ข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน 2569

ข่าวในประเทศ

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์

รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. อุตฯ ยกระดับบริการภาครัฐ เพิ่มความสะดวกประชาชน-ธุรกิจ (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569)

นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดการประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงอุตสาหกรรม (CIO) ครั้งที่ 1/2569 เพื่อกำหนดทิศทางและติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาดิจิทัลของหน่วยงานในสังกัด มุ่งยกระดับการให้บริการภาครัฐสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงอุตสาหกรรม (CIO) ได้รายงานสถานการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยยังไม่พบภัยคุกคามที่มีนัยสำคัญ ซึ่งสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการเฝ้าระวังและป้องกันของระบบอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันยังมีความก้าวหน้าในการดำเนินงานตามนโยบายสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรม อาทิ การพัฒนาระบบแสดงตำแหน่งเหมืองแร่บนแผนที่ดิจิทัล ซึ่งสามารถเชื่อมโยงข้อมูลประทานบัตรและแสดงผลเชิงพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการจัดทำเว็บไซต์ "Hot Issue" เป็นแพลตฟอร์มกลางในการเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยมีหน่วยงานเริ่มนำข้อมูลขึ้นเผยแพร่แล้ว ในด้านการขับเคลื่อนระบบบริหารจัดการสำนักงาน (e-Office) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญขององค์กรดิจิทัล พบว่า หน่วยงานในสังกัดได้สมัครใช้งานครบถ้วน และอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบใหม่ โดยมีการใช้งานควบคู่กับระบบเดิมในช่วงเปลี่ยนผ่าน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไป     อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บางหน่วยงานได้เริ่มใช้งานจริงแล้ว ขณะที่บางหน่วยงานอยู่ระหว่างการทดสอบระบบ สำหรับระบบบริการดิจิทัล i-Industry มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 27 ล้านครั้ง และระบบเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมมีเสถียรภาพสูง โดยมีค่าความพร้อมใช้งาน (SLA) ถึง 99.98% สะท้อนศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความพร้อมรองรับการให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการเทคโนโลยีดิจิทัลของกระทรวงอุตสาหกรรม (CIO) ยังได้พิจารณาแนวทางการเชื่อมโยงระบบ i-Industry กับ Biz Portal ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ คาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในเดือนสิงหาคม 2569 รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากร Cloud กลาง เพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างคุ้มค่าและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ

อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานดังกล่าว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกระทรวงอุตสาหกรรมในการยกระดับสู่การเป็นองค์กรดิจิทัลอย่างเต็ม รูปแบบ ครอบคลุมทั้งด้านระบบงาน โครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงปลอดภัย และการเชื่อมโยงข้อมูล เพื่อรองรับการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และยั่งยืน

 

นายเอกนิติ รมยานนท์

เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

2. สมอ.ถก JAPIA มุ่งยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569)

นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สมอ.ได้มีการประชุมหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลประจำปี 2569 กับคณะผู้แทน Japan Auto Part Industrial Association (JAPIA) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือในประเด็นที่เกี่ยวกับกฎระเบียบและระบบการรับรองผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศไทย การกำกับดูแลและการรับรองยานยนต์ รวมถึงแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับ ระบบการรับรองชิ้นส่วนยานยนต์ระดับอาเซียน (ASEAN MRA) และทิศทางการพัฒนามาตรฐานและห้องปฏิบัติการในอนาคต สำหรับในการประชุมหารือดังกล่าว ที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันในหลายประเด็น ประกอบด้วย สถานะการเข้าร่วมข้อตกลง Agreement 1958 (1958 Agreement under the United Nations Economic Commission for Europe-UNECE) และข้อตกลง 1998 Agreement (1998 Agreement on UN Global Technical Regulations-UN GTRs) ของประเทศไทย แผนการกำหนดมาตรฐานบังคับในอนาคตสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ และแผนการรับมาตรฐาน UNR มาปรับใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ภายใต้ ASEAN MRA ซึ่งในการหารือครั้งนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นควรส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต เช่น การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ จากประเทศญี่ปุ่นนำสินค้าเข้ามาทดสอบที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อ (ATTRIC) หรือการจัดตั้งหน่วยตรวจสอบ (Inspection Body) เพื่อรองรับผู้ประกอบการ ญี่ปุ่นและไทย ทั้งนี้ทาง Japan Auto Part Industrial Association (JAPIA) พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลต่างๆ แก่ สมอ. เพื่อการพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ของประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม การประชุมร่วมกับ Japan Auto Part Industrial Association (JAPIA) ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ด้านการมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ สมอ.ได้รับผ่านการประชุมนี้ จะช่วยให้การกำหนดหรือการปรับมาตรฐานมีความทันสมัย สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลพร้อมทั้งยกระดับความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

 

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT

 

3. GIT ขึ้นเหนือลุย เปิดตัว GIT RE WORTH ดันผู้ประกอบการ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 17 เมษายน 2569)

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT ได้เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุ ทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย ด้วยการส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอด ผสานกับการใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ GIT มีแผนขยายการดำเนินโครงการสู่ระดับภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้เกิดผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุจากทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดสากล สำหรับโครงการนี้ GIT ได้ออกแบบกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่กิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาและต่อยอดแนวคิด การสนับสนุนทุนเพื่อสร้างต้นแบบ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่เวทีแสดงสินค้า อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair และ Bangkok Jewelry Week 2026 เพื่อให้ผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจากทั่วประเทศ ได้ทดลองตลาดจริงและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม ภายใต้โครงการ จะมีการจัดการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเข้มข้นให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ ผ่าน 2 หลักสูตรหลัก ได้แก่ หลักสูตรต่อยอดวัสดุรักษ์โลก สู่จิวเวลรีแห่งอนาคต (Eco & Alternative Materials) โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้ ทั้งในด้านการนำทุนวัฒนธรรมมาออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ (Brand Story Building) ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดและการจัดแสดงสินค้า (Visual Merchandising) หลักสูตรจับคู่สร้างสรรค์ ผสานวัสดุสุดล้ำ (Track B Collaboration & Combination) เน้นการทำเวิร์กชอปร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) ผสมผสานแนวคิดงานคราฟต์และการผสานวัสดุสู่แนวคิดต้นแบบ โดยทีมคณาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. เงินเฟ้อฝรั่งเศสเดือนมี.ค. พุ่ง 1.7% เซ่นพิษราคาพลังงานโลกทะยาน (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 16 เมษายน 2569)

สำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (INSEE) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของฝรั่งเศสในเดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากระดับ 0.9% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสาเหตุหลักที่ดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นมาจากราคาพลังงานที่ทะยานขึ้นถึง 7.4% เทียบรายปี (จากที่เคยลดลง 2.9% ในเดือนกุมภาพันธ์) ซึ่งเป็นผลพวงจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก สำหรับราคาภาคบริการขยับขึ้นเล็กน้อยแตะระดับ 1.7% เทียบรายปี (เทียบกับ 1.6% ในเดือนก่อนหน้า) ส่วนราคายาสูบเพิ่มขึ้น 3.2% เร่งตัวขึ้นจากที่เพิ่มขึ้น 3% ในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายเดือน ดัชนี CPI เดือนมีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 1.0% เทียบกับ 0.6% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดย INSEE ระบุว่ายังคงเป็นผลจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้น 8.9% เทียบรายเดือน (จากที่ขยับขึ้น 0.3% ในเดือนกุมภาพันธ์) โดยเฉพาะราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ทะยานขึ้นถึง 17.1% ภายในเดือนเดียว (จากที่เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก่อนหน้า) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือนมีนาคม ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.1% จากระดับ 0.9% ในเดือนกุมภาพันธ์

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ท่ามกลางภาวะราคาน้ำมันแพงอันเกิดจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รัฐบาลฝรั่งเศสได้ปฏิเสธข้อเรียกร้องที่ให้ลดภาษีเป็นการทั่วไป โดยให้เหตุผลเรื่องข้อจำกัดทางการคลังและประสิทธิภาพของนโยบาย แต่เลือกใช้มาตรการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าไปที่ภาคการขนส่ง เกษตรกรรม และประมงแทน ควบคู่กับการเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจขนาดเล็กผ่านโครงการสินเชื่อที่รัฐค้ำประกัน

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)