ข่าวในประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
1. “วราวุธ” ชู SEP คู่ AI² ดัน อุตสาหกรรมไทย ฝ่าเศรษฐกิจ K-Shaped (ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, ประจำวันที่ 4 กันยายน 2569)
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน The Bangkok Business Summit: Reinvent Thailand, Resilient ASEAN ว่า โลกกำลังเผชิญความผันผวนเชิงโครงสร้าง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สภาพภูมิอากาศการเปลี่ยนแปลงประชากร และความเปราะบางของห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้เศรษฐกิจทั้งโลกและไทยตกอยู่ในสภาพ K-Shaped โดยขาบนของตัว K คือ อุตสาหกรรมสมัยใหม่ เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนใหญ่ลงทุนโดยบริษัทข้ามชาติ ทำให้เห็นภาพว่าเศรษฐกิจดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะที่ขาล่างของตัว K คือเอสเอ็มอี (SME) ห่วงโซ่อุปทานท้องถิ่น เกษตรกร และแรงงานจำนวนมากที่ยังเปราะบางและเติบโตไม่ทัน ซึ่งหากปล่อยให้ขาทั้งสองของตัว K ห่างออกจากันไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ ไม่ใช่การเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงวางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) เป็นเข็มทิศในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย โดยนำหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกัน มาประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนจากการเติบโตโดยไม่คำนึงถึงต้นทุน ไปสู่การเติบโตที่สมดุล แข่งขันได้ และมีภูมิคุ้มกันต่อความผันผวน ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ คือ มาตรฐาน มอก. 9999 ซึ่งนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้กับการบริหารองค์กร โดยมุ่งสร้างธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความอยู่รอดระยะยาว การสร้างคุณค่าอย่างมั่นคง ธรรมาภิบาล และความยืดหยุ่น สอดคล้องกับหลักการสากลในการทำธุรกิจที่เติบโตควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งได้กลายมาเป็นเครื่องมือในการแข่งขันทางการค้าในตลาดโลก ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้ส่งเสริมให้มีการใช้ มอก. 9999 ในเอสเอ็มอีด้วย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกได้ สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมไทย ได้เสนอกรอบยุทธศาสตร์ “AI²” หรือ 2 เครื่องยนต์ใหม่ ได้แก่ อุตสาหกรรมขั้นสูง (Advanced Industry) และอุตสาหกรรมเกษตรสมัยใหม่ (Agriculture Industry) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยทั้งด้านการเติบโตและการกระจายโอกาส ซึ่ง AI ตัวแรก คือ Advanced Industry ครอบคลุม AI ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูล เซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยไทยต้องใช้โอกาสจากการลงทุนจากต่างประเทศและพันธมิตรระดับโลกเพื่อยกระดับอุตสาหกรรม ส่วน AI ตัวที่สอง คือ Agriculture Industry จะทำหน้าที่เป็นสะพานยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและกลุ่มที่อยู่ขาล่างของตัว K โดยเปลี่ยนเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมไปสู่ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Agri-Food) และเทคโนโลยีการเกษตร (Agri-Tech) มูลค่าสูง ผ่านเทคโนโลยีชีวภาพ อาหารแห่งอนาคต สารทางการแพทย์ เกษตรแม่นยำ การแปรรูปอาหารขั้นสูง และการผลิตอัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม การขับเคลื่อน AI² ยังสอดคล้องกับแนวทางของธนาคารโลกที่เสนอให้ไทยเร่งเปลี่ยนผ่านจากการผลิตต้นทุนต่ำ มูลค่าต่ำ ไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และนวัตกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสีเขียว อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีขั้นสูง และเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อให้คนไทยสามารถก้าวไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ซึ่งเราไม่สามารถสร้างอนาคตประเทศไทยได้ หากทิ้งพี่น้องคนไทยอีกหลายคนไว้ข้างหลัง ดังนั้น การยกระดับและพัฒนาทักษะแรงงานไม่ใช่เพียงนโยบายด้านแรงงาน แต่เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจ สำหรับเป้าหมายของอุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ไม่ใช่เพียงทำให้ประเทศเติบโต แต่ต้องทำให้คนไทยทุกคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมๆ กัน โดยภาครัฐไม่สามารถขับเคลื่อนเพียงลำพัง จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากนักลงทุน ผู้นำอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และพันธมิตรต่างประเทศในการลงทุนกับคน การพัฒนาทักษะการถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อดึงเอสเอ็มอีไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกให้ได้
นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์
รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
2. คุมเข้ม 'มาตรฐานโซลาร์' (ที่มา: เดลินิวส์, ประจำวันที่ 2 กันยายน 2569)
นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการ มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการ กมอ. มีมติเห็นชอบให้กำหนดสินค้าควบคุมที่เกี่ยวข้องกับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ เพิ่มอีก 2 มาตรฐาน ได้แก่ มอก. 62852-25XX ขั้วต่อสำหรับใช้งานในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงในระบบเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งครอบคลุมขั้วต่อที่มีแรงดันไฟฟ้า กระแสตรงที่กำหนดไม่เกิน 1,500 โวลต์ และกระแสไฟฟ้าไม่เกิน 125 เอ ต่อหนึ่งหน้าสัมผัส และ มอก. 61439 เล่ม 8-25XX ชุดประกอบสวิตช์เกียร์และเกียร์ควบคุมไฟฟ้าแรงดันต่ำสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้สำหรับการจ่ายพลังงานไฟฟ้าในระบบไฟฟ้ากระแสตรง มีแรงดันไฟฟ้าด้านเข้าและด้านออกไม่เกิน 1,500 โวลต์ ดีซี เป็นการรองรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (โซลาร์ รูฟท็อป) โดยก่อนหน้านี้บอร์ดได้อนุมัติให้แผงโซลาร์เซลล์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเป็นสินค้าควบคุมแล้ว 5 มาตรฐาน ได้แก่ เครื่องตัดวงจร ฟิวส์ สายไฟฟ้า แบตเตอรี่ และอินเวอร์เตอร์ ซึ่งการเพิ่มมาตรฐานขั้วต่อและชุดประกอบสวิตช์เกียร์ฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นการยกระดับความปลอดภัยของระบบโซลาร์เซลล์ให้ครอบคลุมทั้ง ระบบแบบครบวงจร และยังได้มีมติเห็นชอบร่างมาตรฐานผลิตภัณฑ์และมาตรฐานวิธีทดสอบ รวม 14 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานเถ้าลอยจากถ่านหิน
อย่างไรก็ตาม ทางด้านนายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวว่า สมอ.จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย คาดว่า มีผลบังคับใช้ภายในเดือนธันวาคม 2569 โดยขั้วต่อโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าของแผงเซลล์แสงอาทิตย์ไปยังอุปกรณ์อินเวอร์เตอร์ หากไม่ได้มาตรฐานจะเกิดความร้อนสะสม ทำให้ขั้วต่อละลาย เกิดประกายไฟ และเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์
เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
3. 'แอร์บัส' ขยายธุรกิจในไทยดันสู่ศูนย์กลางดิจิทัลการบินแห่งเอเชีย (ที่มา: แนวหน้า, ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า จากการหารือกับ Mr. Bert Porteman ประธานบริษัท แอร์บัส ประเทศไทย พบว่า แอร์บัส ยกไทยเป็นหนึ่งในฐานธุรกิจหลักของบริษัท โดยจัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ระดับภูมิภาคขึ้นในไทย ภายใต้ชื่อ Skywise ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านดิจิทัลของแอร์บัส โดยใช้ไทยเป็นสำนักงานภูมิภาค และ เป็นฐานสนับสนุนการพัฒนาระบบการบินด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินดิจิทัลแห่งเอเชีย ทั้งนี้ แอร์บัส เป็นผู้ผลิตอากาศยานและระบบป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ดำเนินธุรกิจในไทยมากว่า 40 ปี มีเครื่องบินพาณิชย์ในไทยมากกว่า 150 ลำ และมีเฮลิคอปเตอร์เกือบ 80 ลำ ส่วนใหญ่ใช้งานโดยกองทัพและหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันมีบุคลากรในไทย 200 คน โดย 85% เป็นบุคลากรไทย ขณะนี้ปี 2569 เตรียมขยายกิจการในไทย ซึ่งจะจ้างบุคลากรเพิ่มอีก 40 คน ทั้งนี้ สำหรับประเด็นสำคัญจากการหารือ คือ การขยายบทบาทของ Skywise ซึ่งพัฒนาโซลูชันสำหรับสายการบิน ตั้งแต่จัดทำคู่มือสำหรับนักบิน วิเคราะห์ข้อมูลการบิน บริหารจัดการความปลอดภัย วางแผนเที่ยวบินและลูกเรือ ไปจนถึงระบบคาดการณ์การซ่อมบำรุงอากาศยาน โดยอาศัยแพลตฟอร์มข้อมูลขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสายการบิน ปัจจุบันแอร์บัสอยู่ระหว่างขยายทีมทดสอบซอฟต์แวร์ของ Skywise ในไทย โดยจะใช้ไทยเป็นฐานการทดสอบเพียงแห่งเดียวสำหรับซอฟต์แวร์ที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก จึงรับวิศวกรซอฟต์แวร์เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังเตรียมให้กรุงเทพฯเป็นสำนักงานใหญ่ Skywise สำหรับภูมิภาคเอเชีย ครอบคลุมอาเซียน จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
อย่างไรก็ตาม การที่ แอร์บัส ยกระดับบทบาทให้ไทยรับผิดชอบกิจกรรมด้านดิจิทัลที่ให้บริการลูกค้าทั่วโลก รวมทั้งใช้กรุงเทพฯ เป็นฐานบริหารธุรกิจ Skywise ในภูมิภาค สะท้อนถึงความพร้อมของไทยในการรองรับเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้คนไทยมีบทบาทในอุตสาหกรรมการบินระดับโลกมากขึ้น
ข่าวต่างประเทศ
4. แบงก์ชาติมาเลเซียคงดอกเบี้ยที่ 2.75% ตามคาด เหตุเศรษฐกิจยังแกร่ง-เงินเฟ้อต่ำ (ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 4 กันยายน 2569)
ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) เปิดเผยว่า ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งและเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำช่วยให้คณะกรรมการกำหนดนโยบายของ BNM สามารถคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม โดย BNM ได้ตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ทั้งนี้ BNM ระบุในแถลงการณ์ว่า ดัชนีชี้วัดล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกมีการเติบโตที่ยืดหยุ่น โดยได้ปัจจัยหนุนจากการขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคเทคโนโลยีทั่วโลก รวมทั้งภาวะอุปทานที่ปรับตัวดีขึ้น และตลาดแรงงานที่มีเสถียรภาพ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัว 6% ในไตรมาส 2/2569 เมื่อเทียบรายปี โดยเร่งตัวขึ้นจากระดับ 5.4% ในไตรมาส 1/2569 ซึ่งการเติบโตดังกล่าวได้รับปัจจัยหนุนจากการส่งออกที่แข็งแกร่งและอุปสงค์ภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของยอดส่งออกสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ การบริการ และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG)
หมายเหตุ : ค่าเงินบาท อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศไทย ราคาทองคำ อ้างอิงจากสมาคมค้าทองคำ ราคาน้ำมันและราคา NGV อ้างอิงจากราคาน้ำมันขายปลีกบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)