาตรการ Smart and Sustainable Industry ซึ่ง 9 เดือนแรก มีผู้ขอรับการส่งเสริม 196 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 20,431 ล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนเครื่องจักรให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประหยัดพลังงาน และใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งช่วยลดต้นทุน และทำให้ฐานอุตสาหกรรมเดิมแข่งขันได้ในระยะยาว ซึ่งยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน 9 เดือน กว่า 1.7 ล้านล้านบาท สะท้อนทิศทางการลงทุนที่ให้น้ำหนักกับอุตสาหกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น เปิดโอกาสให้ไทยขยายบทบาท ในห่วงโซ่อุปทาน AI ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการผลิตอุปกรณ์ รวมทั้งบริการที่เกี่ยวข้อง บีโอไอเดินหน้าดึงดูดการลงทุนใหม่ควบคู่กับการยกระดับฐานอุตสาหกรรมเดิม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากร พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

 

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์

ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.)

 

 

3. คาดส่งออกทุบประวัติศาสตร์ (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569)

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ได้ประเมินการส่งออกสินค้าปี 2569 ใหม่ จะขยายตัวได้สูงถึง 15-16% คิดเป็นมูลค่า 391,267-394,669 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 13.2-13.3 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีโอกาสขยายตัวได้ถึง 19% มูลค่า 404,876.7 ล้านดอลลาร์ หรือ 13.4 ล้านล้านบาทได้ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิม ที่คาดจะขยายตัวได้ 8-11% สำหรับมูลค่าการส่งออกในช่วง 9 เดือน (มกราคม - กันยายน 2569) ทำได้สูงถึง 304,588 ล้านดอลลาร์ หรือ 9.76 ล้านล้านบาท ขยายตัวได้ 19.6% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 19.8% ส่วนเฉพาะเดือนกันยายน 2569 มีมูลค่า 38,438.9 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 1.25 ล้านล้านบาท ขยายตัว 24% เทียบเดือนกันยายน 2568 ถือเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27 แต่ถ้าหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัยออก ขยายตัวได้สูงถึง 28.2% ทั้งนี้ การส่งออกที่เติบโตแรง ได้รับแรงหนุนจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่การส่งออกเร่งตัวขึ้น ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารศักยภาพขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง ทั้งยางพารา ไก่สดแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงผลไม้หลายรายการ เช่น ทุเรียนสด มังคุดสด และลำไยสด เป็นต้น เมื่อแยกเป็นหมวดสินค้าส่งออก พบว่า เดือน ก.ย. 69 สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ขยายตัว 2.5% ขยายตัวต่อเนื่อง 2 เดือน และหมวดสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัว 25.4% ขยายตัว ต่อเนื่อง 30 เดือน ด้านตลาดส่งออก ยังคงขยายตัวสูงต่อเนื่อง โดยตลาดสหรัฐ เพิ่ม 50.1%, จีน 18.4%, ญี่ปุ่น 19% สหภาพยุโรป 35%, อาเซียน 5 ประเทศ 27%, ซีแอลเอ็มวี 16.6% ทวีปออสเตรเลีย 37.7%, ลาตินอเมริกา 29.3% เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เหลือของปี 2569 คาดว่าการส่งออกจะขยายตัวต่อเนื่อง แม้มีแรงกดดันจากพลังงาน เงินเฟ้อ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจฉุดกำลังซื้อทั่วโลก แต่ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวเนื่องกับเอไอยังเติบโตได้ดี ราคาสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันที่ทรงตัวสูงตามราคาพลังงานโลก ขณะที่ปี 2570 คาดการณ์เบื้องต้น การส่งออกไทยจะขยายตัวได้ 2-4% จากแรงหนุนของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเศรษฐกิจโลกที่เร่งตัวขึ้น การนำเข้าช่วง 9 เดือน ไทยมีมูลค่านำเข้า 348,282 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 11.3 ล้านล้านบาท ขยายตัว 37.8% ขาดดุลการค้า 43,693 ล้านดอลลาร์ฯ หรือ 1.54 ล้านล้านบาท

 

ข่าวต่างประเทศ 

 

4. GDP เกาหลีใต้ขยายตัว 1% ใน Q3/69 ขานรับส่งออก-การลงทุนโตแกร่ง (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2569)

ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริง ซึ่งเป็นมาตรวัดการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ขยายตัว 1% ในไตรมาส 3/2569 เมื่อเทียบเป็นรายไตรมาส ซึ่งแข็งแกร่งกว่าในไตรมาส 2/2569 ที่ขยายตัว 0.6% และดีกว่าที่ BOK คาดการณ์ว่าจะขยายตัวเพียง 0.3% โดยได้แรงหนุนจากการส่งออกและการลงทุนที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้ เมื่อเทียบเป็นรายปี GDP ไตรมาส 3/2569 ของเกาหลีใต้ขยายตัว 3.4% ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 3.7% ในไตรมาส 2/2569

อย่างไรก็ตาม รายงานของ BOK ระบุว่า ยอดส่งออกในไตรมาส 3/2569 เพิ่มขึ้น 2.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 2.4% ขณะที่การใช้จ่ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 1.9% ส่วนการลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มขึ้น 4.1% และการลงทุนในภาคการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบรายไตรมาส อย่างไรก็ตาม การบริโภคภาคเอกชนลดลง 0.2%

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)