ข่าวเด่นประจำสัปดาห์ที่ 1 ของเดือนพฤษภาคม 2569

ข่าวในประเทศ

นายวราวุธ ศิลปอาชา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

 

1. 'วราวุธ' ถกหอการค้าอินเดีย จับมือพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2569)

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ต้อนรับ นายสุชิน กุมาร ดาร์นูก้า ประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย และคณะ ในโอกาสหารือแนวทางความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศไทย-อินเดีย พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมมีความยินดีให้การสนับสนุนความร่วมมือกับหอการค้าอินเดีย-ไทย ในด้านการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน การส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน การลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุน การเติบโตอย่างยั่งยืนของทั้งสองประเทศในระยะยาว ทั้งนี้ ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรม และการลงทุนระหว่างไทยและอินเดียที่มีแนวโน้ม ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมมูลค่าสูงและเทคโนโลยี ขั้นสูงในอนาคต อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต (Food for the Future) ส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารมูลค่าสูง อาทิ อาหารสุขภาพ อาหารฟังก์ชัน และโปรตีนทางเลือก โดยใช้ จุดแข็งด้านวัตถุดิบและการแปรรูปของไทย ควบคู่กับศักยภาพด้านตลาดและเทคโนโลยีของอินเดีย เพื่อขยายตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอาหาร

อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้ ยังพร้อมสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ ภายใต้นโยบาย BCG Economy Model เพื่อผลักดันความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยใช้ฐานทรัพยากรทางการเกษตรของไทยในการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพ พลาสติกชีวภาพ และสารชีวภาพมูลค่าสูง เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดการพึ่งพาทรัพยากรฟอสซิล และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งการส่งเสริมอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ (Medical & Wellness Hub) ต่อยอด ศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ โดยส่งเสริมความร่วมมือด้านบริการทางการแพทย์ อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ และนวัตกรรมสุขภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากสังคมผู้สูงอายุและตลาด สุขภาพโลก นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับอุตสาหกรรม เป้าหมายและเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ อาทิ ยานยนต์สมัยใหม่ (EV) ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม และรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงในอนาคต

 

นายณัฐพล รังสิตพล

ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

 

2. ผุด DIPROM ITC เร่งพัฒนาเอสเอ็มอีสู่ตลาดโลก (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2569)

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย "Thailand 10 Plus" เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งนำนโยบายดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด "ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว" เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะการ "เพิ่มมูลค่า" สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ไทยได้รับการยอมรับ ในฐานะ "ครัวของโลก" มาอย่างยาวนาน อีกทั้ง ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วน GDP ของอุตสาหกรรมอาหารต่อ GDP ประเทศอยู่ที่ร้อยละ 5.9 และมีบทบาททั้งด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย คาดการณ์ ว่ามูลค่าการส่งออกอาหารไทยปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจึงวางโครงสร้างใหม่ เน้นพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ เพื่อให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมตอบโจทย์ศักยภาพของแต่ละภูมิภาคได้ตรงจุด ผ่าน การบูรณาการวัตถุดิบท้องถิ่น อัตลักษณ์พื้นที่ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละจังหวัด

อย่างไรก็ตาม ทางด้าน น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) กล่าวว่า ดีพร้อม ได้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง จึงส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ เข้ามาทดลองผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้ต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจครบวงจรด้วย DIPROM PLUS ที่ทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ผ่านกลไกพื้นที่ในการคัดกรองผู้ประกอบการ รวมถึงส่งต่อสู่การพัฒนาต่อเนื่อง ทั้งนี้ DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่ เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐาน และคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา

อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม

 

3. "ดีพร้อมxไทยแอร์เอเชีย" เปิดมิติใหม่ Sky Experience ดันอาหารถิ่นไทย สู่เมนูพรีเมียมบนเครื่องบิน (ที่มา: ผู้จัดการรายวัน 360 องศา, ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569)

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ผนึกกำลังไทยแอร์เอเชีย เปิดโครงการ "ยกระดับอาหารท้องถิ่นจากครัวดินสู่ฟ้า" ภายใต้นโยบาย "ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว" เดินหน้ายกระดับ 5 ผู้ประกอบการต้นแบบ นำ "อาหารถิ่น" สู่มาตรฐานพรีเมียม เชื่อมต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมการบิน พร้อมต่อยอดสู่ตลาดอาหารระดับสากล ซึ่งโครงการมุ่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการชุมชนแบบครบวงจร ทั้งการพัฒนาสินค้า มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การสร้างมูลค่าเพิ่ม การออกแบบบรรจุภัณฑ์ และการเล่าเรื่องแบรนด์ (Storytelling) ควบคู่การเรียนรู้เชิงลึกด้านธุรกิจอาหารบนสายการบิน อาทิ พฤติกรรมผู้โดยสาร มาตรฐานการเสิร์ฟ และการออกแบบเมนูให้เหมาะกับบริการบนเที่ยวบิน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากอุตสาหกรรมการบินร่วมให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด สำหรับผู้ประกอบการต้นแบบทั้ง 5 ราย ประกอบด้วย ร้านน้องโจ๊ก จังหวัดกระบี่, เฮือนคำนาง จังหวัดขอนแก่น, ลุงอเนก จังหวัดเพชรบุรี, Rin Interfood จังหวัดสมุทรสาคร และ Trulyhill กาแฟอินทรีย์จากอมก๋อย ซึ่งล้วนสะท้อนอัตลักษณ์อาหารไทยและศักยภาพในการต่อยอดสู่ตลาดพรีเมียมระดับโลก ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงสร้างมูลค่าเพิ่มให้อุตสาหกรรมอาหาร แต่ยังช่วยยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นไทยสู่เวทีโลก ผ่านแนวคิด "ครัวดินสู่ฟ้า" ที่เชื่อมภูมิปัญญาชุมชนเข้ากับมาตรฐานสากล สร้างรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม ทางด้านไทยแอร์เอเชีย ระบุว่า อาหารถือเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของประสบการณ์บนเที่ยวบิน โดยสายการบินพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ เพื่อผลักดันรสชาติไทยจากทุกภูมิภาคสู่สายตานักเดินทางทั่วโลก พร้อมสร้างโอกาสใหม่ให้อาหารไทยเติบโตในตลาดการบินและตลาดสากลอย่างแข็งแกร่ง

 

ข่าวต่างประเทศ

 

4. ยอดสั่งซื้อภาคอุตฯ เยอรมนีเดือนมี.ค.โต 5.0% เอกชนแห่ตุนหนีพิษสงครามอิหร่าน (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 8 พฤษภาคม 2569)

สำนักงานสถิติแห่งชาติเยอรมนี เปิดเผยรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคม 2569 พุ่งทะยาน 5.0% ซึ่งสูงเกินความคาดหมายของตลาด สาเหตุหลักมาจากภาคธุรกิจในเยอรมนีแห่กว้านซื้อสินค้าตุนล่วงหน้า เนื่องจากหวั่นเกรงวิกฤตราคาพลังงานและปัญหาคอขวดด้านการขนส่งที่อาจรุนแรงขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยยอดสั่งซื้อที่เติบโตแบบก้าวกระโดด (หลังปรับค่าตามฤดูกาลและปฏิทินแล้ว) ถือว่าเร่งตัวขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ ที่มีการขยายตัวเพียง 1.4% และสูงกว่าตัวเลข 1.0% ที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ หากหักลบคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ที่มีความผันผวนสูงออกไปแล้ว ยอดสั่งซื้อใหม่ในเดือนมีนาคม ก็ยังปรับตัวสูงขึ้นถึง 5.1% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งเมื่อเจาะลึกรายละเอียดพบว่า แรงส่งสำคัญมาจากยอดสั่งซื้อต่างประเทศที่ขยายตัว 5.6% โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศยูโรโซนที่พุ่งกระฉูดถึง 10.1% ส่วนนอกกลุ่มยูโรโซนเพิ่มขึ้น 2.7% สอดรับกับความต้องการสินค้าในประเทศที่เติบโตแข็งแกร่งถึง 4.0% โดยยอดสั่งซื้อที่ไหลเข้ามานี้กระจายตัวครอบคลุมแทบทุกภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่กวาดออเดอร์ไปได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

 

 

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาการเปรียบเทียบข้อมูลราย 3 เดือนเพื่อลดความผันผวนระยะสั้น พบว่ายอดสั่งซื้อใหม่รวมทั้งหมดในไตรมาสแรกของปีนี้ลดลง 4.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว แต่ถ้าไม่รวมคำสั่งซื้อล็อตใหญ่ ตัวเลขยังคงเป็นบวกที่ 1.6%

 

หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)